เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
โอโซนฟาร์ม จุดเริ่มต้นจากหัวใจที่อบอุ่น
02 กันยายน 2564
137
"เพราะชีวิตคนเราไม่ยืนยาว เท่าความฝันและความรัก ทุกสิ่งที่เกิดจากความรัก ล้วนเป็นสิ่งที่ดีเสมอ"
ด้วยหัวใจที่แสนอบอุ่นของผู้ชายคนนี้ "พี่เชษ-พิเชษฐ กันทะวงค์" เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี 2560 เด็กแม่โจ้รุ่น 64 ที่คลุกคลีกับวงการเกษตรมาตั้งแต่สมัยเรียน ด้วยความชอบเกษตรอยู่แล้วเลยเลือกที่จะเดินทางสายนี้มาตลอด หลังจบก็เข้าทำงานที่เกี่ยวกับเกษตรโดยตรงในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ชีวิตการทำงานช่วงแรกๆ อยู่ในแวดวงเคมีเกษตรเป็นส่วนใหญ่ พอทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมองหาหนทางให้ตัวเอง วางแผนที่จะเปิดฟาร์มเป็นของตัวเอง แต่ต้องใช้วิธีที่เป็นมิตรทั้งต่อคนปลูกและคนกิน พี่เชษมองว่า "ที่เราจะทำอะไรซักอย่างมันต้องมาจากความรัก รักในตัวเอง รักคนในครอบครัว และรักคนรอบข้าง และเมื่อเรารักอะไรแล้ว เราก็มักจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่เรารักเสมอ"...นี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางเกษตรกร
ความรักจากพ่อ จึงก่อเกิดเป็น "ฟาร์มรัก"

พี่เชษ เรียกได้ว่าเป็น Family man คนหนึ่งเลยทีเดียว จากความรักที่มีต่อครอบครัวและคนรอบข้าง ทำให้นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอาหารที่ปลอดภัย ยิ่งมีลูกสาวคนแรกที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ พี่เชษห่วงใยสุขภาพลูกสาวเป็นอย่างมาก ใช้จิตวิญญาณของความเป็นพ่อถ่ายทอดลงไปในทุกตารางนิ้วบนพื้นที่เริ่มต้นที่ 3 ไร่ 3 งาน ที่ตั้งอยู่หมู่บ้านแม่เปิ่น ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย บวกกับความชอบและประสบการณ์ที่มีสร้างฟาร์มแห่งนี้ขึ้นมา จนตอนนี้พี่เชษขยายพื้นที่ฟาร์มเป็น 8 ไร่ เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น


จากความรักจนก่อเกิดเป็นฟาร์มรักที่ชื่อ "โอโซนฟาร์ม" ฟาร์มเมล่อนปลอดสาร ที่ตั้งชื่อตามลูกสาวสุดที่รัก "น้องโอโซน" ซึ่งตอนนั้น น้องโอโซนอายุได้ 5 ขวบ เป็นวัยที่กำลังน่ารักน่าชัง ชั่งเจรจา ยิ่งทำให้คนเป็นพ่ออย่างพี่เชษ ยิ่งใส่ใจเพราะคิดเสมอว่า พืชผักในทุกๆ ต้นที่ปลูกจะถูกส่งต่อให้คนที่ตัวเองรัก ลูกได้กิน คนในครอบครัวได้กิน คนรอบข้างได้กิน และลูกค้าก็ต้องได้กินอาหารที่ปลอดภัยไม่ต่างกัน


จนตอนนี้ พี่เชษมีสาวน้อยสุดน่ารักเพิ่มมาอีกหนึ่งคน คือน้องนามิ ยิ่งทำให้ โอโซนฟาร์มแห่งนี้ โอบอวลไปด้วยความรักความห่วงใยจากผู้เป็นพ่อ ส่งต่อความปรารถนาดีต่อลูก และลูกค้าทุกๆ คนที่แวะเวียนผ่านมาด้วยใจ
ผลผลิตเกรดพรีเมี่ยม ปลอดสารส่งต่ออาหารปลอดภัย

ผลผลิตจากโอโซนฟาร์ม ถูกส่งต่อให้กับลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ มีพืชผักที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น มะเดื่อฝรั่ง สตรอเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ ผักชนิดต่างๆ และ มะเขือเทศเชอร์รี่ ซึ่งพืชผักนั้นจะหมุนเวียนปลูกตามฤดูกาล และมีพระเอกของฟาร์มคือ "เมล่อนญี่ปุ่น" นอกจากนี้ยังได้มีการขยายเครือข่ายไปที่ฟาร์มอื่นๆ ซึ่งเป็นพันธมิตรกันภายใต้ แบรนด์ "โอโซน ฟาร์ม" อีกกว่า 100 โรงเรือน ดูแลผลผลิตภายใต้มาตรฐาน GAP และตอนนี้พี่เชษขยายพื้นที่ ทำแปลงปลูกข้าวเป็นของตนเอง ปลูกแบบปลอดภัยไร้สารเคมี หลักๆ ใช้กินภายในครอบครัว และวางอนาคตว่าจะส่งต่อข้าวคุณภาพนี้ ให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน

Melon Farm to table สร้างสรรค์เมนู สร้างสุขให้คนกิน

"โอโซนฟาร์ม" ปลูกเมล่อนควบคู่ไปกับพืชผักชนิดต่างๆ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบที่ปลอดภัย ส่งให้กับ "Green -Sweet Zone" เป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของโอโซนฟาร์ม บรรยากาศร้านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เต็มไปด้วยอากาศอันบริสุทธิ์ ใครที่เคยได้มาเยือนคงได้ลิ้มลองรสชาติอาหาร รวมถึงสัมผัสกับบรรยากาศที่รายล้อมด้วยธรรมชาติในพื้นที่ของโอโซนฟาร์มแห่งนี้ จนอยากจะกลับไปอีกซักครัั้ง แต่ต้องอดใจรอให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ เพื่อให้เราได้กลับไปสูดอากาศให้เต็มปอดได้อีกครั้ง

ต่อยอดด้วยนวัตกรรม สร้างมูลค่า สร้างความยั่งยืน

ผลผลิตใน "โอโซนฟาร์ม"ถูกนำมาต่อยอดเพิ่มมูลค่า ด้วยการแยกเกรดเมล่อนสำหรับขายผลสด สำหรับส่งทำเป็นเมนูอาหารใน Green -Sweet Zone และสำหรับแปรรูปในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เมล่อนอบกรอบ สบู่ที่สกัดจากสารสำคัญที่มีอยู่ในเมล่อน รวมไปถึง Skin Care ที่จะช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวคุณสาวๆ ให้กระจ่างใส ซึ่งผลผลิตที่นำมาแปรรูป นอกจากจะใช้ในพื้นที่โอโซนฟาร์มแล้ว ยังรับจากเครือข่าย ทั้งในและนอกพื้นที่เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน


นี่เป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่พี่เชษเริ่มพัฒนาจากสิ่งที่ตัวเองรัก กระจายความรักนั้นให้คนรอบข้าง สร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชนจนนำไปสู่การสร้างสุขที่ยั่งยืนได้ต่อไป

โรงเรือนไม้ใบ จากความชอบเป็นอาชีพทางเลือก

"ไม้ใบ" เรียกว่าเป็นไม้ยอดฮิตในยุคนี้ พี่เชษก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงใหลไม้ใบชนิดต่างๆ จึงเปลี่ยนจากความชอบและมองหาช่องทางการทำธุรกิจ ในยุคที่กำลังเจอกับปัญหา โควิด-19 พี่เชษมองว่า การที่เราไม่ได้ออกไปไหน ต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน สิ่งสำคัญคือรายได้ที่ต้องมีเข้ามาเพื่อดูแลคนในครอบครัว พี่เชษไม่เคยปล่อยให้เวลานั้นผ่านไปเฉยๆ หยิบเอาสิ่งที่ชอบ อย่างไม้ใบที่ตัวเองสะสมมา นำมาโพสต์ผ่าน โซเชียลมีเดีย ทำให้คนเหงาเฝ้าบ้านและชื่นชอบสิ่งเดียวกันให้ความสนใจไม่น้อย พี่เชษบอกกับเราว่า ไม้ใบในร่มยังจะอยู่ในความชอบของคนไทยไปอีกนาน พอๆ กับโควิด ที่ยังคงไม่ไปไหนเลยเช่นกัน


เพราะฉะนั้น นี่คือโอกาสที่พี่เชษมองเห็น จึงตัดสินใจสร้างโรงเรือนแห่งนี้ขึ้นเพื่อขยายพันธุ์ไม้ใบยอดฮิต และที่กำลังฮิตเมื่อไม่นานที่ผ่านมาอย่าง "กล้วยด่าง" เรียกได้ว่าสร้างรายได้หลักแสนให้พี่เชษเลยทีเดียว
ปรับวิธี...คงวิถี ก้าวผ่านวิกฤติโควิด 19

เพราะโอโซนฟาร์ม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แน่นอนว่าผลกระทบในช่วงวิกฤติแบบนี้ เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักท่องเที่ยวเที่ยวไม่ได้ ก็ไม่ก่อเกิดรายได้...เราต้องปรับตัวให้เร็ว เมื่อเขามาเยือนเราไม่ได้ เราก็ต้องหาวิธีให้ฟาร์มเรา ไปเยือนเขาให้ถึงที่...ด้วยการอัพเดทความเคลื่อนไหวต่างๆ ผ่านทางเฟซบุ๊ก "โอโซนฟาร์ม" อยู่เรื่อยๆ และยังมีการขายผลผลิตจากฟาร์ม ผ่านทางช่องทางนี้ ใครที่สนใจก็สามารถแวะเวียนไปชมได้เลย
สุดท้ายนี้

โอโซนฟาร์มถูกออกแบบมาด้วยความรัก เราจึงอยากให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่แบ่งปันความรักให้กับคนอื่นๆ ที่แวะเวียนมา ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศ ได้มาร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับคนในครอบครัว ได้กินของดีๆ และปลอดภัย ทั้งหมดที่โอโซนฟาร์มมี ก็เพื่อส่งต่อความสุขอย่างยั่งยืนให้กับทุกคน หวังว่าโอโซนฟาร์มจะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่จะอยู่ในความทรงจำที่สวยงามของทุกคนตลอดไป...โควิดหมดไปแล้วเจอกัน...


เป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน ผ่านพ้นวิกฤติโควิด 19 ในครั้งนี้ไปด้วยกัน