เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ฟาร์มดิจิทัล ลดข้อจำกัดการทำเกษตรในประเทศสิงคโปร์
17 พฤศจิกายน 2564
327
สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ยังมีข้อจำกัดในการผลิตอาหารและเกษตรกรรมเนื่องจากผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน แรงงานไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้มีอัตราการนำเข้าอาหารมากที่สุด เน้นการพัฒนาสวนแบบ Agrotechnology ที่ต้องมีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
เทรนด์เกษตรวันนี้ รักบ้านเกิดนำนวัตกรรมเกษตร ดิจิทัลฟาร์มในรูปแบบ Living Lab นวัตกรรมปลูกพืช ที่ประสบความสำเร็จในประเทศสิงคโปร์มาฝาก เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาการทำเกษตรภายในประเทศ


นวัตกรรมเกษตร "ฟาร์มดิจิทัล (Digital Farming)"เกิดจากแนวคิดหลักในการพัฒนาเมืองสิงคโปร์ด้วยนวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจและที่อยู่อาศัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง การทำเกษตรบนดาดฟ้า และ Living Lab

ขอบคุณภาพจาก : technologychaoban

การทำ Living Lab ถือเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุระหว่าง 20 - 30 ปี ที่มักปลูกผักเป็นงานอดิเรกลดความตึงเครียด ไม่เพียงเท่านั้นและยังมีความต้องการในเรื่องของความปลอดภัยของอาหาร ต้องการแหล่งอาหารที่มีคุณภาพ ปราศจากสารปราบศัตรูพืช


Living Lab ในสิงคโปร์ที่ประสบความสำเร็จมีหลายรูปแบบโดยแบ่งออกเป็นเชิงพาณิชย์และเพื่องานอดิเรก



การทำเกษตรเชิงพาณิชย์
บริษัท Comcrop - Aquaponics นวัตกรรมปลูกพืชโดยไม่ต้องใช้ดิน เป็นการทำเกษตรเชิงพาณิชย์ขนาดเล็กตั้งอยู่บนอาคารดาดฟ้าของตึก Space เป็นที่แรกในสิงคโปร์ที่ทำฟาร์มแบบ Aquaponics และยังพัฒนาระบบนิเวศระหว่างการปลูกพืชและเลี้ยงปลาเข้าด้วยกัน ด้วยการรีไซเคิลน้ำเสียจากการเลี้ยงปลาดูดผ่านระบบหินกรองน้ำและส่งต่อไปยังรากของพืช โดยน้ำที่ผ่านรากของพืชที่ส่งกลับมาที่อ่างเลี้ยงปลาจะกลายเป็นน้ำสะอาดเหมือนเดิม ซึ่งพืชที่ใช้ปลูกในฟาร์มได้แก่ Wasabi Greens, Wood Sorrel, Ghost Peppers, Peppermint, Sweet Basil, Spearmint, Serrata Basil ซึ่งภายใน 1 เดือน สามารถผลิตผักออกสู่ตลาดได้มากกว่า 500 กิโลกรัม
ขอบคุณภาพจาก : ifonlysingaporeans.blogspot.com

บริษัท Sky Greens Singapore - A-Go-Gro นวัตกรรมปลูกพืชโดยไม่ต้องใช้ดิน ฟาร์มปลูกผักแนวตั้งเชิงพาณิชย์ที่แรกของโลกที่มีคาร์บอนต่ำ ทำงานด้วยระบบไฮโดรลิค รูปแบบการทำงานจะประกอบด้วยขั้นตอนการปลูกพืชในกรอบอลูมิเนียมรูปตัว A สูง 9 เมตร 38 ชั้น มีกลไกการหมุนเพื่อให้พืชรับน้ำและแดดในปริมาณที่เท่ากัน โดยใช้ระบบหมุนไม่ใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแต่ใช้น้ำในการทำให้รอกหมุน ซึ่งน้ำจะมีการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ นอกจากนี้ น้ำเสียจากพืชจะถูกนำไปหมักและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หลังคาของพื้นที่เพาะปลูกจะเป็นพลาสติกใส ทำให้สามารถปลูกพืชเมืองร้อนได้ตลอดทั้งปี


พืชในฟาร์ม Cabbage, Nai Bai, Chinese Broccoli, Lettuce, Brassica, Spanich ทำให้ผลผลิตมีความสะอาด ปลอดภัย สดและรสชาติดีและยังเป็นศูนย์แห่งนวัตกรรมเพื่อคนรุ่นใหม่ในการทำเกษตรในเมืองอีกด้วย

บริษัท Green House Kok Fah Technology Farm (KFTF) ฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีการทำเกษตรแบบผสมผสานระหว่างแบบผสมผสานระหว่างดั้งเดิมและระบบอัตโนมัติในเรือนกระจก หรือ Green House โดยการใช้ดิน และการได้มีการนำเทคโนโลยีหลากหลายชนิดเข้ามาใช้ในการทำเกษตรแบบดั้งเดิม เช่น เครื่องคำนวณการใส่ดินให้พอดีกับภาชนะปลูกและเครื่องมือฝังเมล็ดพืชผลอัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจาก AVA Agri - Food & Veterinary Authority of Singapore ในการพัฒนาและระบบอัตโนมัติต่างๆ มาใช้กับกระบวนการทำเกษตรแบบดั้งเดิม พืชในฟาร์ม Chinese cabbage, Chinese flowering cabbage, Local Mustard, Lettuce, Baby Sweet potato leaves, Baby Spinach

บริษัท Sustenir Agriculture Singapore Pte Ltd เป็น นวัตกรรมปลูกพืชแนวตั้งที่ควบคุมระบบโดยคอมพิวเตอร์จนถึงสารอาหารของพืช เป็นการปลูกพืชในอาคาร เพื่อป้องกันมลพิษและแมลง มีการควบคุมอุณหภูมิและแสงในการสังเคราะห์ผ่านหลอดไฟหรือที่เราเรียกว่า Led Farm สามารถควบคุมความเข้มของแสง ความถี่ ระยะเวลาของแสง ความชื้นในอากาศและปริมาณอาหาร โดยระบบควบคุมอาหารจะหาสารเคมีที่เพียงพอกับพืชแต่ละชนิดอีกด้วย การปลูกผักแนวตั้งแบบ Led Farm ยังสามารถช่วยลดระยะเวลาการเพาะปลูกเหลือครึ่งหนึ่งอีกด้วย ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเป็นบริษัทเดียวในสิงคโปร์ที่สามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี่ได้







การทำเกษตรเพื่องานอดิเรก
สวนสาธารณะ Hort Park เปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับคนเมืองที่อยากทำเกษตร แต่ไม่มีพื้นที่ โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 80 แปลง แปลงละ 2.50 เมตร ค่าเช่าแปลงละ 57 เหรียญสิงค์โปรและให้เช่าเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งผลตอบรับออกมาดีมาก เพราะแปลงทุกแปลงมีผู้เช่าหมด ซึ่งผักที่ปลูกได้ ได้แก่ ข้าวโพด มะเขือยาว ผลไม้ แตงโม


Ms. Faith Foo ผู้ก่อตั้ง The Living Center บอกว่า ช่วงอายุประมาณ 20 - 30 ปีให้ความสนใจกับสวนสาธารณะนี้เป็นอย่างมาก มีปัจจัยหลายประการ นอกจากการทำเกษตรจะช่วยลดบรรเทาความเครียดได้แล้ว ยังต้องการอาหารที่ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และปราศจากสารพิษอีกด้วย


Marsiling Secondary School โรงเรียนมัธยมศึกษา ได้มีการสร้างฟาร์มเพื่อเป็นชั้นเรียนนอกสถานที่ เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้การปลูกผักแนวตั้งและการผลิตห่วงโซ่อาหารที่พึ่งพาได้


ในปัจจุบันสิงคโปร์มีฟาร์มผักกว่า 62 แห่ง คาดว่าในอนาคตจะมีฟาร์มผักเพิ่มขึ้นอีก และยังพัฒนาเพื่อลดอัตราการนำเข้าอาหาร ตามนโยบาย "30 by 30" โดยมีเป้าหมายผลิตอาหารเองให้ได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2030


ปี 2021 สิงคโปร์กำลังจะเปิด Agri Food Innovation Park ที่รวบรวมบริษัทสตาร์ทอัพ และองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรม นอกจะเป็นการเผยแพร่เทคโนโลยีแล้ว เรายังจะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้าน เกษตร การเลี้ยงสัตว์น้ำและนวัตกรรมอาหารใหม่อีกๆด้วย


สิงคโปร์เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนาไปไกลทางด้านเทคโนโลยีการเกษตร แต่หากจะพูดถึงประเทศไทย ยังคงมีหลายอย่างที่เราต้องเร่งพัฒนาให้ก้าวทันประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตยิ่งขึ้น เราจะเห็นว่าปัจจุบันเรามีกลุ่ม Smart Farmer ที่พร้อมจะพัฒนาการเกษตรของบ้านเรา ให้ก้าวไกล และก้าวทันโลกได้ต่อไปในอนาคต ขอเพียงเราไม่หยุดพัฒนา ไม่หยุดหาความรู้ นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อนำไปสู่การทำเกษตรที่สร้างสรรค์ และสามารถสร้างสุขได้ยั่งยืนอย่างแท้จริง
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
https://ditp.go.th/contents_attach/162840/162840.pdf
https://www.ditp.go.th/contents_attach/311511/311511.pdf
https://www.salika.co/2018/11/21/digital-farm-singapore-smart-innovation/