เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิกฟาร์ม เกษตรกรรุ่นใหม่ นำนวัตกรรมพัฒนาบ้านเกิด
16 กันยายน 2564
236
"เรียนจบแล้วไปสมัครงานมันก็ได้ แต่ผมมองเห็นความยั่งยืนในด้านนี้มากกว่า"

ปลิว หรือ พงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ หนุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีมุมมองความคิดที่แตกต่างออกไปจากคนรุ่นใหม่คนอื่นๆ ด้วยความที่เห็นวิถีการทำเกษตรมาตั้งแต่เด็ก ที่ไม่ได้มีการปลูกอะไรนอกจากการ ปลูกข้าว เลย จนมีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนที่อิสราเอล ซึ่งการไปแลกเปลี่ยนทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิต เลยตัดสินใจกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด ด้วยการนำนวัตกรรมเกษตรมาใช้และเปลี่ยนจากวิถีชาวนาเพียงอย่างเดียวให้กลายเป็นออร์แกนิกฟาร์ม
"คุณปลิว-พงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์" หนุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง ดีกรีเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี 2559 ที่มีมุมมองความคิดต่างออกไปจากคนรุ่นใหม่อื่นๆ ด้วยความที่อยู่กับอาชีพนี้มาตั้งแต่เด็กๆ เห็นวิถี เห็นการทำเกษตรในยุคที่พ่อแม่ ปู่ย่าตายายได้ทำ ที่ไม่ได้มีการปลูกอะไรมากไปกว่าการ "ปลูกข้าว" จนอายุ 15 ปี ก็ได้มีโอกาสไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศอิสราเอล และการไปอิสราเอลนี่เอง ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิต เลยตัดสินใจกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด ด้วยการนำนวัตกรรมเกษตรจากอิสราเอล มาใช้และเปลี่ยนจากวิถีชาวนาเพียงอย่างเดียวให้กลายเป็นออร์แกนิกฟาร์มที่ปลูกได้หลากหลายขึ้น

หอบความฝัน มุ่งมั่น สู่บ้านเกิด
ด้วยความมุ่งมั่นในการทำออร์แกนิกฟาร์ม หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่แม่โจ้ คุณปลิว เกษตรกรรุ่นใหม่ได้นำเทคโนโลยีระบบน้ำและดินมาประยุกต์ใช้กับทฏษฎีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องของการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง สามารถลดต้นทุนได้ ไม่ต้องไปซื้อปุ๋ย เริ่มจากการเอาใบไม้ เศษหญ้าที่เรามี มาทำปุ๋ยหมัก เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ย และเริ่มร่างโปรเจคในการปลูกขึ้น ด้วยการหาพืชที่สามารถตอบโจทย์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็คือ "เห็ด" นี่คือจุดเริ่มต้นความฝันของคุณปลิว

วัยรุ่นสร้างตัว สู่การพัฒนาชุมชน
คุณปลิวเล่าให้ฟังว่า "ช่วงที่ทำฟาร์มแรกๆ ถือเป็นช่วงวัยรุ่นสร้างตัวของผม เริ่มจากการปลูกเห็ดทำการตลาดขายเบื้องต้นในชุมชนก่อน พอมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เริ่มมีทุนเลยปลูกเห็ดคู่กับผัก ทำการตลาดด้วยการส่งผักให้ร้านค้าในตำบล พอขายได้มากขึ้น และเริ่มอยู่ตัว ก็เริ่มพัฒนาต่อด้วยการทดลองปลูกไม้ผล อย่างมะม่วง และมะนาว"


จนเมื่อได้รับรางวัลโครงการเฉลิมพระเกียรติ จึงมีความคิดว่า "จะทำยังไง? ให้ชาวบ้านมาเรียนรู้กับเรา" คุณปลิวจึงคิดแผนทำการตลาดเพื่อการส่งออกนอกเหนือจากขายในชุมชน พอเริ่มมีตลาดมากขึ้นทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาดชุมชน เดลิเวอรี หรือแม้กระทั่งที่ฟาร์มเอง เมื่อชาวบ้านเห็นว่า คุณปลิวประสบความสำเร็จ เขาก็อยากร่วมเครือข่ายด้วย โดยคุณปลิวนำสินค้าที่ชาวบ้านผลิตไปส่งขายที่ตลาด จนได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์


"ในช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ผมกำลังพัฒนาแผนเพื่อชุมชนอยู่ด้วย ทำให้ได้รับรางวัล เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ซึ่งทำให้ผมได้แรงบันดาลใจว่า จะไม่หยุดด้านการส่งเสริมและพัฒนาชุมชน และผมก็พัฒนามาเรื่อยๆ จนตอนนี้ขยายวงกว้างขึ้นจนถึง 7 ชุมชน และพาทุกชุมชนยั่งยืนได้ถึง 5 ปี"

ปลูกสร้างสรรค์ ด้วยนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์
ช่วงที่คุณปลิวไปแลกเปลี่ยนที่อิสราเอลได้เทคโนโลยีด้านระบบน้ำ นำมาปรับใช้กับที่ฟาร์มโดยทำระบบน้ำหยด มีการปล่อยปุ๋ยกับน้ำไปพร้อมกัน ซึ่งต้องมีการปรับระบบให้เข้ากับพืชและฤดูกาล การทำโรงเรือนและโรงตาข่าย ให้กับพืชแต่ละชนิด ใช้ระบบน้ำควบคู่กับเกษตรทฤษฎีใหม่


นอกจากนี้คุณปลิวได้มีโอกาสไปเรียนรู้นวัตกรรมเกษตรที่เนเธอร์แลนด์ "การไปที่นั่นทำให้ผมได้เรียนรู้การจัดการธุรกิจการเกษตรทั้งหมด ทั้งเรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์ โครงสร้างดิน วัสดุการปลูก การจัดการระบบนิเวศในฟาร์ม ถ้าเราจัดการระบบนิเวศในฟาร์มดี เราจะลดต้นทุนไปได้เยอะ เนื่องจาก เมล็ดพันธุ์เราก็ผลิตเอง วัสดุปลูกที่ใช้ก็เป็น วัสดุธรรมชาติจากฟาร์มทั้งหมด เช่น เศษใบไม้ เอามาผสมในดินเพื่อเพิ่มธาตุอาหาร" โดยก่อนการปลูกทุกครั้งคุณปลิวจะวัดค่า pH ของดินเสมอ เพราะเมื่อโครงสร้างของดินดี ปลูกพืชผลอะไรก็เจริญเติบโตดี

ผลผลิต สร้างสุขยั่งยืน
ผลผลิตที่ได้จากการนำนวัตกรรมเกษตรมาปรับใช้กับออร์แกนิกฟาร์ม ทำให้เกิดแผนการตลาดใหม่ ให้กับชาวบ้านทุกกลุ่ม ปรากฏว่าชาวบ้านสามารถทำได้ ไม่ว่าจะขายชุมชน ขายขึ้นห้าง โมเดิร์นเทรด พรีเมียม ทำให้มีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ไม่เพียงเท่านั้นยังมีผลผลิตใหม่ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น บีทรูท, แรดิช,แครอทแดง, ผักเคล, สวิสชาร์ด, เซลอรี่


ในอนาคต คุณปลิวยังมีแพลนที่จะเปิด farmshop by แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิกฟาร์ม เป็นสวนหย่อมกลางเมือง เพื่อให้คนมาเที่ยว ถ่ายรูป เลือกซื้อสินค้าออร์แกนิก อีกด้วย
อุปสรรค ที่เยอะกว่าคำว่าประสบความสำเร็จ
ตอนนี้แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิกฟาร์มเปิดมาได้ 9 ปีกว่าแล้ว คุณปลิวบอกว่า


"ตั้งแต่เริ่มทำฟาร์มผมเจออุปสรรคเยอะกว่าความสำเร็จด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้มองว่ามันเป็นปัญหา ทุกครั้งที่จะทำอะไร ทำให้ต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนทุกครั้ง เราต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ ยิ่งเราเจออุปสรรคมากเท่าไหร่ ถ้าเราผ่านมันไปได้เราจะมีความสุข"


ความสุขที่ยั่งยืน ที่สร้างเองได้ในแบบของคุณปลิว เกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ ที่เรียกมันว่าความฝัน จนกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่ส่งต่อได้ทั้งคนในครอบครัวและคนในชุมชนได้อย่างสมบูรณ์แบบ