เกษตรกรต้นแบบ
คุณสิงห์ทอง แก้วเพร็ชร์มะดัน
การทำนา เป็นอาชีพหลักคู่แผ่นดินไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำมาช้านาน ไม่ว่าจะย่างกายไปที่ไหนก็จะพบว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าวเสมอ แต่ภาพชาวนาไทยที่ต้องก้มหน้าเอาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ตากแดด ตัวดำ กว่าจะได้เก็บเกี่ยวเรียวรวงมาเลี้ยงดูคนไทยนั้น กลายเป็นภาพที่คุ้นชินและสร้างทัศนะคติด้านลบให้เกิดในใจของคนรุ่นหลังไปแล้วว่า การทำนานั้นเหน็ดเหนื่อยกว่าจะได้เงินมาใช้จ่าย ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ ซ้ำร้ายวันดีคืนดี เจอฝนแล้ง น้ำท่วม ราคาตกต่ำ ก็จะย่ำแย่กันไปอีก จนลูกหลานเกษตรกรโดยกำเนิดเองก็ไม่อยากจะสืบทอดอาชีพดั้งเดิมนี้ ต่างพากันหันหน้าเข้าเมืองใหญ่ ขายแรงงานความรู้ ในสาขาอาชีพอื่นกันเกือบหมด การจะหาผู้สืบทอดอาชีพทำนารุ่นถัดไปจึงยากเย็นเหลือเกินในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีชาวนาที่ประสบความสำเร็จจากการทำนา ที่ทำนาแล้วร่ำรวยได้จริง อย่างคุณสิงห์ทอง แก้วเพ็ชร์มะดัน จาก จ.นครราชสีมา ที่ทำนาแล้วมีรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 500,000 บาทและพลิกภาพการทำนาที่ว่ากันว่าลำบากมาเป็นภาพความสุขสบาย ด้วยการใช้เครื่องจักร,หลักเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์เข้ามาช่วย จนการทำนาบนพื้นที่ 67 ไร่ กลายเป็นเรื่องสบายมาก
คุณธีรพล จันทร์อินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกไผ่กวนอิม มีอาชีพทำการเกษตรมามากกว่า 10 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่สามารถสร้างรายได้เป็นหลักแสนต่อเดือนด้วยการปลูกไผ่กวนอิม ดัด-สาน ส่งนอก บนพื้นที่ปลูกไผ่กวนอิมทั้งหมด 350 ไร่ โดยเป็นเกษตรกรผู้ปลูกไผ่กวนอิม รุ่นที่ 2 ต่อจากคุณพ่อ เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดธุรกิจที่ได้รับมาด้วยการสร้างความแปลกใหม่ น่าสนใจ ให้กับไผ่กวนอิมเพื่อดึงดูดลูกค้าโดยการนำต้นไผ่กวนอิมมาเปียในแจกัน และ ดัดต้นไผ่กวนอิมให้สวยงาม จนทำให้มีการสั่งซื้อต้นไผ่กวนอิมเข้ามาเป็นจำนวนมาก และยังทำให้มีโอกาสทางการตลาดเข้ามาเพราะมีลูกค้าถูกใจไอเดียสร้างสรรค์ของตัวเอง ด้วยการส่งออกไผ่กวนอิมดัดไปขายไกลถึงต่างแดน สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวเป็นเลข 6 หลักต่อเดือนมาจนถึงปัจจุบัน
ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
ปราชญ์เกษตร เจ้าของภูมิปัญญาเกษตรกรรม
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2564
กรุงเทพมหานคร
20-30°C
เชียงใหม่
15-30°C
นครราชสีมา
16-31°C
ชลบุรี
20-28°C
นครศรีธรรมราช
22-28°C
ภูเก็ต
24-27°C