เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ตลาดข่วงเกษตรอินทรีย์ ผักผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อสุขภาพที่ดี

18 มกราคม 2565
501
จังหวัดเชียงใหม่นอกจากจะเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันอย่างแพร่หลายแล้ว ยังถือเป็นจังหวัดที่มีตลาดเกษตรอินทรีย์เยอะที่สุดหรือเรียกได้ว่า มีตลาดเกษตรอินทรีย์แทบจะทุกวัน ไม่ต้องรอศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ มีเกษตรกรในพื้นที่นำเอาผลผลิตที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ตามฤดูกาลมาวางขาย ทั้งผัก ผลไม้ ผักพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่นทั้งคาวหวาน
ตลาด "ข่วงเกษตรอินทรีย์" เกิดจากการที่สถาบันชุมชนเกษตรยั่งยืน(ISAC) ค้นพบว่าเกษตรกรรมในอำเภอมีการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก ทำให้เกษตรกรมีหนี้สินเพิ่มขึ้นอีกทั้งยังประสบกับปัญหาด้านสุขภาพในเรื่องของสารเคมีที่ตกค้างในร่างกาย


สถาบันชุมชนเกษตรยั่งยืนจึงอยากแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับเกษตรกรและอยากส่งต่อผักผลไม้เกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย ซึ่ง "ข่วง" ในภาษาล้านนามีความหมายว่า เป็นลานกว้างๆหรือพื้นที่ที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ขึ้นอยู่กับผู้จัด

โดยตลาดข่วงเกษตรอินทรีย์ เกิดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์โดยเน้นให้บริโภคผัก ผลไม้ ตามฤดูกาลเป็นหลัก เนื่องจากการบริโภคผักพื้นบ้าน ผัก ผลไม้ตามฤดูกาลจะสามารถมั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีตกค้างในผัก อีกทั้งยังเป็นการให้กำลังใจเกษตรกรที่ปลูกผักตามวิธีเกษตรอินทรีย์ ว่าสิ่งที่เขาทำกันอยู่ เป็นสิ่งที่ดีเพื่อเป็นกำลังใจให้เกษตรกรเดินตามเส้นทางเกษตรอินทรีย์ต่อไป
พี่อี๊ด ผู้ประสานงานของตลาดข่วงเกษตรอินทรีย์ เล่าให้ฟังว่า"ก่อนที่จะเปิดข่วงเกษตรอินทรีย์ เริ่มต้นจากการที่ให้เกษตรกรที่เข้ามาร่วมกลุ่ม เริ่มทดลองปลูกทานกันเองในครัวเรือนก่อน แล้วแบ่งผักที่ได้ให้กับคนในชุมชน หลังจากแบ่งกันในชุมชนแล้ว และยังเห็นว่ามีผักต่างๆ ที่เหลืออีกมากจากชุมชม เลยจุดประกายความคิดที่อยากจะขยับขยายเป็น ตลาดข่วงเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่อยากให้ข่วงนี้เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคและเกษตรกรเข้าด้วยกัน ให้มาเเลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันและส่งต่ออาหารที่ปลอดภัยให้กับผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการรับประทานมากขึ้น"


สินค้าส่วนใหญ่ในข่วงเกษตรอินทรีย์จะเน้นที่ ผักพื้นบ้าน ผักป่า บางชนิดก็หาทานยาก ผัก ผลไม้ ตามฤดูกาลเป็นหลักโดยเเบ่งตามฤดู (ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูฝน) สินค้าออร์แกนิก เมล็ดพันธุ์ ผ้าทอพื้นเมือง
ไม่เพียงเท่านั้นยังต่อยอดผลผลิตให้เป็นอาหารแปรรูปออร์แกนิก โดยนำเอาผลผลิตที่มีในข่วงมาทำเป็นเมนูต่างๆ ส่วนทางด้าน Workshop มีการนำ ผักพื้นบ้านหรือผักป่ามาทำเป็นเมนูอาหาร เพื่อให้ผู้คนที่มาจ่ายตลาดที่ข่วงเกษตรอินทรีย์ เกิดไอเดียในการทำเมนูใหม่ๆ จากผักพื้นบ้าน ผักป่าที่ซื้อ รวมไปถึงการสาธิตวิธีนำผักต่างๆ มาแปรรูปเป็นผักดอง ไว้สำหรับทำกินที่บ้านง่ายๆ อีกด้วย

ทุกวันนี้ ข่วงเกษตรอินทรีย์เปิดมาได้เกือบ 10 ปีแล้วและในปัจจุบันมีเกษตรกรที่เข้าโครงการปลูกผักผลไม้วิถีอินทรีย์ด้วยกันถึง 11 กลุ่ม ซึ่งเป็นอำเภอและจังหวัดทางภาคเหนือทั้งหมด พี่อี๊ด กล่าวว่า การที่เราจะคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรเข้าหรือออกในกลุ่มนั้นไม่ได้เข้าหรือออกกันได้ง่ายๆ โดยมีเกณฑ์การคัดเลือกเข้าคัดเลือกดังนี้


1.เน้นกลุ่มเกษตรกรหรือเป้าหมายที่ทางสมาคมเกษตรยั่งยืนให้การส่งเสริมก่อน ซึ่งเกษตรกรจะต้องมีที่ดินหรือเช่าทำกินเป็นของตนเอง และต้องได้รับการตรวจสอบให้ผ่านเกณฑ์ เกษตรเครือข่ายอินทรีย์และมาตรฐานเกษตรทางภาคเหนือ

2.มีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงจากการลดใช้สารเคมี ในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว

3.ต้องผ่านมติของเครือข่าย

สุดท้ายนี้ พี่อี๊ดขอเชิญชวนทุกคนที่ยังไม่เคยมาเดินเล่นที่ข่วงเกษตรอินทรีย์ ให้ลองมาเยี่ยมแวะชมดู ซึ่งจะเปิดทุกวันอังคาร พฤหัสบดีและวันเสาร์เวลา 14.00 - 18.00น. นอกจากจะได้ผักและผลไม้ที่ปลอดภัยไร้สารเคมีตามฤดูกาลแล้ว ยังได้เห็นผักพื้นบ้าน ผักป่าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและยังได้ความรู้ในเรื่องของการนำผักพื้นบ้าน ผักป่า ไปประกอบเมนูอาหาร อีกทั้งยังได้อุดหนุนเกษตรกรรายย่อย เพื่อให้พวกเขาได้มีกำลังใจในการปลูกผักตามแบบฉบับวิถีอินทรีย์ต่อไป

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ พี่อี๊ด- พัชรา พงษ์เสน ผู้ประสานงานข่วงเกษตรอินทรีย์
https://www.facebook.com/khuangkasetinsee.chiangmai/
https://program.thaipbs.or.th/EatamAre/episodes/50972