ข้อมูลเกษตร
หนอนเจาะฝักข้าวโพด (Corn Earworm)
หนอนเจาะฝักข้าวโพดจะทำลายโดยกัดกินไหมแล้วเจาะเข้าไปที่ปลายฝัก หนอนจะเจริญเติบโตอาศัยกัดกินเฉพาะปลายฝัก ฝักละ 1 ตัว เท่านั้น แต่ถ้าระบาดในระยะที่ฝักไม่ได้รับการผสมเกสรเต็มที่จะทำให้ฝักติดเมล็ดไม่สมบูรณ์ มักจะพบหนอนเจาะฝักข้าวโพด เมื่อข้าวโพดเริ่มออกดอกเกสรตัวผู้หนอนจะกัดกินอยู่ที่เส้นไหมของฝักที่ออกใหม่ ๆ เมื่อกินเส้นไหมหมดแล้วก็จะกินปลายฝักต่อไป
2008-09-08
6,859
เพลี้ยอ่อนข้าวโพด (Corn leaf aphid)
เพลี้ยอ่อนข้าวโพด ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ ปริมาณของน้ำฝนมีผลต่อการเพิ่ม ลดของ ประชากรของเพลี้ยอ่อนคือ ถ้าฝนตกมากปริมาณของเพลี้ยอ่อนจะน้อย มักจะพบเพลี้ยอ่อนเป็นกลุ่ม ๆ และใช้ปากที่มีลักษณะ เป็นท่อยาวคล้ายเข็มฉีดยา จะดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอด กาบใบ โคนใบ กาบฝัก และจะพบมากที่สุดบริเวณช่อดอก ทำให้ข้าวโพดเหี่ยวเฉา หากระบาดในระยะที่ข้าวโพดกำลังออกดอกตัวผู้ จะทำให้เกสรบานไม่เต็มที่ การผสมเกสรไม่สมบูรณ์ เมล็ดติดไม่เต็ม ฝัก ทำให้ผลผลิตลดลงนอกจากนี้น้ำหวานที่เกิดจากเพลี้ยอ่อนเป็นตัวดึงดูดให้ศัตรูตัวอื่น ๆ ของข้าวโพด เช่น หนอนเจาะฝัก หนอนเจาะลำต้นมาวางไข่ที่ใหม่อีกด้วย
2008-09-08
5,049
ข้อเท็จจริงของต้นตะกู
ไม้ตะกู หรือ กระทุ่มมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า : Anthocephalus chinensis Rich. ex Walp. ชื่อสามัญ: เรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นว่า ไม้กระทุ่มหรือกระทุ่มบก (ภาคกลางและภาคเหนือ) ตะโกใหญ่ หรือตะโกส้ม (ภาคตะวันออก) และตุ้มขี้หมู (ภาคใต้) อยู่ในวงศ์: Rubiaceae การกระจายพันธุ์: พบกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติเกือบทั่วประเทศ ไม้ตะกูเป็นไม้เบิกนำที่เจริญเติบโตได้เร็วมากชนิดหนึ่ง
2008-09-05
11,591
ประโยชน์ของต้นตะกู
ตะกูเป็นไม้ยืนต้นซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์จากประเทศไทยแล้ว เป็นไม้มงคล โบราณเชื่อว่าจะขึ้นเป็นคู่ๆ ในอาณาเขตบ้านของผู้มีบุญ สาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ตะกูถูกจัดเป็นไม้มงคล เพราะในอินเดียเชื่อกันว่า เป็นต้นไม้ที่โปรดปรานของพระกฤษณะ และชาวอินเดียนิยมนำดอกตะกู ไปใช้ในการบูชาเทพเจ้า และยังนิยมนำดอกตะกูไปสกัดเพื่อเป็นส่วนประกอบของหัวน้ำหอม ในประเทศไทยการพบเห็นูโดยทั่วไป มักจะพบเป็นกลุ่มอยู่ในป่า สำหรับในบ้านคนหรือตามข้างทางทั่วๆ ไปมักจะพบขึ้นเป็นคู่เสมอ โดยจะมีระยะห่างกันเฉลี่ยประมาณ 1-3 เมตร
2008-09-05
34,437
โรคกอตะไคร้ (Grassy shoot)
อ้อยจะมีอาการแตกใบเป็นฝอยคล้ายกอตะไคร้ ใบมีสีเขียวปกติ หรืออาจจะมีสีซีด ใบเล็กมาก ถ้าเป็นระยะอ้อยปลูกอาจจะให้ลำเล็กกว่าปกติ และจำนวนลำแต่ละกอน้อย ทำให้ผลผลิตและ CCS.(ค่าความหวาน) ลดลง ในอ้อยตออาจรุนแรงมากจนไม่ได้ลำเลย จำเป็นต้องไถทิ้ง เชื้อสามารถติดไปกับท่อนพันธู์ปลูกได้
2008-09-04
6,434
โรคเหี่ยวเน่าแดง (Red rot wilt diseases)
อ้อยจะเริ่มเหลืองต่อมาจะยืนต้นแห้งเป็นลำ ทยอยตายทั้งกอและลุกลามตายทั้งแปลง เมื่อผ่าดูเนื้อในเน่าแห้งอาจมีสีแดงหรือม่วงปนเทา มีเชื้อราสีขาวและเทาฟูอยู่ในเนื้ออ้อยเชื้อสามารถระบาดได้โดยเชื้อราปลิวไปกับ ลม ฝน และน้ำชลประทาน
2008-09-04
4,264
โรคแส้ดำ (Smut)
เชื้อโรคอาศัยอยู่ในทุกส่วนของพืช ติดอยู่กับตอเก่าในแปลง และท่อนพันธุ์ที่เป็นโรค ผงสปอร์จากแส้ดำจะระบาดโดยปลิวติดไปกับลมและฝน นอกจากนั้น เชื้อราจะอาศัยอยู่ในดินที่อยู่ในเขตแห้งแล้งได้นาน
2008-09-04
3,077
โรคใบจุดสีเหลือง (Yellow spot)
ใบมีจุดสีเหลืองเล็ก ๆ รูปร่างไม่แน่นอนบนใบทั้งสองด้าน กระจายทั่วทั้งใบ ขอบแผลไม่เรียบ และจะลุกลามติดต่อกันทั่วทั้งใบทั้งสองด้าน เมื่อรุนแรงมากบริเวณแผลจะมีผงสีเทาของเชื้อราติดอยู่คล้ายฝุ่นจับ สีใบที่เป็นสีเหลืองจะกลายเป็นสีน้ำตาลในที่สุดใบจะแห้งตาย ไร่อ้อยที่เป็นโรครุนแรงมองเห็นเป็นสีน้ำตาลไปทั้งไร่
2008-09-04
5,878
โรคใบขาว (White leaf)
อาการของโรคจะแสดงให้เห็นในอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต โดยอ้อยที่เริ่มงอกทั้งอ้อยปลูกและอ้อยตอ ใบอ้อยจะเล็กและสั้นกว่าปกติ มีสีขาวซีด ขาวปนเหลือง เขียวปนเหลือง อ้อยจะแตกหน่อมากกว่าปกติคล้ายกอตะไคร้ ไม่ย่างปล้อง แคระแกรนและแห้งตายทั้งกอ ในอ้อยโตลำจะเล็กและสั้นกว่าปกติจำนวนลำในกอน้อย บริเวณโคนกอและตาข้างจะมีหน่อออกมา ใบสีขาวเห็นได้ชัด
2008-09-04
3,475
โรคใบขีดแดงและยอดเน่า (Red stripe and Top rot)
ปรากฏรอยขีดยาวสีแดงเข้มตามความยาวใบ และรอยขีดอาจยาวได้ตลอดทั้งใบ บางครั้งเชื่อมติดกันเป็นแถบปื้นแดงบนใบ เชื้อสามารถเข้าทำลายเนื้อเยื่อเจริญภายในยอดอ้อย ทำให้ยอดอ้อยเน่า มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว
2008-09-04
3,161
โรคใบขาวลายทาง (Ratoon chlorosis)
อาการเริ่มปรากฏบนใบอ่อน - จะมีสีขาวหรือเหลืองเป็นทาง สลับสีเขียวอ่อน ตามความยาวของใบและใบส่วนล่างจะยังเขียวอยู่ อ้อยเจริญเติบโตช้า การเจริญของรากหยุดชะงัก ถ้าเป็นมาก ๆ จะทำให้ต้นตาย ผลผลิตลดลง
2008-09-04
3,127
เพลี้ยจักจั่นฝ้าย (Cotton leafhopper หรือ Cotton jassids)
เพลี้ยจักจั่นทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะทำลายฝ้ายตั้งแต่เริ่มงอกจนกระทั่งเก็บผลผลิต โดยจะระบาดมากในช่วงต้นฤดูและเมื่อฝนทิ้งช่วงนาน ๆ ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบฝ้าย พร้อมกับปล่อยสารบางชนิดทำให้ขอบใบฝ้ายเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบฝ้ายจะโค้งงอแล้วเปลี่ยนเป็นสีม่วงและแดงในที่สุด ถ้าระบาดในขณะฝ้ายยังเล็กอยู่จะทำให้ต้นฝ้ายแห้งตายทันที แต่ถ้าระบาดในช่วงที่ฝ้ายโตแล้วจะทำให้ดอกและสมอร่วง
2008-09-03
3,552
ราคาน้ำมัน
วันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2565
น้ำมัน
ราคา
แก๊สโซฮอล์ 91
32.38 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95
32.65 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20
31.14 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85
24.64 บาท
ดีเซล
29.84 บาท
ดีเซล พรีเมี่ยม
35.86 บาท
ราคาสินค้าเกษตร
วันที่ 17 ม.ค. พ.ศ.2565
น้ำยางสด
จุดรับซื้อ
ราคา
บาท/กก.
เพิ่ม/ลด
บริษัท ที.ที.ลาเท็กซ์แอนด์โปรดักส์ จำกัด
จ.นครศรีธรรมราช
48.00
1.00
บจ.นาบอนรับเบอร์
จ.นครศรีธรรมราช
48.00
1.00
บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็กกรุ๊ป จำกัด
จ.ระยอง
52.00
3.00