เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เตรียมรับมือภัยแล้ง

22 กุมภาพันธ์ 2564
636
ปีนี้แล้งรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับฤดูฝนที่ผ่านมาตอนบนของประเทศปริมาณฝนต่ำกว่าปกติ และมักจะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้น้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและน้ำชลประทานลดน้อย ไม่เพียงพอต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กรมประมงได้จัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้ง ประจำปี 2563/64 จึงขอให้เกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้

เกษตรกรต้องวางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภคเพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำ ควรปรับลดขนาด การผลิต หรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำความสะอาดและซ่อมแซมบ่อหรือกระชังในช่วงฤดูแล้งแทน เพื่อเตรียมไว้เลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป

"หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำ ควรคัดเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรงจาก ฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ควบคุมการใช้น้ำและปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ป้องกันการรั่วซึม หรือเร่งจัดทำร่มเงาให้สัตว์น้ำ จัดเตรียม หาแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มเติม และควรเลือกปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณหนาแน่นน้อยกว่าปกติและควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง"

เกษตรกรควรลดปริมาณอาหารสัตว์น้ำลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย และสังเกตอาการต่างๆของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดหากมีอาการผิดปกติจะได้แก้ไข และรักษาได้ทันท่วงที ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบต่อการกินอาหารของสัตว์น้ำโดยตรง

พร้อมทั้งหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติให้รีบหาสาเหตุ และแก้ไขในทันที ในขณะเดียวกัน ควรแจ้งให้กับผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ บริเวณใกล้เคียงทราบ เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายโรค กรณีสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดด้วยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยลงในบริเวณ บ่อเลี้ยง เพราะจะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคที่ทำให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับเกษตรกร เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง ควรทำความสะอาดกระชังสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดตะกอนและเศษอาหาร เป็นการตัดวงจรชีวิตปรสิตและเชื้อโรค และช่วยให้ กระแสน้ำไหลผ่านได้ดีซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพสัตว์น้ำ.

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ไทยรัฐ