เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

"ฟาร์มฝันแม่"สวนผักผลไม้อินทรีย์บันดาลใจ ดูแลด้วยรัก ฟูมฟักดั่งลูก

20 มกราคม 2565
714
เกษตรบันดาลใจวันนี้รักบ้านเกิดขอพาทุกคนไปรู้จักกับ "คุณภิญญา ศรีสาหร่าย" หรือ พี่โอเล่ เกษตรกรดีเด่นจากโครงการคัดเลือกเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดประจำปี 2564 ผู้สานต่อความฝันของแม่ที่พ่อร่วมสร้าง ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ที่ฟาร์มฝันแม่ เกษตรอินทรีย์ จ.ราชบุรี พร้อมปณิธานที่ว่า "อยากทำผักผลไม้ที่ไร้ซึ่งสารเคมีให้ผู้คนได้รับประทานและมีสุขภาพที่ดี"
คำกลอนของแม่ จุดประกายให้ลูก
เดิมทีพี่โอเล่ทำอาชีพวิศวกรโยธามาตลอด 15 ปี แทบไม่ได้กลับบ้านหรือพูดคุยกับพ่อแม่เลย ด้านพ่อแม่ก็เป็นเกษตรกรและทำเกษตรอินทรีย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล จนมีอยู่วันหนึ่งมีเหตุให้พี่โอเล่ต้องกลับบ้าน และได้พบคุณแม่ที่กำลังอบรมนักศึกษาที่มาดูงานพร้อมได้ยินคำกลอนของแม่ที่ท่องให้เหล่านักศึกษาฟังว่า

"กลับบ้านเถอะลูก พ่อปลูกต้นท้อไว้รอเจ้า
กลับบ้าน สู่บ้านเรา ไหนว่าเจ้า ไปเพื่อเรียน
หลายปีผ่านไป สุขทุกข์อย่างไร พ่อรออยู่
ดอกท้อชู ช่อชู ไกลสุดกู่ หรืออย่างไร
พ่อทำฝนเทียม และห้วนฝาย ไว้คอยเจ้า
พร้อมเมล็ดพันธุ์ชนิดใหม่ๆ
เจ้าจงมาเตรียมการหวานไถ่ เพื่อจะได้มีอยู่ มีกิน
กลับบ้านเถอะลูก เจ้ากลับบ้านถูกใช่ไหม
เจ้าจงมาเป็นชีวิตใหม่ เป็นแสงตะเกียง และเสียงพิณ
ให้ผู้อยู่ถิ่น...ได้ชื่นใจ
"

คุณแม่ลำพึง ศรีสาหร่าย ผู้แต่ง

คำกลอนนี้ได้จุดประกายและทำให้พี่โอเล่ตั้งมั่นกับตนเองว่าจะกลับมาทำเกษตรสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณแม่ให้ได้ ซึ่งท่านก็มีความฝันว่า สักวันท่านจะมีพื้นที่ของตนเองและให้ลูกหลานมีอยู่ มีกิน จนในปี 2556 คุณพ่อและคุณแม่ของพี่โอเล่ได้ซื้อที่ดิน 15 ไร่ในจ.ราชบุรี พร้อมช่วยกันพลิกผืนดินแห้งแล้งที่เคยเป็นไร่มันสำปะหลังเคมี ให้กลายเป็นผืนดินแห่งเกษตรอินทรีย์ได้ในที่สุด
"ฟาร์มฝันแม่" ดูแลด้วยรัก ฟูมฟักดั่งลูก
เมื่อคุณพ่อและคุณแม่เริ่มทำเกษตรบนพื้นที่ของตัวเองได้เพียง 2 ปี คุณพ่อผู้ร่วมสร้างความฝันท่านได้เสียชีวิตกะทันหัน ทำให้พี่โอเล่ทิ้งทุกอย่าง กลับมาอยู่กับแม่ ครอบครัว และใช้ทุกเวลาที่เหลือกับคนที่รัก พร้อมสานต่อความฝันของแม่ที่พ่อได้ร่วมสร้างให้เป็นจริง ในชื่อ "ฟาร์มฝันแม่ เกษตรอินทรีย์" กับสโลแกนที่ว่า "ดูแลด้วยรัก ฟูมฟักดั่งลูก"

โดยบนพื้นที่ 15 ไร่ของฟาร์มฝันแม่ พี่โอเล่ได้จัดสรรพื้นที่ตามระบบเกษตรอินทรีย์ แบ่งออกเป็น 5 โซน ได้แก่
1.โซนป่าไม้และไม้กันชน 6 ไร่ โดยเลือกปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น ตะเคียนทอง กฤษณา พะยุง ประดู่ ไม้ยางนา และไม้กันชนอย่างต้นทองอุไร ซึ่งเป็นต้นไม้ที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูธรรมชาติที่จะช่วยสร้างความสมดุลให้ธรรมชาติไปในตัว

2.โซนผลไม้ยืนต้น 4 ไร่ โดยพี่โอเล่จะปลูกไม้ผลหลากชนิดที่ให้ผลผลิตตามแต่ฤดูกาล เช่น มะม่วง ส้มเขียวหวาน

3.โซนพืชผักพืชไร่ 4 ไร่ 1 งาน ซึ่งมีทั้งแบบในโรงเรือนและนอกโรงเรือน

4.โซนแหล่งน้ำ 2 งาน แบบเจาะบาดาลและมีการติดตั้งโซล่าเซลล์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดึงน้ำมาใช้ในการทำเกษตร

5.โซนที่อยู่อาศัย 1 งาน

เกษตรอินทรีย์บนพื้นฐานข้อมูล โดยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
พี่โอเล่ตั้งใจทำเกษตรแบบสมัยใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูล มีการเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อลดอุปสรรคทางการเกษตรต่างๆ เช่น โรค แมลง ศัตรูพืช โดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาผลผลิตและตอบสนองความต้องการของพืช พร้อมทั้งนำองค์ความรู้ที่ได้อบรมมาจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาปรับใช้และนำมาพัฒนาฟาร์มฝันแม่ในปีต่อๆ ไป

อย่างการทำโรงเรือนระบบปิด ที่จะช่วยลดปัญหาจากสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และสามารถสร้างผลผลิตได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งปัจจุบันฟาร์มฝันแม่มีทั้งหมด 7 โรงเรือนสำหรับปลูกพืชที่มีมูลค่าสูง เช่น เมล่อน มะเขือเทศ โดย 4 โรงเรือนจะมีการติดตั้งระบบ Smart farm ที่สั่งการผ่านสมาร์ทโฟน

โดยพี่โอเล่เสริมว่า "การทำโรงเรือนระบบ Smart farm เราต้องศึกษาว่าพืชที่ปลูกต้องการอะไร แล้วเราจึงนำเทคโนโลยีเข้ามาให้เขา อย่างเช่น หน้าฝนมะเขือเทศไม่ชอบฝนตกชุก ความชื้นในอากาศสูงที่ก่อให้เกิดเชื้อรา เราก็นำพัดลมมาช่วยลดความชื้นในอากาศ หรือในช่วงที่มะเขือเทศต้องการแสง เราก็นำระบบโซล่าเซลล์เข้ามาใช้"

นอกจากนี้พี่โอเล่ยังมีแอปพลิเคชั่น : ฟาร์มฝันแม่ ในการช่วยเก็บข้อมูลของฟาร์มทำให้ทราบปัญหาที่ผ่านมา แล้วนำไปวิเคราะห์และวางแผนหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวในปีถัดไปได้ รวมถึง TOCA Platform แพลตฟอร์มของสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้และวางแผนการทำเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการวางแผนวันปลูก วันเก็บเกี่ยว ไปจนถึงปลายน้ำอย่างการให้ผู้บริโภคเข้ามาสั่งซื้อผลผลิตได้เลย ซึ่งผลผลิตของฟาร์มฝันแม่ก็จำหน่ายอยู่ใน TOCA Platform เช่นกัน
ผักผลไม้ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์
ด้วยความตั้งใจที่อยากทำผักผลไม้ไร้สารเคมีให้คนได้รับประทาน ฟาร์มฝันแม่จึงมุ่งเน้นผลผลิตอินทรีย์ที่ได้มาตรฐาน โดยพี่โอเล่เสริมว่า "เราตั้งใจขอมาตรฐานมาตั้งแต่เริ่มต้นทำเกษตร อย่างมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ IFOAM 2018-2019 ในพืช 63 รายการ มาตรฐาน PGS 98 รายการ และปัจจุบันอยู่ในช่วงขอรับรอง Organic Thailand ในพืชอีก 25 รายการ"

กลุ่มลูกค้าหลักของฟาร์มฝันแม่จึงเป็นคนที่ใส่ใจในสุขภาพและเข้าใจในเรื่องมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ และโรงเรียน โรงแรม ร้านอาหารที่เน้นวัตถุดิบอินทรีย์ รวมถึงลูกค้าที่ติดตาม Facebook page : ฟาร์มฝันแม่ เกษตรอินทรีย์ โดยพี่โอเล่จะคอยอัปเดตผลผลิตและเสริมด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจของฟาร์ม เพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในผลผลิตและกลับมาซื้อซ้ำ พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการแปรรูปและสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ใหม่ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น
"ในการส่งผลผลิตไปร้านดังๆ อันดับแรกเราต้องมีมาตรฐานก่อน แล้วเราก็สร้าง Story ของฟาร์มให้น่าสนใจ เมื่อเชฟมาเห็นเขาก็ติดต่อเรามา จากนั้นเราต้องรักษาคุณภาพผลผลิตให้ดี แล้วเขาก็มีการบอกต่อในกลุ่มเชฟด้วยกัน โดยที่เราไม่ต้องออกไปเสนอขายเลย เขาซื้อความเชื่อมั่นเชื่อใจในฟาร์มฝันแม่"

นอกจากนี้พี่โอเล่ยังเสริมว่าในช่วงวิกฤตโควิด ฟาร์มฝันแม่แทบไม่ได้รับผลกระทบเลย เนื่องจากที่ฟาร์มทำเกษตรบนพื้นฐานของข้อมูล เมื่อเห็นว่ามีโควิดระบาดที่ประเทศจีนจึงปรับกลยุทธ์มานำเสนอสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นและต่อเนื่อง รวมถึงมีการวางแผนว่าจะปลูกอะไร เก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ แล้วเปิดให้ลูกค้าเข้ามาสั่งจองก่อน จนปัจจุบันแทบปลูกให้ไม่ทันกันเลยทีเดียว

ความภูมิใจของเกษตรกรวิถีอินทรีย์
พี่โอเล่ได้เล่าถึงความภาคภูมิใจของตนเองว่า "ผมสามารถกลับมาสานต่อความฝันของแม่ได้ มาสร้างอาชีพให้เกษตรกร สร้างรายได้จากการทำเกษตรอินทรีย์ และอีกหนึ่งความภูมิใจ คือการได้เป็นเมล็ดพันธุ์ของสวทช.และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ทำให้ฟาร์มฝันแม่ได้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรในภาคตะวันตกต่อไป"

ความสุขในการทำเกษตรของพี่โอเล่ จึงเป็นการได้สอนคนให้มีอาชีพและประสบความสำเร็จได้ การมีพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูณ์ ไม่มีมลพิษ ผลิตอาหารที่ปราศจากสารเคมีให้ครอบครัวและผู้บริโภคได้ทาน พร้อมกล่าวเสริมว่า "อีกความสุขของผม คือการได้อยู่บนพื้นที่ทำเกษตร 15 ไร่ ที่มีพ่อแม่อยู่กับผมตลอดเวลา เนื่องจากพ่อแม่ผมเสียไปแล้ว ต้นไม้ต้นแรกที่ครอบครัวร่วมกันปลูกคือต้นโพธิ์ ซึ่งท่านก็สั่งเสียไว้ว่าให้นำกระดูกมาฝังที่นี้ ต้นโพธิ์แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนจุดกำเนิดของฟาร์มฝันแม่"


รักบ้านเกิดขอขอบคุณพี่โอเล่มากๆ นะครับ และหวังว่าเรื่องราวการเดินทางสู่วิถีเกษตรกรของพี่โอเล่และฟาร์มฝันแม่ จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหวนคืนสู่บ้านเกิดมาทำเกษตร พร้อมสร้างสรรค์ผลผลิตที่ปราศจากสารเคมีได้มาตรฐานด้วยการทำเกษตรอินทรีย์กันนะครับ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ พี่โอเล่-คุณภิญญา ศรีสาหร่าย ฟาร์มฝันแม่