เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
วิถีอินทรีย์ ปลูกยังไงให้สร้างสรรค์
02 เมษายน 2564
458
เกษตรอินทรีย์ในยุค Thailand 4.0 ได้มีการนำเรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เกษตรอินทรีย์ในยุคนี้จึงมีวิธีการที่ง่ายและสะดวกขึ้น จากนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสุขภาพ ทั้งยังต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งให้เกิดความแปลกใหม่ สร้างความต่างในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้น วันนี้เรามาดูว่า เกษตรอินทรีย์เราจะปลูกอย่างไรให้สร้างสรรค์ และยั่งยืน
Organic farming

1.ปลูกแบบประหยัดพื้นที่ กับ Vertical Farm
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ที่อยากทำเกษตรอินทรีย์ แต่มีพื้นที่จำกัด ไม่มีที่ดินเพาะปลูก นั่นคือการทำเกษตรแนวตั้ง (Vertical Farm) โดยเป็นการทำเกษตรในลักษณะเป็นชั้นๆ ในแนวดิ่ง มักเพาะปลูกในโรงเรือนที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมอากาศได้ รวมถึงมีการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการควบคุมปริมาณน้ำ การใส่ปุ๋ย ตลอดจนการดูแลเก็บเกี่ยว


นอกจากเกษตรกรจะประหยัดพื้นที่เพาะปลูกแล้ว การทำเกษตรแนวตั้งยังช่วยเพิ่มผลผลิตให้อีกหลายเท่าตัว อย่างโรงปลูกผัก Skygreen ในประเทศสิงคโปร์ที่สร้างผลผลิตสู่ตลาดได้มากกว่าผลิตจากพื้นที่เกษตรแบบเดิมถึง 10 เท่า
Vertical Farm

2.ปลูกด้วยนวัตกรรมการเกษตร (AgriTech)
นวัตกรรมและเทคโนโลยีทำให้เกษตรอินทรีย์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยการนำแนวคิด เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ (Agricultural Technology) หรือที่เรียกกันว่า AgriTech เข้ามาช่วย ซึ่งแนวคิดนี้สามารถช่วยลดปัจจัยการผลิตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปัญหาด้านแรงงานที่หากเกิดการขาดแคลนจะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการดูแลพื้นที่ตามมา ดังนั้น AgriTech จึงถูกนำมาใช้เพื่อลดปัจจัยดังกล่าว ทั้งยังช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ และลดต้นทุน ลดเวลา ในการทำการเกษตร เช่น

- การนำโดรนมาใช้ ในการ หว่านปุ๋ย รดน้ำให้พืช รวมถึงช่วยสอดส่องดูและความปลอดภัยให้แก่พื้นที่เกษตรกรรม

- Big Data และ AI ในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผลในขั้นตอนต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เช่นการประมวลจำนวนปุ๋ยที่ต้องใช้ คำนวนสภาพอากาศที่เหมาะสมแก่การการปลูกพืช

- หุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ ใช้ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตมีความแม่นยำในเรื่องของระยะเวลาตามขนาดและความสุขของพืช

AgriTech

3.ปลูกสไตล์คนเมือง Urban Farming
ในช่วงเวลาที่คนเมืองหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เกษตรอินทรีย์จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพ แต่ปัญหาด้านพื้นที่ก็นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อเกษตรกรที่อยู่ในเมือง ปัจจุบันแนวคิดการทำเกษตรในเมืองก็ถูกพัฒนาและถูกนำมาใช้ด้วยความสามารถของเทคโนโลยีในยุคนี้ ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) หรือการปลูกพืชโดยใช้น้ำแทนดินก็กำลังได้รับความนิยมสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในเมือง เนื่องจากสามารถนำพื้นที่เล็ก ๆ มาเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปลูกผักขนาดเล็กแต่ได้ผลผลิตที่มาก ผู้บริโภคในเมืองยังมั่นใจได้อีกว่าผลผลิตที่ได้มานั้นจะสดและสะอาดปลอดภัยจากการขนส่งที่รวดเร็ว การปลูกพืชในอาคารยังทำให้พื้นที่ในเมืองที่ถูกทิ้งร้าง หรือพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกใช้สอยกลายเป็นพื้นที่สร้างรายได้ และสร้างประโยชน์ให้แก่คนในเมืองได้ เช่น อาคารร้าง ลานกว้าง หรือพื้นที่บนดาดฟ้า เป็นต้น

Urban Farming

4.ปลูกเพื่อการท่องเที่ยว (Argo-Tourism)
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงเกษตรถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ยิ่งหากเป็นฟาร์มเกษตรอินทรีย์ด้วยแล้วก็ยิ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ได้ถูกนำมาปรับใช้ให้เกิดเป็นกิจกรรมที่ถูกเสริมขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส เช่น การได้ทดลองการทำเกษตรด้วยตนเอง การปั่นจักรยานชมสวน การทำอาหารโดยใช้วัตถุดิบปลอดสารพิษภายในฟาร์ม กิจกรรมเหล่านี้สามารถสร้างองค์ความรู้ให้แก่นักท่องเที่ยว


การท่องเที่ยวเชิงเกษตรมุ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ช่วยกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เกษตรกรที่อยากจะแบ่งปันความรู้และไอเดียดี ๆ ให้แก่เกษตรกรท่านอื่นเพื่อนำไปปรับใช้ให้เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ให้ชุมชนเกษตรต่อไปในอนาคต

Argo-Tourism
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ZEN HYDROPONICS, สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ, สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Nongkainamyukmai, EXIM Knowledge Center, Soimilk, Skygreens, Brandinside
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2564
กรุงเทพมหานคร
28-33°C
เชียงใหม่
27-36°C
นครราชสีมา
26-33°C
ชลบุรี
27-32°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
27-29°C