เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ปั้นปลากะพงทอง สัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่
03 สิงหาคม 2563
257
กรมประมงเร่งปั้นปลากะพงทอง หรือ อังเกย สู่สังเวียนสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมง มีนโยบายพัฒนางานวิจัยด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำหรับทดแทนการจับจากธรรมชาติ ซึ่งนับวันมีปริมาณลดน้อยถอยลง โดยเฉพาะสัตว์น้ำเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ตามนโยบายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นส่งเสริมให้ภาครัฐใช้การตลาดนำการผลิต สร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพให้เกษตรกรไทย
สำหรับ "ปลากะพงทอง" ถือเป็นปลาทะเลที่ตลาดมีความต้องการมาก เนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการเพาะเลี้ยงปลากะพงทองในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย ปลากะพงทองที่นำมาบริโภคส่วนใหญ่ได้มาจากการจับจากธรรมชาติ ราคาจำหน่ายจึงค่อนข้างสูง โดยปลากะพงทองขนาด 800-1,000 กรัม อยู่ที่กิโลกรัมละ 180-220 บาทเลยทีเดียว ดังนั้นกรมประมงจึงสนับสนุนให้หน่วยงานในสังกัดเร่งศึกษา วิจัย เพาะพันธุ์ปลากะพงทองรองรับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรนำลูกพันธุ์ไปเลี้ยงสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงต่อไป

ด้าน นางพิชญา ชัยนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กล่าวในรายละเอียดเพิ่มเติมว่า "ปลากะพงทอง" หรือ "อังเกย" เป็นปลาทะเลที่พบได้ในทะเลฝั่งอันดามัน บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา มีชื่อสามัญว่า Golden Snapper และชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lutjanus johnii ลักษณะลำตัวมีสีเหลืองทอง และมีจุดสีดำใหญ่ๆ บริเวณลำตัวค่อนมาทางครีบหาง ปากมีเขี้ยวและฟันแหลมคม เนื้อแน่นรสชาติดี มีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 สูง สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น นึ่งซีอิ้ว ต้มยำ แกงส้ม ทอดกระเทียม ลวกจิ้ม และซาซิมิ ซึ่งปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) สามารถเพาะพันธุ์ปลากะพงทองได้สำเร็จ โดยใช้วิธีฉีดฮอร์โมน Suprefact ร่วมกับ Motilium ทั้งในพ่อและแม่พันธุ์ปลาที่จับจากธรรมชาติเพื่อกระตุ้นการสืบพันธุ์ แล้วปล่อยให้ปลาผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แม่ปลาที่ฉีดฮอร์โมนได้วางไข่ และไข่ฟักออกเป็นตัว อัตราฟักร้อยละ 85 จากนั้นจึงนำลูกปลาวัยอ่อนไปอนุบาลต่อในบ่อคอนกรีต ซึ่งลูกปลามีอัตราการรอดและการเจริญเติบโตที่ดี

ทั้งนี้ ปัจจุบันศูนย์ผลิตลูกพันธุ์ปลากะพงทองขนาด 3 เซนติเมตร หรือ 1.2 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสม ต่อการนำไปเลี้ยงในกระชังได้หลายรุ่นต่อเนื่อง โดยจำหน่ายให้เกษตรกร ในราคาเริ่มต้นตัวละ 2 บาท (ขนาด 1 เซนติเมตร) ซึ่งมีเกษตรกรในจ.ภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง เช่น พังงา และกระบี่ ได้นำลูกพันธุ์ไปเลี้ยงในกระชังบริเวณริมฝั่งทะเล โดยให้กินปลาสดและอาหารเม็ด วันละ 1-2 มื้อ ใช้เวลาเลี้ยง 8-9 เดือน จะได้ปลาขนาด 800-1,000 กรัม ก็ทยอยจับขายให้ร้านอาหารหรือภัตตาคารได้ ทำรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางศูนย์ยังปล่อยลูกปลากะพงทองจำนวนหนึ่งคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประชากรในแหล่งที่อยู่อาศัยเดิมให้คงความอุดมสมบูรณ์ต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมงโทรศัพท์ 0-7662-1822 ในวันและเวลาราชการ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
แนวหน้า
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
23-28°C
นครราชสีมา
24-30°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
25-30°C
ภูเก็ต
26-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×