เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ระบุ มีนาข้าวเสี่ยงประสบปัญหาภัยแล้งกว่า 185,000 ไร่ เตรียมหลายมาตรการป้องกันและช่วยเหลือ

04 เมษายน 2560
2,162
เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ระบุ มีนาข้าวเสี่ยงประสบปัญหาภัยแล้งกว่า 185,000 ไร่ เตรียมหลายมาตรการป้องกันและช่วยเหลือ เน้นส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
นายอำนาจ ปาลาศ เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า พื้นที่การเกษตรที่อาจมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง มี 3 ส่วน ประกอบด้วย พื้นที่ข้าวนาปรังรอบ 2 ซึ่งจะมีการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวทั้งหมด จำนวน 185,000 ไร่ ใน 5 อำเภอ จากทั้งหมด 274,259 ไร่ พื้นที่พืชไร่ ได้แก่ ข้าโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเขียว มันสำปะหลังและพืชไร่อื่นๆ จำนวน 30,911.75 ไร่ ใน 5 อำเภอ และพื้นที่สวนผลไม้ที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่ ทุเรียน ลองกอง ลางสาด มะขามหวาน จำนวน 88,192 ไร่ ในพื้นที่ 3 อำเภอ ซึ่งจังหวัดมีการจัดตั้งศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร และมีโครงการบริหารจัดการสถานการณ์ภัยแล้ง ได้กำหนดแผนบริหารจัดการสถานการณ์ภัยแล้ง ปี 2560 ได้แก่ สร้างความเข้าใจและรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ความแห้งแล้งและปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตร ซึ่งขณะนี้ มีปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ 5,253.57 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 55.24 ของความจุอ่าง โดยมีปริมาณน้ำพร้อมใช้งาน 2,403.57 ล้านลูกบาศก์เมตร

เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวต่อไปว่า ได้ดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภายใต้ 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวไปปลูกพืชที่หลากหลายและใช้น้ำน้อย ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้ว 2,677 ไร่ ใน 5 อำเภอ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพเลี้ยงสัตว์ จำนวน 8 อำเภอ ยกเว้นอำเภอบ้านโคก และมาตรการถ่ายทอดความรู้เพื่อเตรียมเข้าสู่ฤดูกาลผลิตใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสิ้นค้าเกษตร (ศพก.)
ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ยุวรรณ์ดา พานทอง
ผู้เรียบเรียง : เพ็ญนภา เข็มตรง
แหล่งที่มา : สวท.อุตรดิตถ์

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ระบุ มีนาข้าวเสี่ยงประสบปัญหาภัยแล้งกว่า 185,000 ไร่ เตรียมหลายมาตรการป้องกันและช่วยเหลือ".
(02-04-2560). สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์.: สืบค้นเมื่อ 04-04-2560, เข้าถึงได้จาก : http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/WNEVN6004020010001