เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ทำเกษตร จะ Slow Life ได้จริงไหม
27 มกราคม 2564
612
ชีวิตจะ Slow Life คือชีวิตที่ได้ทำในสิ่งที่รัก ไม่เร่งรีบ เหนื่อยก็พัก ค่อยเป็นค่อยไปในแบบของเรา มีเวลาหาและสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง และได้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ แน่นอนว่านี่เป็นชีวิตที่หลาย ๆ คนปรารถนา
ตื่นค่ะ!!!...เพราะบนโลกแห่งความเป็นจริง มันอาจจะไม่เป็นแบบนั้น ถ้าหากเรามัวมานั่ง Slow Life อยู่ในออฟฟิศ มีหวังโดนเจ้านายเรียกแน่นอน แล้วในวิถีเกษตรหละ เราจะสามารถ Slow Life ได้อย่างที่ว่ามารึเปล่า



1 ใน 5 ของอาชีพ ที่คนทำงานประจำอยากจะลาออก แล้วหันมาทำ คือ "เกษตร" เพราะเป็นนายตัวเอง มีเวลาให้กับตัวเอง และได้อยู่กับครอบครัว ตอนนี้เราจะเห็นว่ามีหลาย ๆ คนที่กลับบ้านทำเกษตรแล้ว ประสบความเร็จ กลายเป็นไอดอลของหลาย ๆ คน ถ่ายทอดผ่านอุดมการณ์ความมุ่งมั่น ที่กลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง สร้างประโยชน์ให้ครอบครัวและชุมชน




คราวนี้เรามาดูกันว่า เกษตรจะ Slow Life ได้จริงไหม แล้วเราจะ Slow Life ได้ยังไง

เอาจริง ๆ ถ้าหากว่าเราต้องมุ่งมั่น เลี้ยงดูครอบครัว การ Slow Life ก็คงจะห่างไกล แต่หากเราสร้างฐานเรามาดีมากเพียงพอ พร้อมที่จะหันไปทำในสิ่งที่รักอย่าง "เกษตร" แบบสบาย ๆ ชิล ๆ ในบั้นปลายชีวิต เรามี 5 วิธีมาฝาก ไปดูกัน
1. ดื่มด่ำ และสัมผัสธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
เมื่อเราเลือกลงมือทำเกษตร นั่นแปลว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติเรียบร้อยแล้ว ลองสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่กับธรรมชาติ ฟังเสียงหัวใจของตนเอง และเดินตามเสียงนั้น ลองถอดรองเท้าเดินย่ำดิน เดินไปร้องเพลงไป จับจอบจับเสียม รดน้ำพรวนดิน เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็จะค่ำแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ทั้งที่เรายังสนุกกับมันอยู่เลย นั่นแปลว่าเราเริ่มเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติแล้ว
2. เรียนรู้ และเข้าใจในสิ่งที่เลือกจะทำ เลือกจะปลูก
ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพืชแต่ละชนิดที่เราปลูก เรียนรู้และเข้าใจความต้องการว่าพืชแต่ละชนิดต้องการดิน น้ำ และอากาศแบบไหน บางครั้งเราอาจต้องปล่อยให้มีวัชพืชเพื่อล่อความสนใจจากแมลง หรือศัตรูพืชที่จะมายุ่งกับพืชที่เราปลูก นั่นแปลว่าคุณต้องหมั่นศึกษาเรียนรู้ พร้อมกับการลงมือทำไปด้วย ตอนแรกอาจจะถูกบ้างผิดบ้าง แต่เมื่อเราทำบ่อย ๆ เราก็จะเป็นผู้ชำนาญในเรื่องนั้นไปเอง
3. โฟกัสในสิ่งที่ทำ และค่อยเป็นค่อยไป
Slow life คือการโฟกัสในสิ่งที่ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เรียนรู้จากสิ่งหนึ่งเพื่อต่อยอดไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง จดจ่อและลงมือทำซ้ำ ๆ จดจ่อแล้วทำ ทำแล้วหาข้อแก้ไข เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ดีกว่า สิ่งหนึ่งที่วัดคนล้มเหลวและคนสำเร็จออกจากกัน คือการเริ่มต้นทำ คนล้มเหลวพอเจออุปสรรคแค่นิดเดียวก็ถอดใจจนเลิกทำ ส่วนคนสำเร็จเขาโฟกัสในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะล้มเหลวกี่ครั้ง ก็ยังลุกขึั้นมาได้และลงมือทำต่อโดยไม่ย่อท้อ เพราะสิ่งที่โฟกัสคือความฝันที่ใหญ่เกินกว่าอุปสรรคจะขวางกั้นได้ เราจึงได้เห็นคนสำเร็จแค่ส่วนน้อยการโฟกัสก็เหมือนการตั้งเป้าหมาย ถ้าเป้าหมายชัด ความสำเร็จมาแน่นอน
4. ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเราเอง
บรรยากาศดีหรือไม่ดี อยู่ที่ตัวเราเป็นคนมอง สุขหรือไม่สุข อยู่ที่ตัวเราเป็นคนเลือก เวลาอยู่กับธรรมชาติ ลองปิดเสียงรบกวนจากสมาร์ทโฟนดู ลองหาเพื่อนคุยและใส่ใจกับคนรอบข้างให้มาก เมื่อเรามองแต่สิ่งดี ๆ แค่นี้ก็มีความสุขในวิถีเกษตรได้แล้ว และข้อนี้ ไม่ใช่แค่วิถีเกษตรนะ การใช้ชีวิตในทุก ๆ รูปแบบ ในทุก ๆ บรรยากาศ จะดีไม่ดีก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเรา
5. ให้เราทำราวกับว่ามันไม่ใช่งาน
เหมือน ๆ กับการร้องเพลงในห้องน้ำ ให้ร้องราวกับว่าไม่มีคนนั่งฟัง เพราะเราจะกล้าออกท่าทาง กล้าที่จะเปล่งเสียง กล้าที่จะเพี้ยนบ้าง หลงคีย์บ้าง เต้นได้บ้างในบางจังหวะ แต่มันคือความสุข มันคือการได้ปลดปล่อย และทำในสิ่งที่เราชอบ ไม่มีความกดดันจากคนรอบข้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความสุขที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง




ท้ายที่สุดแล้ว ความ Slow Life จะเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน มันอยู่ที่เป้าหมาย ถ้าเป้าหมายของเราคือเงิน คือรายได้ คือความมั่นคงในอาชีพการงาน นี่อาจจะไม่ใช่คำตอบ แต่หากเป้าหมายเราคือความสุข ความพอเพียง แบบพอแล้วมันจะดี อยากจะ Slow Life บ้าง ก็คงจะไม่ใช่ปัญหาอะไรอีกต่อไป
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2564
กรุงเทพมหานคร
28-33°C
เชียงใหม่
27-36°C
นครราชสีมา
26-33°C
ชลบุรี
27-32°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
27-29°C