เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ระวัง แก๊งหลอกขายต้นพันธุ์อินทผลัม
12 สิงหาคม 2563
308
ระวังแก๊งหลอกขายต้นพันธุ์ออกอาละวาดอีกระลอก "สระแก้ว-เพชรบูรณ์-หนองคาย-ขอนแก่น" เตือนแห่ปลูกกันหลายพันไร่อีก 2 ปีข้างหน้ามีการแข่งขันสูงกว่าเดิม ซึ่งเสี่ยงล้นตลาด

อินทผลัมถือเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังมาแรง เกษตรกรหลายจังหวัดต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นพืชที่ปลูกง่ายเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อน และแห้งแล้ง อีกทั้งยังให้ผลตอบแทนราคาสูง สามารถเก็บผลผลิตได้นาน และคาดว่าในปีต่อ ๆ ไปอาจจะมีการปลูกอินทผลัมเพิ่มมากยิ่งขึ้น กลุ่มเกษตรกรและนักวิชาการด้านการเกษตร เผยถึงการเติบโตของตลาดอินทผลัม ซึ่งมีแนวโน้มราคาดิ่งลง ตามการขยายพื้นที่ปลูกในหลายจังหวัดทั่วประเทศ หวั่นจะเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด เหมือนกับผลไม้ชนิดอื่นที่นิยมปลูกตามกัน เพราะช่วงแรกได้ราคาดี และยังมีแก๊งหลอกขายต้นพันธุ์ให้เกษตรกรในราคาสูงมาอีกระลอก จากที่เคยเกิดขึ้นในบางพื้นที่มาแล้ว
นายสุภาพ ดาวไธสงค์ เจ้าของสวนอินทผลัมวังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เผยว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรจังหวัดสระแก้วหันมาปลูกอินทผลัมตามกระแสกันมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกลุ่มมิจฉาชีพมาหลอกขายต้นพันธุ์ โดยบอกกับเกษตรกรว่าต้นพันธุ์ที่นำมาขายให้เป็นการเพาะเนื้อเยื่อที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และพร้อมรับซื้อผลผลิตและประกันราคา ซึ่งมีเกษตรกรหลายรายตกเป็นเหยื่อลงทะเบียนทำสัญญา โดยคนกลุ่มดังกล่าวเป็นแก๊งหลอกลวงมาหลายจังหวัด และถูกตำรวจจับแถวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ทำให้เกษตรกรที่นำต้นพันธุ์ไปปลูกต้องไถทิ้งไปหลายราย

สำหรับสวนของตนเองมีเนื้อที่ 3 ไร่ ปลูกอินทผลัมพันธุ์บาร์ฮี (กินสด) จำนวน 60 ต้น แบบเกษตรอินทรีย์ ทำให้ปีนี้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นมากจากปี 2562 ได้ผลผลิตปริมาณ 1 ตันกว่า แต่ปีนี้ได้ผลผลิตปริมาณ 6 ตันกว่า ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการตลาดทั้งขายออนไลน์ และเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชม โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

นายสุรเชษฐ์ วัฒนพรพรรณ เจ้าของสวนอินทผลัมสระแก้วคุณแอน กล่าวว่าสวนของตนเองมีเนื้อที่ขนาด 50 ไร่ ปลูกอินทผลัมมา 2 ปี จำนวน 1,200 ต้นมีทั้งพันธุ์บาร์ฮี พันธุ์โคไนซี่ และพันธุ์อื่นอีก 40 สายพันธุ์ สำหรับราคาตอนนี้พันธุ์บาร์ฮี 400-600 บาทต่อกิโลกรัม พันธุ์โคไนซี่ ราคา 700 บาทต่อกิโลกรัม ราคาต้นพันธุ์เนื้อเยื่อจากต่างประเทศต้นละ 2,000-2,200 บาท อย่างไรก็ตามถึงแม้ปัจจุบันคนไทยยังไม่ค่อยรู้จักตลาดอินทผลัม ยังทานผลสดไม่เป็น ซึ่งส่วนใหญ่ทานแต่ตากแห้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่เชื่อว่าตลาดอินทผลัมยังไปได้อีกไกล

น.ส.สุธีกานต์ สุวรรณอำไพ เจ้าของสวนทวีกานต์วิมานดิน อินทผลัมเนื้อเยื่อรายแรกของจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่าแม้ว่าอินทผลัมปลูกง่าย แต่ดูแลยาก โดยเฉพาะช่วงผลสุกตั้งแต่วันที่ 120-150 วันจะเกิดปัญหาผลร่วง เท่าที่ทราบมาว่าบางสวนร่วงหมดจนแทบไม่ได้ขายเลย ซึ่งปีนี้สวนของตนเองมีผลผลิตออกมาประมาณ 2 ตัน เน้นคุณภาพ โดยขายเองในสวน 50% และขายส่ง 50% ราคากิโลกรัมละ 500-600 บาท ตอนนี้ขายหมดสวนแล้ว ซึ่งตนเองมั่นใจว่าแม้จะมีคนหันมาปลูกกันจำนวนมาก แต่ภายใน 5 ปี ราคาน่าจะยังทรงตัว

นายอนันต์ ตั่นฉ้วน เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ในจังหวัดเพชรบูรณ์ปัจจุบันมีพื้นที่การปลูกอินทผลัม ประมาณ 1,100 ไร่ มีเกษตรกรรวม 100 ราย ผลผลิตรวมกว่า 100 ตันต่อปี ในเขตอำเภอวิเชียรบุรี อำเภอหล่มสัก และอำเภอชนแดน โดยเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกพันธุ์บาร์ฮี (Barhi) สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตอนอายุ 1 ปี 8 เดือน ปัจจุบันราคาเริ่มตั้งแต่ 200-500 ต่อกิโลกรัม ในจังหวัดมีกลุ่มอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อทำการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ สบู่ เซรั่ม น้ำอินทผลัมสด เป็นต้น เป็นอีกช่องทางที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกร ที่ศูนย์การเรียนรู้อินทผลัม อำเภอวิเชียรบุรี

สำหรับแนวโน้มการปลูกอินทผลัมในอนาคตนั้น คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเรื่องการตลาดจะมีหน่วยงานภาคเอกชน ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้ปลูกอินทผลัมมานานกว่า 15 ปี เข้ามาดูแลและควบคุม ถ้าเกษตรกรคนใดสนใจจะปลูกอินทผลัมสามารถเข้ามาติดต่อประสานงานกับทางเกษตรจังหวัดได้

นายเวียน ธรรมสอน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ/หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่าจังหวัดหนองคายมีเกษตรกรที่ปลูกอินทผลัมแจ้งกับสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองคาย ไว้จำนวน 23 ราย พื้นที่ปลูกรวมประมาณ 61.25 ไร่ จากภาพรวมสถานการณ์ในขณะนี้คาดว่าจะมีเกษตรกรให้ความสนใจมาปลูกอินทผลัมน้อยลง เนื่องมาจากหลายปัจจัย ทั้งต้นพันธุ์มีราคาแพง คือถ้าเป็นต้นพันธุ์ที่ได้มาจากเนื้อเยื่อ ถือเป็นต้นพันธุ์ตัวเมียทั้งหมด มีราคาสูงถึงต้นละ 1,500-2,000 บาท ส่วนต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะอยู่ที่ต้นละ 500-800 บาท แต่ต้องเสี่ยงว่าจะเป็นต้นพันธุ์ตัวเมียกี่ต้น นอกจากนี้ ล่าสุดราคาขายอินทผลัมที่รับประทานผลสดเริ่มมีราคาลดลง จากเดิมกิโลกรัมละ 400-500 บาท ตอนนี้ราคากิโลกรัมละไม่ถึง 300 บาท และยังมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากหลายพื้นที่เริ่มมีผลผลิตออกมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้พบว่ากลุ่มที่ซื้ออินทผลัมผลสดไปรับประทาน เป็นกลุ่มคนที่ยังไม่เคยรับประทานอินทผลัม จึงอยากทดลองรับประทานดูเท่านั้น ไม่ได้เป็นลูกค้าแบบประจำ

"ขณะนี้ทางกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรได้มีการประชาสัมพันธ์ และให้คำแนะนำเกษตรกรที่คิดจะปลูกอินทผลัมในเวทีการอบรมต่าง ๆ ให้ความเข้าใจ ไม่ได้ห้าม แต่เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงให้เกษตรกรที่คิดจะปลูกได้ทราบสถานการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต ให้เข้าใจถึงความเสี่ยงในการปลูกอินทผลัม หากผลผลิตออกมามาก ๆ มีในทุกพื้นที่แล้วจะทำอย่างไร ราคาผลสดมีแนวโน้มถูกลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกลับราคาต้นพันธุ์ที่ยังมีราคาที่แพงอยู่"

รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) พบว่า ปัจจุบันอินทผลัมเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังมาแรง เกษตรกรให้ความสนใจเพาะปลูกกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่าย เก็บผลผลิตได้ในระยะเวลานาน ให้ผลตอบแทนสูง และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพบว่าในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีการปลูกอินทผลัมประมาณ 100 ไร่ ให้ผลผลิตรวมกว่า 31,835 กก./ปีสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

ส่วนใหญ่พบในอำเภอน้ำพอง ภูเวียง และหนองเรือ ปลูกพันธุ์บาร์ฮี (Barhi) เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ปลูกและดูแลง่าย ให้ผลผลิตสูง และมีรสชาติหวาน กรอบ เหมาะสำหรับรับประทานผลสด ส่วนใหญ่เกษตรกรนิยมปลูกโดยใช้ต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเนื้อเยื่อ ซึ่งนำเข้าจากประเทศอังกฤษ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ราคาประมาณ 1,800-2,300 บาท/ต้น ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพใกล้เคียงกันทุกต้น โดยต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 37,301 บาท/ไร่(เริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 3) และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ระยะยาว

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ประชาชาติธุรกิจ
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
23-28°C
นครราชสีมา
24-30°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
25-30°C
ภูเก็ต
26-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×