เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เกษตรจ.เชียงรายเตือนระวังโรครากเน่าหัวเน่ามันสำปะหลัง หลังพบระบาดแล้วกว่า500ไร่

28 กรกฏาคม 2558
3,344
(28 ก.ค. 58) เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเชียงรายจำใจไถต้นมันสำปะหลังทิ้ง หลังพบการระบาดโรคเน่าหัวเน่าสร้างความเสียหายอย่างหนัก ด้านสำนักงานเกษตรจ.เชียงรายเร่งสำรวจพบโรคระบาดมากว่า 500ไร่ พบมากที่สุดในพื้นที่ อ.ดอยหลวงและอ.เชียงแสน

นายสันติภาพ แสงออมสิน หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจ.เชียงราย ให้สัมภาษณ์ผ่านทางศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันจ.เชียงราย ว่า พบการระบาดของโรครากเน่าหัวเน่าในมันสำปะหลังในหลายพื้นที่ของจ.เชียงราย ซึ่งหลังจากได้รับแจ้ง ทางสำนักงานเกษตรจ.เชียงรายได้ลงพื้นที่สำรวจ พบการระบาดของโรคในพื้นที่ อ.ดอยหลวง โดยเฉพาะที่ต.ปงน้อย และพบการระบาดอย่างรุนแรงในพื้นที่ ต.เวียงและต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย รวมพื้นที่เสียหายมากกว่า 500ไร่ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบมันสำปะหลังส่วนใหญ่มีอาการ ต้นเหี่ยวเฉา ใบล่างๆมีสีเหลือง และเหี่ยวแห้งหลุดร่วง บางแปลงลำต้นแห้งเหี่ยว เมื่อถอนต้นจะพบโคนต้นบวมและแตก รากช้ำมีสีน้ำตาลและเน่า บางแปลงพบหัวมันเน่ามีกลิ่นเหม็นและระบาดลุกลามไปอย่างรวดเร็วยากต่อการป้องกันและกำจัด



นายสันติภาพ กล่าวต่อว่า สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อรา ไฟทอปธอร่า ที่ติดมากับท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ขณะเดียวกันจ.เชียงรายเริ่มมีฝนตกชุก ทำให้ดินมีความชื้นสูงและดินมีการระบายน้ำไม่ดี รวมถึงเกษตรกรปลูกมันในระยะชิดเกินไปทำให้โรคระบาดอย่างรวดเร็ว สำหรับพื้นที่ที่ยังมีการระบาดไม่มากนัก ได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาโรยรอบๆโคนต้น ส่วนกรณีพื้นที่ระบาดรุนแรง ได้แนะนำให้ใช้สารเคมีฟอสอีทิล อลูมิเนียมในอัตรา 40กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ราดต้นละ 300 ซีซี หรือฉีดพ่นอัตรา 150กรัมต่อไร่ และเมื่อขุดมันไปขายแล้วไม่ควรทิ้งเศษรากและเหง้าที่เป็นโรคทิ้งในแปลงเพราะจะเกิดการระบาดของซ้ำอีก เกษตรกรควรใช้ท่อนพันธุ์ที่ปลอดโรคในการปลูกฤดูการต่อไป

ขณะเดียวกันทีมงานฯได้ประสานไปยัง นายทนงศักดิ์ หน่อสุวรรณ เกษตรอำเภอดอยหลวง จ.เชียงราย ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในพื้นที่อ.ดอยหลวง พบการระบาดของโรครากเน่าหัวเน่ามันสำปะหลัง มากถึง20 % ของพื้นที่ปลูกโดยเฉพาะในพื้นที่ ต.ปงน้อย,ต.หนองป่าก่อและต.โชคชัย เบื้องต้นได้ลงพื้นที่ให้ความรู้และแนะนำเกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในการป้องการระบาดของโรคแล้ว พบว่ามีการระบาดของโรคลดลงเรื่อยๆ



ส่วนทางด้านนางสายรุ้ง วงศ์สุภา เกษตรอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย ได้ให้สัมภาษณ์กับทางทีมงานฯว่า พบการระบาดของโรคอย่างรุนแรงในพื้นที่ ทั้งในต.เวียงและต.โยนก รวมความเสียหายกว่าแล้ว 300 ไร่ และนอกจากนี้ มากว่า100ไร่ ต้นมันมีอาการแห้งและหัวมันเน่าเสียหาย เกษตรกรจำเป็นต้องไถต้นมันทิ้งเพื่อป้องกันการระบาดไปยังแปลงข้างเคียง ซึ่งล่าสุดทางสำนักงานเกษตรอำเภอเชียงแสน ได้ควบคุมการระบาดของโรคไม่ให้ระบาดต่อไปอีกได้แล้ว



รายงานโดย : ประพันธ์ จีระวังเจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.เชียงราย