เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เตือนเกษตรผู้ปลูกอ้อยระวังด้วงหนวดยาวมหันตภัยร้ายที่เกษตรกรควรระวัง

13 พฤษภาคม 2559
2,175
การปลูกอ้อยเป็นอีกหนึ่งอาชีพของเกษตรไทยเพราะว่าเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกอีกประเภทหนึ่งในยุคที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาภัยแล้งทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ เนื่องจากอ้อยเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกข้าว แต่กระนั้นปัจจุบันเกษตรกรชาวไร่อ้อยยังต้องเผชิญปัญหาการระบาดของ ด้วงหนวดยาวเข้าทำลายอ้อยสร้างความเสียหายและทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนขยายวงกว้างขึ้นในตอนนี้
นายสมจิตร ธีระบุญชัยกุลเกษตรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยระวังการระบาดของโรคหนวดยาวซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญชนิดหนึ่งของอ้อย โดยหนอนจะเริ่มเข้าไปทำลายอ้อยตั้งแต่ระยะท่อนพันธุ์ โดยจะเจาะไชเข้าไปกัดกินเนื้ออ้อยภายในท่อนพันธุ์ มีผลทำให้ท่อนพันธุ์อ้อยไม่งอก โดยเฉพาะหน่ออ้อยที่อายุ 1 - 3 เดือนจะถูกกัดตรงส่วนโคนที่ติดกับเหง้าให้ขาดออกทำให้หน่ออ้อยแห้งตาย เมื่ออ้อยโตเป็นลำอาการเริ่มแรกจะพบว่า กาบใบและใบอ้อยแห้งมากกว่าปกติ ตั้งแต่ใบล่างขึ้นไปจนแห้งตายไปทั้งต้นหรือทั้งกออ้อย ขณะที่หนอนยังเล็กจะกัดกินอยู่ตรงบริเวณเหง้าอ้อย ซึ่งมีผลทำให้การส่งน้ำและอาหารจากรากไปสู่ลำต้นและใบน้อยลง
ซึ่งแนวทางในการป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวอ้อยด้วยวิธีผสมผสาน ก่อนที่พี่น้องเกษตรกรจะปลูกอ้อยเกษตรกรต้องไถพรวนหลายๆ ครั้งแล้วเก็บหนอนด้วงหนวดยาวตามรอยไถออกเพื่อกำจัดหนอนขณะทำการปลูก จากนั้นเลือกใช้สารเคมีป้องกันกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยใช้สารฟิโพรนิล ชนิดน้ำ อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ 320 มิลลิลิตรต่อไร่ ฉีดพ่นบนท่อนพันธุ์พร้อมปลูก หรือหากใช้เครื่องปลูกอ้อยสามารถผสมสารเคมีในถังน้ำที่ติดกับเครื่องปลูกก็ได้
และนอกจากนี้ยังสามารถใช้สารฟิโพรนิลชนิดเม็ด อัตรา 6 กก.ต่อไร่ โรยบนท่อนพันธุ์พร้อมปลูก หรือถ้าใช้เครื่องปลูกอ้อยสามารถใส่สารเคมีในถังใส่สารที่ติดกับเครื่องปลูกได้ ซึ่งในการใช้สารเคมีต้องมีความชื้นในดินด้วย และเกษตรกรควรมีการใช้เชื้อราเขียว อัตรา 10 กก.ต่อไร่ โดยโรยเชื้อราดังกล่าวบนท่อนพันธุ์พร้อมปลูกซึ่งการใช้เชื้อราเขียวจะมีประสิทธิภาพสูงเมื่อดินมีความชื้น และต้องหมั่นตรวจแปลงปลูกอ้อยของตนเองอยู่เสมอด้วย

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวด้วยวิธีผสมผสาน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา โทร. 044-228239 ได้ในวันเวลาราชการ

รายงานโดย : ประวิทย์ ชลกลาง เจ้าหน้าที่ศูนย์ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครราชสีมา