เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
สุขเพราะปลูกผักบนดาดฟ้า
10 กันยายน 2564
226
วันนี้รักบ้านเกิดขอชวนทุกคนมาเปลี่ยนพื้นที่ดาดฟ้าโล่งๆ ให้สุขยิ่งกว่าเดิมด้วยการทำเกษตร กับ "คุณวี - วีรวรรณ กตัญญูวิวัฒน์" เกษตรกรผู้เปลี่ยนดาดฟ้าอะพาร์ตเมนต์ ให้กลายเป็นสวนผักออร์แกนิกใจกลางเมืองที่ บ้านริมรูฟท็อปฟาร์ม
ลองผิดลองถูกที่..เกษตรดาดฟ้า

คุณวีเรียนจบมาทางสายเศรษฐศาสตร์ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท ทำงานเป็นตัวแทนนำเข้าวัสดุก่อสร้างและทางครอบครัวมีธุรกิจอพาร์ทเมนท์ให้เช่า การทำเกษตรจึงดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ด้วยความไม่ตั้งใจทำให้ต้องมาทำเกษตร เพราะคุณอาได้เริ่มทำเกษตรไว้ก่อนแล้ว หลังจากที่คุณอาป่วย ญาติพี่น้องในตึกก็ต้องเริ่มมาช่วยดูแลผักแทนคุณอา พอคุณอาเสียไปก็ยังคงทำมาเรื่อยๆ และมีส่งผักให้เพื่อน ให้ญาติทานจนหลายคนติดใจ คุณวีเลยเห็นว่ามันมีตลาด จึงขยายแปลงปลูกผักออกมาเรื่อยๆ จนเต็มดาดฟ้า

แม้คุณวีจะไม่เคยมีความรู้ด้านการเกษตร หรือไม่เคยคลุกคลีกับต้นไม้มาก่อน แต่เมื่อต้องลงมือทำเกษตรดาดฟ้า จึงลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ เริ่มจากปลูกผักสวนครัว ตามมาด้วยผักสลัด ซึ่งก็เจอกับปัญหาผักยืดหรือผักขมบ้าง แต่คุณวีก็ใช้วืธีหาข้อมูลเรื่อยๆ ว่าเจอปัญหาตรงนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร ลองผิดลองถูกจนลงตัว ซึ่งความรู้ทุกอย่างคุณวีก็หามาจากอินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น
นอกจากนี้ยังเจอกับปัญหาเรื่องสภาพอากาศ คุณวีบอกว่า "ช่วงเวลาที่ดีที่สุดและปัญหาน้อยที่สุดในการทำเกษตรดาดฟ้าคงเป็นหน้าหนาว แต่พอเป็นหน้าร้อนหน้าฝน บางปีร้อนไป บางปีฝนตกเยอะไป จากที่ปลูกผักบนดาดฟ้ามา 4 ปี เจอปัญหาไม่ซ้ำกันเลย บางปัญหาแก้ไปแล้ว ปีหน้ามันก็มีแบบใหม่ๆ มาเรื่อยๆ ก็คิดว่าเรื่องตรงนี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย"
รู้จักกับบ้านริมรูฟท็อปฟาร์ม

จุดเด่นของบ้านริมรูฟท็อปฟาร์มแห่งนี้ก็คือ การปลูกผักบนดาดฟ้า โดยใช้พื้นที่ระเบียงชั้นสี่ของตึก เนื้อที่ประมาณ 70 ตร.ม. และพื้นที่บนดาดฟ้าอีกประมาณ 300 ตร.ม. ซึ่งผักที่คุณวีปลูกจะมีทั้งผักสลัดไม่ว่าจะกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดคอรัล ผักคอส บัตเตอร์เฮด สลัดแก้ว ผักฟิลเลย์ รวมถึงผักของคนรักสุขภาพอย่างผักเคล และสวิสชาร์ด


ซึ่งการปลูกผักของทุกที่ทุกฟาร์มก็สามารถปลูกได้ดีและกรอบได้ทั้งหมด แต่จุดเด่นและกลายมาเป็นจุดแข็งของบ้านริมรูฟท็อปฟาร์มคือ การปลูกผักในเมือง ทำให้สามารถตัดส่งผักถึงมือผู้บริโภคในเวลาอันนิดเดียว ผู้บริโภคก็ได้ทานผักที่สดและทานได้เป็นประจำ

การปลูกผักบนดาดฟ้าของคุณวีแทบไม่ต้องกังวลเรื่องศัตรูพืชจากที่อื่นเข้ามา เพราะไม่ติดกับแปลงผักอื่น แต่ปัญหาหลักๆ มาจากนก ผีเสื้อ ซึ่งคุณวีก็ใช้วิธีกางมุ้งครอบสวนผักไว้


ส่วนการวางระบบน้ำของบ้านริมรูฟท็อปฟาร์มจะใช้วิธีลดความร้อนด้วยการพ่นหมอก ซึ่งใช้เป็นระบบตั้งเวลา ส่วนน้ำที่ให้กับพืชผักจะมีน้ำหยดวางทุกกระบะน้ำ เพราะจะทำให้ดินชุ่มชื้น เวลารดน้ำดินก็ไม่กระเด็นใส่ผัก แต่ยังมีการรดน้ำเช้าเย็นและใส่น้ำหมักด้วยมือบ้าง

ด้านการตลาดของบ้านริมรูฟท็อปฟาร์มใช้วิธีพูดปากต่อปาก โดยเริ่มจากเพื่อน คนรู้จัก ญาติๆ เพื่อนคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็กระจายไปเรื่อยๆ แต่พอมีโควิด ก็เริ่มไปโฆษณาในเพจ คนก็เริ่มรู้จักมากขึ้น แต่ช่องทางหลักของเราก็คือปากต่อปาก เพราะว่าเมื่อผักมันสดหรือมันหวานกรอบดี มันก็โฆษณาตัวมันเองไปเรื่อยๆ โดยจะขายที่ร้านอาหารส่วนหนึ่งและขายกับผู้บริโภคโดยตรงโดยการใช้ LINE : @rooftopfarmer นอกจากนี้ก็มี Facebook : Baanrim Rooftop Farm ในการอัพเดทข่าวสารและพืชผักต่างๆ ในฟาร์ม
"ทำในสิ่งที่ชอบ ชอบในสิ่งที่ทำ"

ทุกวันนี้คุณวีพยายามใช้ชีวิตโดยทำในสิ่งที่ชอบ โดยคุณวีเสริมว่า "หากจะทำอะไร ควรต้องชอบ แล้วจะทำมันออกมาได้ดี เพราะว่าโลกทุกวันนี้การแข่งขันสูง ถ้าไม่ได้รักงานที่ทำ จะไปไม่ไหว" แม้การปลูกผักบนดาดฟ้าจะเป็นงานเสริม แต่คุณวีก็มีความสุขที่ได้ทำ เพลิดเพลินกับการเดินดูแปลงผักที่ปลูกไว้ การทำเกษตรดาดฟ้าของคุณวีจึงเป็นทั้งงานและให้ความผ่อนคลายไปด้วย


สำหรับใครที่อยากลองเปลี่ยนดาดฟ้าว่างๆ ให้มีประโยชน์และสร้างสุขแบบคุณวี อาจเริ่มต้นจากการทำเกษตรในพื้นที่เล็กๆ ปลูกน้อยๆ แล้วค่อยๆ เรียนรู้ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เมื่อเจอปัญหาให้มองเป็นความท้าทาย แล้วการทำเกษตรจะสร้างสุขให้เราในทุกๆ วัน


"การทำเกษตรไม่ได้ยากเกินไป จริงๆ มันคล้ายกับการออกกำลังกาย ทำอะไรให้ได้เหงื่อก็จะมีความสุข ตอนเย็นได้กลับมาดูผักก็สดชื่น ได้ตัดผัก ได้กลิ่นผัก มันก็หอมเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ผ่อนคลายอย่างหนึ่ง"