เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
รักบ้านเกิด ไขคำตอบสมุนไพรไทยป้องกันโควิดได้จริงหรือ
พร้อมแนะวิธีปลูกและทานจาก 2 ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรไทย
10 กันยายน 2564
253
เป็นที่ทราบกันดีว่าสมุนไพรไทยนั้นมีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย บ้างนำมารักษาโรคบางชนิดได้ บ้างก็นำมาเป็นเครื่องหอม บ้างก็นำมาทำเป็นอาหาร เพื่อช่วยในเรื่องการปรุงแต่ง กลิ่น สี รส ของอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้น แต่ที่กำลังเป็นที่สนใจและเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ คงหนีไม่พ้นการนำสมุนไพรไทยมาสกัดเป็นยารักษาโรค และใช้เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นของโรคโควิด-19
รักบ้านเกิด ผู้สร้างสรรค์สื่อดิจิทัลและธุรกิจเกษตรสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืน จึงพาทุกคนมาไขคำตอบว่าสมุนไพรไทยป้องกันโควิดได้จริงหรือ พร้อมแนะวิธีปลูกและทานจาก 2 ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรไทย
โดยท่านแรก รศ.ดร สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรของสหประชาชาติ และอาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้กล่าวถึงเรื่องสมุนไพรไว้ว่า "เทรนด์ของโลกตอนนี้กำลังนิยมการทานสมุนไพรเพื่อป้องกันไม่ให้ติดโควิด เป็นกระแสการป้องกันโดยการเลือกทานสมุนไพรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน สมุนไพรหลายตัวช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ที่โดดเด่นและมีชื่อเสียง คือ ขมิ้นชัน แต่ที่คาดไม่ถึงว่าสามารถช่วยสร้างภูมิได้อีกตัวและมีประโยชน์มาก คือ สับปะรด ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในตลาดโลก เพราะในสับปะรดนั้นมีสารโบมิเลนเป็นเอนไซม์ที่พบได้ในแกนและรากของสัปปะรด หากนำมาทานคู่กันกับขมิ้นชันแล้วจะทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมในการสร้างภูมิ

ต่อมาเป็นเรื่องของสมุนไพรเพื่อการรักษา สมุนไพรที่มีชื่อในด้านนี้คงหนีไม่พ้น ฟ้าทะลายโจร เพราะในฟ้าทะลายโจร มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ที่มีส่วนช่วยยับยั้งการแพร่เชื้อโควิด-19 ในผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง ซึ่งสามารถรักษาโรคโควิดที่มีอาการน้อยๆ ได้ แต่ก็ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ การทานฟ้าทะลายโจรเพื่อการรักษาจะมีทั้งแบบแคปซูลและแบบเม็ด การรับประทานต้องคำนวณให้ไม่เกิน 180 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 5 วันต่อสัปดาห์ (ถ้าหากทานติดต่อกัน 3 วัน อาการไม่ดีขึ้นต้องหยุดทาน และควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที) ควรทานเพื่อการรักษาเท่านั้น ไม่แนะนำให้ทานเพื่อป้องกัน เพราะเป็นการสิ้นเปลืองและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์"
ด้าน หมออุ้มภ์ ดร.ชาคริยา หลินนส์ ผู้อำนวยการชาคริยาคลินิกและคลินิกการแพทย์แผนไทยสว่างโลก ได้กล่าวเสริมในเรื่องของสมุนไพรไทยที่ใช้ในการรักษาโควิดว่า "ไม่ได้มีแค่ฟ้าทะลายโจรตัวเดียวที่ใช้รักษา แต่ยังมีสมุนไพรไทยอื่นๆ ที่สามารถใช้รักษาอาการเบื้องต้นได้ อย่าง รากปลาไหลเผือก ที่นำมาใช้ลดไข้ และบำรุงกำลัง แถมยังรักษาอาการโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในชายได้อีกด้วย อีกทั้งยังมี กระชาย ที่ช่วยบำรุงกำลัง แก้ไขอาการปวดมวล ลดการจุกเสียดแน่นท้องได้ นอกจากนี้ยังมี ยาห้าราก ยาแก้วห้าดวง ยาเบญจโลกวิเชียร ซึ่งเป็นตำรับยาแผนโบราณของไทยที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยมีสรรพคุณในการกระทุ้งพิษไข้ เป็นการไม่ให้พิษกลับเข้าไปทำร้ายร่างกายในอวัยวะสำคัญ อย่าง ปอด ไต หัวใจ ม้าม ซึ่งแนะนำให้ทานก่อนอาหาร 3 เวลา คือ เช้า กลางวัน เย็น ทานได้ 3 วัน จากนั้น หลังอาหารในวันที่ 3 ก็จะให้ทานยาแปลไข้ เพื่อแปลไข้ร้ายในกลายเป็นดี ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย หลังจากนั้นแนะนำให้ทานน้ำซาวน้ำ เพื่อป็นตัวช่วยให้คนไข้อยากทานอาหารพร้อมสู้กับโรคร้าย เป็นการช่วยบำรุงและซ่อมแซมร่างกายให้กลับมาแข็งแรงขึ้น"

นอกจากนี้ รศ.ดร สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ ยังได้แนะนำถึงวิธีปลูกสมุนไพรให้กับเกษตรกรไทยไว้ว่า "เทรนด์เรื่องการใช้สมุนไพรไทยตอนนี้กำลังมาแรงมาก ความต้องการของสมุนไพรในตลาดโลกตอนนี้จึงเป็นที่ต้องการสูง หากเกษตรกรไทยทุกคน หันมาให้ความสำคัญกับการปลูกสมุนไพร โดยคำนึงถึงการปลูกสมุนไพรให้ได้คุณภาพ เพราะการปลูกถือเป็นตัวกำหนดตัวยาสารสำคัญที่มีอยู่ในสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรค ซึ่งเกษตรกรไทยถือว่าได้เปรียบ เพราะประเทศไทยมีสมุนไพรไทยอยู่มากมายแถมยังเป็นแหล่งรวมภูมิปัญญาชั้นเลิศ ประกอบกับความเชี่ยวชาญทางด้านตำรับยาสมุนไพรแต่ดั้งเดิม หากทำการศึกษาดีๆ เจาะเทรนด์ตลาดโลกและผลิตสมุนไพรให้ได้ตามความต้องการ พร้อมควบคู่การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อคุมสารสกัดให้ได้ตัวยาที่มีคุณภาพแล้ว รับรองเลยว่าสมุนไพรไทยจะเป็นตัวช่วยที่เพิ่มมูลค่าให้กับประเทศชาติได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

โดยความต้องการของตลาดโลกตอนนี้ แบ่งเป็น สมุนไพรเพื่อการป้องกัน สมุนไพรเพื่อการบำรุงสุขภาพ สมุนไพรเพื่อการชะลอวัย และสมุนไพรเพื่อรักษาอาการเรื้อรัง อาการติดต่อ ในกลุ่มการรักษานี้จะต้องมีหลักฐานการรับรองว่าใช้แล้วปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยการปลูกที่มีมาตรฐานจะต้องผ่านการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP (Good Agricultural Practices) ในการรับรองเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งการผลิตตามมาตรฐาน GAP นั้นก่อให้เกิดความยั่งยืนทางการเกษตร สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาดโลก"

จากที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้เห็นแล้วว่า สมุนไพรไทย นั้นมีประโยชน์มากมายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่ช่วยทั้งในการป้องกันและการรักษา ทั้งยังสามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย หากนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะทำให้ได้คุณค่าทั้งต่อตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภค ถือเป็นการกินสมุนไพรอย่างสร้างสุข และปลูกสมุนไพรอย่างสร้างสรรค์ ตามคอนเซ็ปต์ที่รักบ้านเกิดได้วางไว้ในปีนี้

สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ ของรักบ้านเกิด ได้ที่ www.rakbankerd.com, www.facebook.com/rakbankerd และ IG: rakbankerd_official หรือแอดไลน์มาพูดคุยกันได้ที่ Line@ : @rakbankerd