เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

นวัตกรรมเกษตร ปลูกพืชในน้ำเค็ม ช่วยแก้ปัญหาในการทำเกษตรกรรม

03 พฤศจิกายน 2564
1,640
นวัตกรรมเกษตรการปลูกพืชในน้ำเค็ม หลายคนๆคงอ่านแล้วก็คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นมีพื้นที่หลายแห่งบนโลกที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำเกษตรกรรม เนื่องจากไม่มีน้ำจืด ดินไม่อุดมสมบูรณ์ อุณหภูมิไม่เหมาะสม
เทรนด์เกษตรวันนี้ รักบ้านเกิด นำนวัตกรรมเกษตร เกี่ยวกับการปลูกพืชในน้ำเค็ม ที่ใครๆหลายคนคงไม่เชื่อว่าจะสามารถปลูกได้มาฝาก เรามาดูกันเลยว่า นวัตกรรมปลูกพืชในน้ำเค็มเป็นยังไงและที่ไหนในโลกนิยมปลูกและสำเร็จกันบ้าง
ซาอุดิอาระเบีย - ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายแห้งแล้ง จะมีเพียงพื้นที่ทางตอนใต้เท่านั้นที่มีความชื้นที่เหมาะสมในระดับนึงที่จะสามารถเพาะปลูกได้ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี ทำให้ RED Sea Farms ผู้ประกอบด้านเทคโนโลยีการเกษตรต้องเข้ามาหาทางแก้ไขในการทำฟาร์มแบบยั่งยืนเพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ในพื้นที่ต่างๆและทั่วโลกได้


RED Sea Farms ถูกก่อตั้งโดยนักวิทยาศาสตร์พืชและผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการเกษตร ได้พัฒนาระบบการเกษตรน้ำเค็มอัจฉริยะขึ้น ปลูกพืชในน้ำเค็มด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ โดยผสมน้ำเค็ม 90 เปอร์เซ็นต์และน้ำจืดอีก 10 เปอร์เซ็นต์ โรงเรือนน้ำเค็มใช้เทคนิคการควบคุมสภาพอากาศที่ขับเคลื่อนโดยน้ำเกลือ สารดูดความชื้นเหลวและใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยในการทำงาน เป็นระบบการเกษตรที่มีน้ำเค็มป้อนเข้าเป็นหลัก ทำให้ประหยัดน้ำจืดได้ถึง 70 - 95 เปอร์เซ็นต์ และยังประหยัดพลังงานถึง 50 - 95 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีเรือนกระจก ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาทั้งหมด ได้แก่ ระบบเรือนกระจกน้ำเค็ม ระบบทำความเย็นแบบน้ำเค็ม และผลิตภัณฑ์อาหารจากน้ำเค็มคุณภาพสูง


จากการพัฒนาระบบของ RED Sea Farms สามารถนำไปใช้ได้ในตะวันออกกลางประเทศที่มีชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์ในแถบที่มีน้ำจืดไม่มากนัก สิ่งที่ได้จากการคิดค้นคือ มะเขือเทศที่ทนต่อเกลือ มีรสชาติที่ดีและหวานและให้วิตามินซีที่สูงกว่า เปลือกหนาขึ้นเล็กน้อยทำให้กรอบและมีอายุอยู่ได้นานกว่ามะเขือเทศที่ปลูกด้วยน้ำจืดทั่วไปไม่เพียงเท่านั้นยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ถึง 15 ชนิดในเรือนกระจกน้ำเค็มอีกด้วย ระบบการเกษตรน้ำเค็มอัจฉริยะของ RED Sea Farm ได้กลายเป็นความหวังให้กับพื้นที่หลายเเห่งเพื่อให้สามารถปลูกพืชในท้องถิ่นได้บ้าง
ขอบคุณภาพจาก : Saline Agriculture Worldwide


เนเธอร์แลนด์ - ที่ชายฝั่งทะเลตอนเหนือบนเกาะเทกเซล ปัญหาดินเค็มตามแนวชายฝั่งเหมือนจะกระทบต่อการเพาะปลูกเป็นอย่างมากแต่ไม่ใช่กับเกษตรกรชาวดัทซ์คนนี้ Marc Van Rijsselburghe


เขาเริ่มจากการทดลองปลูกพืชแต่ละชนิดใน เพื่อทดสอบว่าพืชชนิดไหนที่ทนต่อสภาพดินเค็มมากที่สุด โดยรดน้ำจืดและน้ำเค็มสลับกันไปมา เพื่อหาพืชที่สามารถเติบโตและอยู่รอด หลังจากนั้นได้ความรับความร่วมมือจากทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Free Univeesity Of Amsterdam พัฒนานวัตกรรมปลูกพืชโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการปล่อยน้ำเข้าแปลงปลูกทั้งหมด 8 แปลง โดยแบ่งท่อน้ำจืดและน้ำเค็มลำเลียงไปที่ศูนย์น้ำที่มีคอมพิวเตอร์คอยควบคุมการผสมน้ำจืดและน้ำเค็ม เและใช้ระบบน้ำหยดในการลำเลียงน้ำมีเซ็นเซอร์คอยคุมระดับความเค็มและความชื้นในดินอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ได้ระดับความเค็มที่ต่างกันถึง 8 ระดับ และจะปล่อยน้ำเข้าสู่แปลงโดยระบบอัตโนมัติเพื่อดูว่าพืชชนิดใดทนต่อความเค็มและอยู่รอด ซึ่งผลผลิตที่ได้จากทั้ง 8 แปลง พบว่าพืชผักที่ปลูกมีขนาดเล็กกว่าปกติ แต่รสชาติกลับดีกว่าพืชที่ปลูกด้วยน้ำจืด ซึ่งพืชที่ทนทานต่อดินเค็มและน้ำเค็มมากที่สุดคือ มันฝรั่ง เขายังส่งมันฝรั่ง 4 สายพันธุ์ไปให้ประเทศปากีสถานเพื่อทดลองปลูกอีกด้วย
ขอบคุณภาพจาก : AGRISEA


นิวซีแลนด์ - Agrisea บริษัทสตาร์ทอัพของนิวซีแลนด์ ได้ทดลองการปลูกข้าวในทะเลได้สำเร็จโดยไม่ใช้น้ำจืด ดินและปุ๋ย โดยการแก้ไขพันธุกรรมของข้าว(Salt-tolerant rice) เพื่อให้ทนต่อความเค็มของน้ำ เพื่อรองรับประชากรในประเทศที่เพิ่มขึ้นแต่ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ จากการแก้ไขพันธุกรรมข้าว ทำให้นักวิจัยพบว่า ข้าวมียีนที่สามารถควบคุมและกำจัดความเค็มอยู่ในตัวอยู่แล้ว นับเป็นข้อดีที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น เพื่อให้ต้นข้าวสามารถเติบโตในทะเลได้เหมือนข้าวที่ปลูกอยู่บนดิน


Agrisea ยังได้มีการทดสอบเพื่อให้สามารถปลูกข้าวบนทะเลได้อย่างทั่วโลกโดยการส่งไปให้ประเทศที่เป็นผู้ผลิตข้าว เช่น ไนจีเรีย จีน เวียดนาม บังกลาเทศ ญี่ปุ่นและชิลี นอกจากจะสามารถปลูกข้าวในทะเลได้แล้วยังสามารถปลูกในพื้นที่ดินเค็มได้อีกด้วย พวกเขาหวังว่าการปลูกข้าวพันธุ์นี้จะสามารถช่วยฟื้นฟูทางชีวภาพ (Bioremediation) ช่วยเหลือหน้าดินที่ตายแล้ว และปัญหาสาหร่ายทะเลที่เกิดจากการรั่วของปุ๋ย เนื่องจากการทำฟาร์มข้าวบนทะเลจะเป็นเหมือนตัวดูดและทำลายสารอาหารที่ลงไปในน้ำมากเกินไป เเละยังวิจัยพืชชนิดอื่นๆเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เช่น ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ผักโขม และอีกหลายชนิด เพื่อพัฒนาให้ทนต่อความเค็มได้อีกด้วย


การปลูกพืชในน้ำเค็ม ถือเป็นนวัตกรรมเกษตรที่น่าสนใจและสามารถช่วยลดปัญหาการทำเกษตรกรรมในพื้นที่มีขีดจำกัดทั้งในเรื่องของดินและน้ำ การปลูกพืชในน้ำเค็มถ้าทำควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีทางเกษตรจะทำให้ลดขีดจำกัดในการเพาะปลูกและยังสามารถเพาะปลูกในพื้นที่มีดินเค็มได้อีกด้วย แล้วเพื่อนๆ เคยเห็นนวัตกรรมไหนอีกบ้างที่ช่วยเอื้อต่อการทำเกษตรของพี่น้องเกษตรกร ยังไงนำมาเล่าให้แอดมินรักบ้านเกิดฟังกันบ้างนะครับ


แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
https://www.smethailandclub.com/aec-7156-id.html
https://www.voathai.com/a/salt-water-farming-tk/2524070.html
https://www.facebook.com/environman.th/posts/2610688792392885