เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

รู้จัก ASF หรือ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร โรคติดเชื้อร้ายแรงในสุกร

11 มกราคม 2565
672
"โรค ASF" หรือ "โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร" ติดในสุกรเท่านั้น ทั้งสุกรเลี้ยง และสุกรป่า แต่ไม่ติดคน ดั้งนั้นคนกินเนื้อสุกรที่เป็นโรคดังกล่าวก็ไม่มีอันตราย ทั้งนี้หากพบการระบาดการกำจัดโรคจะทำได้ยาก เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และไม่มียารักษา มักต้องทำลายสุกรยกฟาร์ม ส่งผลให้ประชากรสุกรลดลงจำนวนมาก และทำให้ราคาในท้องตลาดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำความรู้จักกับโรค ASF คือโรคอะไร?
ASF ย่อมาจาก African Swine Fever หรือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงในสุกรที่เกิดจากเชื้อไวรัส กลุ่ม Asfivirus เป็น DNA virus ที่มีความคงทนสูงในสภาพแวดล้อม โดยอยู่ในสภาพแวดล้อมได้นาน และอยู่ในเนื้อสุกรแช่แข็งได้หลายปี ทั้งนี้ ASF(โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร) กับ CSF(โรคอหิวาต์สุกร) โรค ASF ไม่ใช่โรคเดียวกับโรคอหิวาต์สุกร หรือ Classical Swine Fever (CSF) ซึ่ง CSF เป็นโรค RNA virus ในสุกร มีวัคซีนป้องกันได้

สุกรติดเชื้อ ASF ได้อย่างไร
- การสัมผัสโดยตรงจากสุกรป่วยหรือสิ่งคัดหลั่งทั้งการกินหรือการหายใจ
- เกิดจากการสัมผัสโดยอ้อม เช่น ปนเปื้อนอาหาร เสื้อผ้า และรองเท้า ยานพาหนะ เครื่องมือเครื่องใช้
- เห็บอ่อน Ornithodoros spp. เป็นตัวนำโรค

ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานว่าเชื้อโรค ASF สามารถติดต่อกันได้โดยผ่านทางอากาศ

เชื้อ ASF อยู่ในสภาพแวดล้อมได้นานแค่ไหน?
- อยู่ในมูลสุกร และสิ่งแวดล้อม ได้ประมาณ 1 เดือน
- อยู่ในซากสัตว์ และในดินได้ถึง 3 เดือน
- อยู่ในเนื้อแปรรูป เนื้อแห้ง ได้ถึง 1 ปี
- อยู่ในเนื้อแช่แข็งได้ถึง 3 ปี

ซึ่งเชื้อนี้ไม่ตายในกระบวนการผลิตอาหารแบบไม่สุก และอยู่รอดในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์

จะฆ่าเชื้อโรค ASF ได้อย่างไร
เชื้อโรค ASF สามารถตายด้วยความร้อน 60 C ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และมีรายงานการทดสอบยาฆ่าเชื้อส่วนใหญ่สามารถฆ่าเชื้อ ASF ได้ ตามอัตราส่วนที่บริษัทผู้ผลิตแนะนำ หรือโดยทั่วไปจะใข้ 1:200 เช่น Glutaraldehyde, Phenol, Iodine, Chlorine เป็นต้น โดยมีระยะเวลาหลังฆ่าเชื้อประมาณ 5-30 นาที

สุกรที่ป่วยเป็นด้วยโรค ASF มีอาการอย่างไร?
- ไข้สูง แท้ง เบื่ออาหาร อุจจาระมีเลือดปน ผิวหนังมีปื้นเลือด มีสีเขียวคล้ำ
- อัตราการป่วยตายเกือบ 100% ในสุกรเลี้ยง
- การวินิจฉัยต้องส่งตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ

โรค ASF มีการระบาดที่ไหนบ้าง??
พบการระบาดครั้งแรกที่ประเทศเคนย่า ทวีปแอฟริกาเมื่อปี 2464 (ที่มาของชื่อ ASF) ปัจจุปันมีการระบาดแพร่ไปยังทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย สำหรับทวีปเอเชีย พบการระบาดครั้งแรกที่จีนเมื่อเดือนสิงหาคม 2018

จะรู้ได้อย่างไรว่าสุกรที่ป่วยเป็นโรค ASF?
สามารถวินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการและรอยโรค และทดสอบด้วยวิธี ASF Rapid test โดยหยดเลือดสดลงบน Testkit แล้วอ่านผล ส่วนการยืนยันผลควรใช้วิธี ASF-ELISA สำหรับตรวจภูมิคุมกัน ซึ่งจะให้ผลบวกเมื่อสุกรติดเชื้อไปแล้วมากกว่า 7-14วัน และวิธีตรวจ ASF-PCR สำหรับตรวจเชื้อไวรัสในกระเเสเลือดและเนื้อเยื่อในร่างกายสุกร ซึ่งจะให้ผลบวกเมื่อสุกรติดเชื้อไปแล้วมากกว่า 3 วัน

โรค ASF มียารักษาและวัคซีนป้องกันหรือไม่?
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน ขณะนี้มีนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองเกี่ยวกับยาต้านไวรัส และวัคซีนป้องกันโรค ASF ในหลายๆ ประเทศ เช่น สเปน จีน สหรัฐอเมริกา อังกฤษและเกาหลีใต้ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลากว่าจะประสบความสำเร็จ
การป้องกันโรค ASF สามารถทำได้ 3 ระดับดังนี้
1) การป้องกันโรคระหว่างประเทศ(International biosecurity) การห้ามนำเข้าเนื้อและวัตถุดิบจากประเทศที่เกิดโรค การตรวจโรคจากผลิตภัณฑ์ที่สนามบิน ทางเรือโดยสารตามด่านทางการเข้า-ออกระหว่างชายแดน ไม่ให้นำเนื้อและผลิตภัณฑ์สุกรจากประเทศที่มีการระบาดเข้าประเทศไทย เป็นต้น
2) การป้องกันโรคภายในประเทศหรือระหว่างฟาร์ม หรือจากหน่วยงานภายนอกฟาร์ม (External biosecurity) เช่น โรงงานอาหารสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ บริษัทยาสัตว์ บริษัทอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น
3) การป้องกันโรคระดับฟาร์ม (Farm biosecurity) ฟาร์มหมูที่มีระบบป้องกันโรคที่ดีต้องปฏิบัติตาม 10 ข้อห้าม และ 10 ข้อปฏิบัติ ในการป้องกันโรค ASF เช่น การไม่นำเศษอาหารเลี้ยงสุกร การอาบน้ำเปลี่ยนชุดเข้าฟาร์มของพนักงาน การพ่นยาฆ่าเชื้อรถขนส่ง การล้างพ่นยาฆ่าเชื้อโรงเรือน การป้องกันและกำจัดสัตว์พาหะ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามแม้ ASF ไม่ใช่โรคติดเชื้อสู่คน ไม่ก่อโรคหรือส่งผลต่อสุขภาพในคน ทำให้ยังสามารถบริโภคสุกรได้ตามปกติทั่วไป แต่ก็ควรบริโภคเนื้อสุกรที่ปรุงสุกและซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะยังมีโรคติดต่ออื่น ๆ ที่อาจเกิดจากการบริโภคเนื้อดิบได้เช่นกัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
กรมปศุสัตว์
https://bit.ly/3HNHSCF
https://bit.ly/3f7Tm7U