เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
แรงงานภาคเกษตรตกงานอื้อ เหตุภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าวฉุดรายได้วูบหนัก
29 พฤษภาคม 2558
1,625
สศช.ไตรมาสแรก ผู้มีงานทำภาคเกษตรติดลบ 4.4% จากปัญหาภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าว จับตารายได้เกษตรกรต่ำหนัก จากปัจจุบันเฉลี่ยเดือนละ 5,700 บาท ต่ำกว่านอกภาคเกษตรเท่าตัว ด้านภาคผลิต นายจ้างลดชั่วโมงทำงานลง หลังออร์เดอร์หด ส่วนหนี้ครัวเรือนยังเพิ่ม 7.6% ขณะที่หอการค้าไทยจับมือหอการค้าต่างประเทศพัฒนาศักยภาพชาวนาให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ
นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 58 ว่า มีผู้มีงานทำ 37.6 ล้านคน ลดลง 0.5% หรือ 200,000 คน จากไตรมาสเดียวกันปี 57 ที่มีผู้มีงานทำ 37.8 ล้านคน โดยผู้มีงานทำภาคเกษตรลดลง 4.4% เพราะภัยแล้ง รวมทั้งยังเป็นช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยว และการเพาะปลูกข้าวลดลงหลังจากยุติมาตรการรับจำนำ ส่วนผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.3% ตามการฟื้นตัวของภาคการผลิต ก่อสร้าง โรงแรมและภัตตาคาร ส่งผลให้อัตราการว่างงานโดยรวมอยู่ที่ 0.94%

สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามและเฝ้าระวังต่อไปนั้น คือ ผลกระทบด้านรายได้ของแรงงาน ซึ่งในปี 58 ภัยแล้งมาเร็วกว่าปกติ และมีสัญญาณรุนแรงขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.57-21 พ.ค.58 มี 12,364 หมู่บ้านได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง คิดเป็น 16.47% จากทั้งหมด 74,965 หมู่บ้านทั่วประเทศ ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและรายได้ของเกษตรกร จากปัจจุบันค่าจ้างแรงงานภาคเกษตรเฉลี่ยรายละ 5,700 บาทต่อเดือน ต่ำกว่านอกภาคเกษตรรายได้ที่เฉลี่ยรายละ 12,500 บาทต่อเดือน ประมาณ 1 เท่า ?เมื่อการจ้างงานภาคเกษตรลดลง ประกอบกับผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรลดลง จะยิ่งซ้ำเติมปัญหารายได้ของครัวเรือนเกษตร และลูกจ้างเกษตรที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว?

สำหรับภาคการผลิตที่ต้องเฝ้าติดตาม คือ แม้ว่าเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการลดชั่วโมงการทำงานลง โดยไตรมาสแรก ชั่วโมงการทำงานภาคการผลิตเฉลี่ยลดลง 2.2% ภาคบริการลดลง 1.8% ทำให้ผู้ที่ทำงานมากกว่า 40 ชั่วโมงขึ้นไปในภาคการผลิตลดลง 2.4% และบริการลดลง 1.8% นอกจากนั้นยังพบว่า จำนวนผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับการศึกษาในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 24.6%และภาคบริการเพิ่มขึ้น 4.6% แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อรายได้ของแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่อาศัยรายได้จากการทำงานล่วงเวลาเป็นรายได้เสริมเพื่อดำรงชีวิตและชำระหนี้สิน

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า โอกาสในการหางานทำลดลง เห็นได้จากสัดส่วนผู้สมัครงานต่อตำแหน่งงานว่างคิดเป็น 1.14 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.09 เท่า ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่สัดส่วนต่อการบรรจุงานต่อตำแหน่งงานว่างอยู่ที่ 0.86 เท่า และการบรรจุงานต่อผู้สมัครงานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.76 เท่า อีกทั้งผู้ประกอบการยังชะลอการขยายตำแหน่งงาน เพราะความกังวลต่อสถานการณ์และการลดคำสั่งซื้อ และจากผู้สมัครงานที่มีมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสเลือกรับคนที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการมากขึ้น

นางชุตินาฏกล่าวว่า คาดว่าในปีนี้จะมีแรงงานจบใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาถึงปริญญาตรี 637,610 คน จากผู้จบการศึกษา 2,137,424 คน เป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี 63.9% อาชีวศึกษา 21.5% และมัธยมศึกษา 14.7% ซึ่งในปี 57 ระดับปริญญาตรีว่างงานสูงสุด 1.54% โดยเฉพาะสายสังคมศาสตร์ เช่น วารสารศาสตร์และสารสนเทศว่างงาน 2.77% ศิลปกรรมศาสตร์ว่างงาน 2.76% และมนุษยศาสตร์ว่างงาน 2.71% เพราะผลิตกำลังคนเกินความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม ในอนาคตต้องเตรียมคนเพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านคมนาคมขนส่ง ทำให้เกิดความต้องการแรงงาน โดยเฉพาะวิศวกรและช่างเทคนิคด้านต่างๆ เช่น ไฟฟ้า อิเล็ก-ทรอนิกส์ ก่อสร้าง สำรวจ เป็นต้น เป็นจำนวนมาก

ขณะที่หนี้สินครัวเรือน พบว่าชะลอตัว โดยยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น 7.6% ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 10.7% ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนหนี้เพื่อการบริโภคอื่นเพิ่มขึ้น 12.4% ชะลอลงจาก 17.6% แต่มูลค่าหนี้เสียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มีมูลค่า 92,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% การผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนเพิ่มขึ้น 27.4% คิดเป็นมูลค่า 15,469 ล้านบาท และยอดคงค้างชำระบัตรเครดิตเกิน 3 เดือน เพิ่มขึ้น 22% คิดเป็นมูลค่า 8,933 ล้านบาท มีสัดส่วน 3.1% ต่อยอดคงค้างรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยร่วมกับหอการค้าต่างประเทศ และหน่วยงานภาครัฐจัดทำโครงการพัฒนาชาวนาให้เป็นผู้ประกอบการด้านข้าวแบบครบวงจร ด้วยการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้ความรู้ ตั้งแต่การจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี จัดหาปุ๋ย ลดต้นทุนทำนา รวมถึงการทำตลาดเพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศตามช่องทางต่างๆ เพื่อตัดวงจรพ่อค้าคนกลางที่กดราคา โดยจะเน้นผลิตข้าวคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงแปรรูปข้าว เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า รวมทั้งส่งเสริมให้ลูกหลานชาวนาที่จบการศึกษาปริญญาตรี ประกาศนียบัตรชั้นสูง และประกาศนียบัตรวิชาชีพ กลับมาช่วยพัฒนางานในวิสาหกิจชุมชนด้วย.

แหล่งที่มาของข้อมูล : "แรงงานภาคเกษตรตกงานอื้อ เหตุภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าวฉุดรายได้วูบหนัก.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thairath.co.th/content/501092

    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-31°C
เชียงใหม่
23-31°C
นครราชสีมา
25-32°C
ชลบุรี
27-30°C
นครศรีธรรมราช
25-30°C
ภูเก็ต
26-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×