เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เตือนภัยโรคตายพรายในกล้วยน้ำว้า ภัยร้ายถึงตาย
04 ตุลาคม 2564
215
กล้วยน้ำว้า กล้วยที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยสรรพคุณทางโภชนาการที่เปี่ยมล้นไม่แพ้กล้วยพันธุ์อื่น นำมากินแบบสดๆ ก็อร่อย นำไปแปรรูปก็ดีเลิศ แต่วันนี้เราจะไม่ได้มาพูดถึงสรรพคุณของมันเพราะกว่าเจ้ากล้วยน้ำว้าจะออกผลผลิตมาให้เราได้รับประทานกันนั้น เกษตรกรที่ปลูกจะต้องเสี่ยงเจอกับโรคที่เรียกได้ว่า เป็นโรคที่อันตรายกับกล้วยน้ำว้าสุด ๆ เพราะมันทำให้ต้นกล้วยถึงตายได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาเตือนภัยและทำความรู้จักกับ "โรคตายพราย" โรคร้ายที่เกษตรกรควรรู้
สาเหตุของโรคตายพรายในกล้วยน้ำว้า

"โรคตายพราย" ไม่ได้เกิดแค่เฉพาะในกล้วยน้ำว้าแต่สามารถพบได้ในกล้วยเกือบทุกชนิด และจะเกิดขึ้นในกล้วยที่มีอายุ 4-5 เดือนขึ้นไป สาเหตุมาจากเชื้อรา Fusarium oxysporum f.sp. Cubense ที่เข้าไปทำลายราก และลามไปในท่อน้ำ และท่ออาหาร ทำให้เกิดการอุดตัน จึงทำให้ใบมีอาการขาดน้ำ เหี่ยวและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ต้นกล้วยจะหยุดการเจริญเติบโตและจะตายไปในที่สุด

อาการของโรคตายพรายในกล้วยน้ำว้า

-อาการเริ่มแรกจะเห็นทางสีเหลือง 3-4 ใบและหักพับตรงโคนก้านใบของใบล่างหรือใบแก่ก่อน ใบอ่อนจะมีอาการเหลืองไหม้ ใบยอดจะเหลืองตั้งตรงเขียวอยู่แค่ช่วงแรก และก็จะตายไปเช่นเดียวกัน
-กล้วยที่ตกเครือแล้วจะเหี่ยว ผลเล็กไม่สมส่วน หรือแก่ก่อนเวลา ถ้าผ่าลำต้นตามแนวขวางจะสังเกตุเห็นว่าเนื้อข้างในของกาบใบบางส่วนเป็นสีน้ำตาลแดง และบางครั้งอาจมีเส้นใยของเชื้อราให้เห็นบ้าง
-ในระยะสุดท้ายจะพบว่าใบของกล้วยน้ำว้าจะมีสีเหลือง เหี่ยวแห้งทั้งต้น และจะยืนต้นตายไปในที่สุด

วิธีป้องกันและดูแลโรคตายพรายในกล้วยน้ำว้า

-ในบริเวณเพาะปลูกไม่ควรมีน้ำท่วมขังเพราะจะทำให้กล้วยน้ำว้าอ่อนแอ และเกิดโรคได้ง่าย และเพื่อไม่ให้น้ำไหลผ่านจากต้นกล้วยที่เป็นโรคไปสู่ต้นกล้วยปกติ ควรทำให้พื้นที่เพาะปลูกระบายน้ำได้ดี
-ต้องหมั่นสังเกตที่กอกล้วยว่ามีอาการของโรคตายพรายที่กล่าวไปข้างต้นหรือไม่
-โรยปูนขาวบริเวณเพาะปลูก ทำความสะอาดเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรอยู่เสมอ เพราะเชื้อชนิดนี้ลุกลามได้ง่าย และควรทิ้งระยะพื้นที่นั้นๆ เป็นเวลา 2-3 เดือน
-ควรทำลายต้นกล้วยที่เกิดโรคตายพรายในทันทีและห้ามขุดย้ายหน่อต้นที่เป็นโรคไปปลูกโดยเด็ดขาด

ช่วงนี้เกษตรกรที่ปลูกต้นกล้วยน้ำว้าคงกำลังหนักใจอยู่ไม่น้อยเพราะสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ทางรักบ้านเกิดก็ขอเป็นกำลังให้เกษตรกรทุกคนที่ปลูกกล้วยน้ำว้าผ่านวิกฤตช่วงนี้ไปให้ได้ และช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้เกิดโรคตายพรายขึ้นกับแปลงเพาะปลูกของทุกคนนะครับ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
กรมส่งเสริมการเกษตร : https://www.doae.go.th
ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : http://ppath.agr.ku.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=115&Itemid=98