เกษตรกรต้นแบบ
"สงบ เพียรทำดี : ใช้ชีวิตหลังเกษียณ สร้างความสุขด้วยเกษตร"
 28 พฤศจิกายน 2562   547
จ.สระบุรี
เพียรทำดี
เราดูแล ซื่อสัตย์ต่อเขา
เขาดูแล ซื่อสัตย์ต่อเรา

พื้นฐานทางครอบครัวของอาจารย์ ทั้งพ่อและแม่เนี่ยเป็นชาวสวน เกิดมาก็เห็นสวน อาจารย์อยู่แถวสำโรง พระประแดง สวนที่ทำอยู่ก็มีทั้งน้ำตาลมะพร้าว กล้วย ฝรั่ง ส้มโอ ส้มเขียวหวาน ซึ่งเห็นมาตั้งแต่เกิดแล้วก็ทำมาตั้งแต่เกิด ก็เลยมีความรู้สึกว่าในชีวิตนี้คงไม่ลำบากกว่านั้นแล้ว สมัยตอนอาจารย์เป็นเด็ก เรียนหนังสือด้วยทำงานด้วยก็ธรรมดา เพราะฉะนั้นเกิดมามีชีวิตแบบนั้นจนถึงวันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา คนที่เขาพูดว่าลำบากเพราะว่าเขาไม่เคยลำบากไง เพราะฉะนั้นคนที่เคยลำบากมาแล้วก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉะนั้นการกลับมาทำสวนของอาจารย์เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต เพราะเกิดมาก็ทำแบบนี้มาตลอด และมีผลผลิตที่ดี ก็มีความสุขดี

อาจารย์เกิดมาจากลูกชาวสวน คุ้นเคยกับเทือกสวนไร่นามาตั้งแต่เด็ก คุ้นเคยกับคำว่าลำบาก จึงรู้สึกว่าไม่มีอะไรลำบากไปกว่านี้อีกแล้ว ชีวิตจึงมองทุกอย่างอย่างเข้าใจ อาจารย์ยังให้ความเห็นอีกว่า สำหรับคนที่รู้สึกว่าลำบาก เป็นเพราะเขาไม่เคยลำบากมาก่อน แต่อาจารย์ผ่านตรงนั้นมาแล้ว เกษตรอินทรีย์ก็คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นวิถีชีวิตของเรา แต่เห็นเขามาบัญญัติศัพท์ใหม่ให้เป็นวิชาการ ก็ขำ ๆ ดี แต่ก็เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคม

สำหรับเด็กที่อยากจะออกมาทำการเกษตร หรือกลับมาทำงานที่บ้านของตัวเอง สิ่งสำคัญที่อาจารย์แนะนำคือ ต้องค้นพบตัวเองก่อน หาตัวเองให้เจอ หาตัวตนให้เจอ ว่าชอบอะไร เมื่อตัดสินใจว่าชอบก็ค่อยศึกษา ให้คิดใหญ่ ๆ แต่ทำทีละน้อย ค่อย ๆ ศึกษาไป ค่อยๆ ลองผิดลองถูกไปจนมั่นใจแล้วค่อยลาออกมา แต่ถ้ายังไม่มั่นใจก็อย่าเพิ่งออกมา ต้องค้นพบตัวเองว่าชอบหรือไม่ชอบ พร้อมที่จะอยู่กับธรรมชาติได้ไหม พร้อมที่จะอยู่กับเขาได้ไหม แล้วอาชีพเกษตรกร มันจะใช้ชีวิตแบบคนในเมืองค่อนข้างจะลำบากนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นตรงในกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ให้ลองใช้เวลาช่วงวันหยุดหารายได้พิเศษ เอาผลผลิตของเราไปรีแพคใหม่ จะเป็นแบรนด์เนมหรืออะไรก็ได้ ลองไปขายตามตลาดนัด ตามกรุงเทพฯ หรือว่าตามหมู่บ้านฯ ซึ่งก็มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็รายได้ดีด้วย สามารถไปได้ดี อย่างนี้อาจารย์ก็เห็นด้วย บางคนรายได้ดีกว่าเงินเดือนที่ทำอยู่จนลาออกมาทำตรงนี้โดยเฉพาะก็มี หลายคนที่ประสบความสำเร็จนั้นเพราะเขามีความมุ่งมั่นแล้วก็เอาใจใส่ในงานที่ทำ หลายคนที่เป็นรายได้เสริมก็ยังทำอยู่ทุกวันนี้ แต่ต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่า "ถ้าหากอยากมีรายได้มากขึ้น ต้องทำงานให้มากขึ้น หมายความว่าอย่าไปเบียดบังงานที่เป็นรายได้หลักของเรา คุณต้องใช้เวลามากขึ้น นั่นคือความยุติธรรมสำหรับนายจ้าง และเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนที่คิดจะทำตรงนี้"

ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร คุณสงบ หรือ อาจารย์สงบ เพียรทำดีเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่เรียนจบระดับชั้นมัธยม เขาได้เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยเกษตรกรรมบางพระ หลังจากเรียนจบได้เข้าบรรจุเป็นอาจารย์ประจำวิทยาลัยเกษตรกรรมสิงห์บุรี สอนทางด้านสัตวศาสตร์ จนกระทั่งได้รับตำแหน่งสุดท้าย คือ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ซึ่งเป็นวิทยาลัยเกษตรเฉพาะการ คือโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานการอาชีวศึกษากับศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และ ศปก. ดำรงตำแหน่งนี้นานกว่า 17 ปี จนปี พ.ศ. 2553 ได้ตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณอายุ 1 ปี

สาเหตุที่ลาออกก็เพราะว่าอาจารย์มีความจำเป็นต้องมาเป็นเกษตรกร เพราะว่าก่อนหน้านั้นอาจารย์ทำธุรกิจเกี่ยวกับวัตถุดิบอยู่แล้ว คือบาร์สลัดในโกลเด้นเพลส อยู่ในห้าง 100 กว่าสาขา ต้องใช้ผักสลัดเยอะ ต้องซื้อเขาเยอะ วัน ๆ หนึ่งหลาย ๆ 100 กิโล ก็มีปัญหาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง คุณภาพได้บ้างไม่ได้บ้าง ของได้ครบบ้างไม่ครบบ้าง จึงตัดสินใจบอกครอบครัวว่าไปทำเองดีกว่า ก็เลยตัดสินใจลาออกจากราชการ แล้วก็มาเริ่มทำปลูกผัก ณ ที่ปัจจุบัน ในเนื้อที่ 47 ไร่

หลังจากที่อาจารย์สงบ ตัดสินใจลาออกจากอาชีพข้าราชการครูที่มีความมั่นคง เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในงานด้านเกษตรกรรม อาจารย์สงบบอกว่า ถึงแม้ตนจะเป็นอาจารย์สอนในวิทยาลัยเกษตรฯมานาน แต่ความรู้ที่จะมาเริ่มในการเป็นเกษตรกรนั่น มีเพียงความรู้พื้นฐานเท่านั้น เนื่องด้วยตนสอนเฉพาะด้านปศุสัตว์เท่านั้น เรื่องพืชตนไม่ถนัดเลย เมื่อตนจะมาริเริ่มเป็นเกษตรกรจึงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอีก

อาจารย์สงบเล่าว่าพื้นที่ตรงนี้เริ่มจากการปลูกพืชไร่ มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย จึงมีการใช้สารเคมีในปริมาณมากมาก่อน แต่สาเหตุที่มาเลือกพื้นที่ปลูกตรงนี้ เพราะเมื่อก่อนตนเป็นอาจารย์สอนด้านสัตวบาล สอนทางด้านโคเนื้อ โคนม มาตลอด เวลามาดูงาน หรือมีลูกศิษย์ส่วนใหญ่แล้วเขามีพื้นเพอยู่แถวนี้กันทั้งนั้น จึงเกิดความคุ้นเคยกับที่นี่ ช่วงมาใหม่ๆ มีปัญหามาก เพราะจุดมุ่งหมายของเราคือ ปลูกผักปลอดสารบนดิน แต่พื้นที่ตรงนี้มีการใช้สารเคมีเยอะ พื้นที่ถูกใช้มานาน และถูกใช้ไม่ตรงงานหลัก จึงเริ่มวางแผนปรับปรุงดินยกใหญ่ โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ ขี้ไก่หมัก ขี้วัว ผสมปรับให้ดินร่วนซุ่ยขึ้น มาใหม่ๆ ดินแข็ง รดน้ำไม่ได้เลย ทำแบบนี้อยู่หลายเดือน จนเริ่มปลูกผักได้ดีขึ้น

ระยะแรกอาจารย์จะเน้นปลูกผักสลัด พวกกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค วัตถุประสงค์หลักก็คือ เอาไปใช้เองทั้งหมด จึงไม่ต้องปวดหัวเรื่องตลาด ปวดหัวอย่างเดียวก็คือจะผลิตอย่างไรให้พอใช้ เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นค่อนข้างจะดีคือปลูกผักไปใช้เอง พอทำไปทำมาตรงนี้มันปลูกได้ดี พอทำผักสลัดได้อาจารย์ก็มาพิจารณาว่าอะไรอีกที่เอาไปใช้ได้ในธุรกิจที่มี ก็เห็นว่าเป็นมะเขือเทศราชินี ก็เริ่มปลูกมะเขือเทศราชินี ก็เป็นการลดต้นทุนลงไปอีก หลังจากปลูกมะเขือเทศราชินีก็มาเป็นต้นอ่อนทานตะวัน และพืชผักอื่น ๆ ก็ทยอยตามมา สุดท้ายอาจารย์มองว่าการปลูกผักมันค่อนข้างจะเหนื่อย มีการหมุนเวียนเพราะว่าอายุมันสั้น 45 วันเท่านั้น มันจึงต้องเปลี่ยนตลอดกระบวนการ เพาะกล้า เอาไปปลูก เตรียมแปลง ซึ่งมันใช้แรงงานเยอะ ค่าแรงเยอะ ค่าใช้จ่ายก็เยอะตาม ช่วงหลังก็เริ่มลงไม้ผล ลงมะม่วง ทีนี้ลงมะม่วง ทางหน่วยราชการก็ให้ความสนใจฟาร์ม ก็เริ่มปรับมาเป็นฟาร์มท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ตามที่บอกในตอนต้นว่า อาจารย์ปลูกใช้เอง แต่ช่วงหลังค่าแรงขึ้น ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นเยอะ อาจารย์เลยเลิกทำบาร์สลัดในห้าง พอเลิกทำ ในตอนแรกๆ ก็กังวลใจว่าสินค้าที่มีจะขายใคร ปรากฏว่าสิ่งที่ทำนั้นมีคนสนใจ ทางศูนย์โอทอปพุแค และสวนริมเขาที่สระบุรีนำไปขายเยอะ หลังจากนั้นก็มีร้านอาหารเข้ามาติดต่อ ลูกค้าก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในสระบุรี ปากช่อง เขาใหญ่ แล้วก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มารับผลผลิตของอาจารย์ไปขายตามงานอีเวนท์ในกรุงเทพ ๆ และงานแฟร์ทั้งหลาย ทุกวันนี้อาจารย์ก็ยังผลิตเท่า ๆ เดิม และบางครั้งก็ไม่พอขาย ก็เลยมีกำลังใจทำต่อ

สิ่งสำคัญในชีวิตของอาจารย์มีอย่างเดียว คือ "เพียรทำดี" ดั่งเช่นนามสกุลของอาจารย์ เพราะมันมีความหมายอยู่ในตัวเองแล้ว เมื่อยังรับราชการก็ไม่เคยคอรัปชั่นใด ๆ เมื่อทำธุรกิจก็เคารพคู่ค้าทุกคนเป็นอย่างดี เราดูแล ซื่อสัตย์ต่อเขา เขาดูแล ซื่อสัตย์ต่อเรา กับคนทำงานก็ให้การปกครองที่ยุติธรรม และเหล่านี้ก็น่าจะเป็นองค์ประกอบให้อาจารย์มีวันนี้

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

นายสงบ เพียรทำดี
บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 13
ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก
จังหวัดสระบุรี 18180

สงบ เพียรทำดี ใช้ชีวิตหลังเกษียณ สร้างความสุขด้วยเกษตร



วิธีเตรียมแปลงปลูก ให้ได้ผักที่มีคุณภาพ

เรื่อง/ภาพโดย: ณัฏฐ์ คำวิชัย ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-33°C
เชียงใหม่
13-28°C
นครราชสีมา
20-33°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
21-30°C
ภูเก็ต
25-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×