เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

"นพรัตน์ ฟาร์ม" ทำเกษตรวันหยุดสร้างรายได้ ด้วยมะม่วงหาวมะนาวโห่อินทรีย์

15 กรกฏาคม 2565
382
วันนี้รักบ้านเกิดขอพาทุกคนมารู้จักกับ "คุณภัทรฤทัย พรมนิล" หรือ "พี่ปุ๊" แห่งนพรัตน์ ฟาร์ม สวนมะม่วงหาวมะนาวโห่อินทรีย์ จังหวัดนครพนม ผู้เคยเป็นทั้งครีเอทีฟรายการโทรทัศน์ เกษตรกรฟูลไทม์ ก่อนจะผันตัวสู่เกษตรกรวันหยุดเนื่องด้วยวิกฤตโควิด เรื่องราวของพี่ปุ๊จะสร้างแรงบันดาลใจและแรงฮึดให้กับเราได้ขนาดไหน ไปติดตามกัน
นพรัตน์ ฟาร์ม ทำเกษตรวันหยุดสร้างรายได้

จากครีเอทีฟรายการทีวี สู่วิถีเกษตรกร

อดีตพี่ปุ๊เคยทำงานเป็นครีเอทีฟรายการโทรทัศน์เกือบ 10 ปี ก่อนจะผันตัวมาเป็นเกษตรกร สานต่อสวนมะม่วงหาวมะนาวโห่อินทรีย์ของคุณพ่อที่ปลูกไว้เพื่อกินบรรเทาอาการเจ็บป่วยของตนเอง

มะม่วงหาวมะนาวโห่ (2)
"ตอนเป็นครีเอทีฟ พี่ทำงานเยอะสุขภาพก็ไม่ค่อยดี บวกกับตอนนั้นคุณพ่อป่วย แกเลยอยากกินอะไรที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น จนมาเจอว่ามะม่วงหาวมะนาวโห่มันช่วยเรื่องเบาหวาน ความดันและไตได้ แกก็เลยลองกิน จากเดิมที่หลังจากฟอกไตจะไม่มีแรง กลายเป็นแกกลับมาลุกเดินได้ ตั้งแต่วันนั้นคุณพ่อเลยตัดสินใจปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ โดยเริ่มต้นปลูกประมาณ 300 ต้น"
มะม่วงหาวมะนาวโห่แช่อิ่ม (1)
หลังจากปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ได้ 2 ปี คุณพ่อก็เสียชีวิตทำให้พี่ปุ๊ตัดสินใจลาออกจากงาน ขายบ้าน และมาสร้างชีวิตใหม่ที่จังหวัดนครพนม สานต่อสวนมะม่วงหาวมะนาวโห่ของคุณพ่อ พร้อมเรียนรู้การแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิต จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์มะม่วงหาวมะนาวโห่มากมายไม่ว่าจะเป็น มะม่วงหาวมะนาวโห่แช่อิ่ม มะม่วงหาวมะนาวโห่เชื่อม แยมมะม่วงหาวมะนาวโห่ น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพของพี่ปุ๊เองที่ป่วยเป็นโรค SLE และช่วยเสริมรายได้อีกด้วย
น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ (2)
"ตอนนั้นเป็นช่วงที่มะม่วงหาวมะนาวโห่ให้ผลผลิตเต็มต้น เราเลยคิดว่าจะทำอย่างไรกับมันดี เลยได้มีโอกาสเข้ามาเป็น Young smart farmer ของจังหวัดนครพนม ได้อบรมเกี่ยวกับการแปรรูปผลผลิต การสร้างแบรนด์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วงหาวมะนาวโห่ ภายใต้แบรนด์ นพรัตน์ ฟาร์ม"
มะม่วงหาวมะนาวโห่-1 (1)

เกษตรวันหยุดที่ "นพรัตน์ ฟาร์ม"

แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันพี่ปุ๊ประสบทั้งวิกฤตโควิดและเศรษฐกิจต่างๆ ค้าขายทางออนไลน์ลำบากและไม่มีรายได้จากการออกบูทจำหน่ายสินค้า ทำให้จากเดิมที่พี่ปุ๊เป็นเกษตรกรนักแปรรูปมะม่วงหาวมะนาวโห่แบบฟูลไทม์ ก็ต้องผันตัวมาเป็นเกษตรกรวันหยุดแทน พร้อมทำงานประจำอื่นควบคู่ไปด้วย

"ตอนนี้พี่มาทำกราฟฟิก แต่สวนก็ยังทำอยู่ ยังขายผลผลิตอยู่ เมื่อไหร่ที่โควิดมันโอเคพี่ก็จะกลับไปทำเกษตร 100% เหมือนเดิม พี่ไม่อยากทิ้งวิชาชีพที่ตัวเองเรียนมา ตอนแรกเราทำสวนอย่างเดียว พอเจอโควิด เจอปัญหาหลายอย่าง ปัญหาฤดูกาล ในช่วงระหว่างที่รอผลผลิตโต เราก็ต้องมีงานทำ เราจะรอจากเกษตรทั้งหมดไม่ได้"

พี่ปุ๊ได้ฝากถึงคนที่อยากเริ่มต้นทำเกษตรว่า ให้พิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจมาทำเกษตร หากมีงานประจำอยู่แล้ว อยากให้ลองมาทำเกษตรวันหยุดเฉพาะเสาร์อาทิตย์ดูก่อน ไม่อยากให้ทิ้งงานประจำมาทำเกษตร 100% เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรที่ผันผวนแทบทุกวัน หรือหากใครที่ทำเกษตรอยู่แล้ว ในช่วงที่รอผลผลิตโต ก็ควรหารายได้เสริมอื่นๆ ไปด้วย และแนะนำให้ทำเกษตรแบบผสมผสาน สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับตัวเองอย่างการทำ "โคก หนอง นา"

ทำเกษตรยั่งยืนด้วย โคก หนอง นา

บนพื้นที่ 3 ไร่ของนพรัตน์ ฟาร์ม พี่ปุ๊ได้แปลงพื้นที่ตามฉบับโคกหนองนาโมเดล มีการปลูกพืชผักอื่นๆ ควบคู่ไปกับมะม่วงหาวมะนาวโห่ พร้อมทั้งขุดบ่อปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงหอยเชอร์รี่สีทอง เพื่อเสริมรายได้และสร้างความมั่นคงทางอาหารในช่วงที่ไม่มีผลผลิตหรือไม่ใช่ช่วงฤดูกาลมะม่วงหาวมะนาวโห่ รวมถึงทำคลองไส้ไก่รอบสวน เพื่อให้มะม่วงหาวมะนาวโห่ได้น้ำอย่างเต็มที่และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ไม่ขม พร้อมสู่การแปรรูป


เรื่องราวการทำเกษตรของพี่ปุ๊ คงเป็นแรงบันดาลใจและให้ข้อคิดกับคนที่อยากเบนเข็มมาทำเกษตรกันนะครับ ว่าการทำเกษตรไม่ง่ายเลย อย่างพี่ปุ๊เองก็เจอทั้งปัญหาและอุปสรรคมากมาย การที่เราจะลงใจลงแรงมาทำเกษตรแบบเต็มตัว เราจึงควรศึกษาสิ่งที่จะปลูกให้ดี ศึกษาตลาดของผลผลิตนั้นๆ หรือหากมีงานประจำอยู่ การทำเกษตรวันหยุดก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจและสามารถสร้างรายได้ให้เราเช่นกันนะครับ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณเรื่องราวบันดาลใจจาก คุณภัทรฤทัย พรมนิล
และภาพสวยๆ จาก https://www.facebook.com/farmnopparat