เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

การดูแลและการจัดการสวนยางหลังน้ำท่วม

17 พฤศจิกายน 2552
10,125
นายโอฬาร พิทักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า เกษตรกรชาวสวนยางพารา ถือได้ว่าเป็นกลุ่มเกษตรกร ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศอยู่ในลำดับต้นๆ ของมูลค่าสินค้าเกษตรส่งออก และผลผลิตที่ออกสู่ตลาดส่วนมากอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ในระยะนี้สภาพภูมิอากาศทางตอน ใต้ เริ่มมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ อาจส่งผลให้เกิดภัยพิบัติต่างๆ และมีผลกระทบต่อกลุ่มเกษตรกรดังกล่าว ดังนั้น การเตรียมการป้องกันและเรียนรู้การปฏิบัติดูแลสวนยางพารา จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความรุนแรงของภัยพิบัติได้ กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำวิธีปฏิบัติและดูแลก่อนและหลังเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ

การปฏิบัติและดูแลสวนยางพาราก่อนการเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ควรตัดแต่งกิ่งต้นยางพาราให้โปร่ง เพื่อสะดวกในการทำงาน และป้องกันโรคหรือป้องกันลม สวนยางพาราที่เปิดกรีดแล้วส่วนมาก จะมีต้นยางโค่นล้มหรือกิ่งฉีกขาดหรือหักให้พบเห็นอยู่เสมอ



สำหรับการเกิดภัยพิบัตินั้นเกิดได้หลายรูปแบบทั้งน้ำท่วม วาตภัย ไฟไหม้ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีหลายพื้นที่ที่น้ำท่วมจึงขอแนะนำดังนี้



ถ้าหากน้ำท่วมไม่เกิน 30 วัน ต้นยางพาราจะไม่ตายและไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่หากน้ำท่วมนานเกิน 30 วัน เกษตรกรสวนยางจะต้องทำทางระบายน้ำช่วยให้ระดับน้ำใต้ดินลดลง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ดินบริเวณโคนต้นยางแห้งเร็วขึ้น และไม่ควรกรีดยางขณะที่น้ำท่วมขังควรหยุดไว้ชั่วคราว หากพบว่ามีต้นยางพาราโค่นล้ม หรือมีกิ่งหักและฉีกขาด หลังจากน้ำลดและดินในสวนยางแห้งแล้วให้ตัดแต่งกิ่งพร้อมกำจัดเศษไม้และเศษวัสดุต่าง ๆ ที่น้ำพัดพามาออกให้หมด ห้ามใส่ปุ๋ยบำรุงสวนยางพาราทันทีหลังน้ำลด ควรรอให้ดินในสวนแห้งแล้วอย่างน้อย 30 วัน จึงทำการใส่ปุ๋ย



หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอหรือศูนย์บริการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลใกล้บ้าน ในวันและเวลาราชการ.



แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=339&contentID=31187