ข่าวท่องเที่ยว
รัฐบาลประกาศอย่างยิ่งใหญ่ให้ปี 2561 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน”
20 กันยายน 2560
40

รัฐบาลประกาศอย่างยิ่งใหญ่ให้ปี 2561 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” ระดมความร่วมมือภาครัฐและเอกชนสร้างความสมดุลด้านการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2560 พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเพื่อหาแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ในการดำเนินโครงการปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม พร้อมแถลงข่าวโครงการ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน : Amazing Thailand Year 2018” ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยโดยคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติมีมติให้ปี 2561 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” หรือ “Amazing Thailand Tourism Year 2018” โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 - 1 มกราคม 2562 และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 โดยที่ประชุมในวันนี้ประกอบด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กลุ่มห้างสรรพสินค้า และกลุ่มสายการบิน เพื่อขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ การใช้ตราสัญลักษณ์ การมอบสินค้าและบริการราคาพิเศษ อีกทั้งการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิต การดำรงวัฒนธรรมที่ดีงามและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้สมบูรณ์

สำหรับสาระสำคัญในการส่งเสริม “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” นั้น เป็นการเน้นย้ำให้การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่เกื้อกูลเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยาและการต่างประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อนำประเทศไทยไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพที่เจริญเติบโตอย่างมีดุลยภาพบนพื้นฐานของความเป็นไทยโดยนำรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลกที่เติบโตอย่างแข็งแรง ทั้งนี้ รัฐบาลจะส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและมีความพร้อมบนพื้นฐานของเอกลักษณ์ไทย ซึ่งสอดคล้องกับกระแสความต้องการของประชากรโลก อีกทั้งสอดรับกับเจตนารมย์ของ UNWTO มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพ แต่ยังคงรักษาฐานนักท่องเที่ยวตลาดเดิม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน โดยยกระดับและเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวให้กับชุมชนทั่วประเทศ อันจะเป็นการวางรากฐานของเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัด 15 กิจกรรม เพื่อส่งเสริมปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 7 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) การท่องเที่ยวทางน้ำ (Maritime Tourism) การท่องเที่ยวเพื่อการแต่งงานและการฮันนีมูน (Wedding & Honeymoon Tourism) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) การท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) การท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ (Leisure Destination) และ 8 กิจกรรมเสริม ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Green Tourism) การท่องเที่ยวยามค่ำคืน (Night Tourism) การท่องเที่ยวในธุรกิจไมซ์ (MICE Tourism) การจัดงานแสดงสินค้า (Trade Fair) การจัดกิจกรรมการตลาดระหว่างธุรกิจกับธุรกิจที่ต่างประเทศ (B2B Marketing Activity Aboard) การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว (Logistics) การเป็นเจ้าบ้านที่ดี (Human Resource Development) และการจัดกิจกรรมเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Country Relationships)

โดยในปีนี้ประเทศไทยมีโอกาสในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกมากมาย เช่น การสวนสนามทางเรือนานาชาติ (The 50th Anniversary of ASEAN International Fleet Review 2017 : ASEAN IFR 2017) โดยกองทัพเรือจะเชิญกองทัพเรือจากประเทศสมาชิกอาเซียนและนอกอาเซียนรวมกว่า 30 ประเทศ จัดสวนสนามเรือรบที่ทันสมัยและมีสมรรถนะสูงกว่า 40 ลำ โดยเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาฝ่ายไทยและต่างประเทศ รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมชมการสวนสนามทางเรือนานาชาติ โดยกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน นี้ ณ บริเวณอ่าวพัทยา เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี การแข่งขันการบิน "AIR RACE 1 THAILAND" ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย การแข่งขันเครื่องบินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ชมทั่วโลก โดยมีนักกีฬาและผู้ติดตามชมการแข่งขันจากต่างประเทศเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมากซึ่งจะทำให้เกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย ทั้งด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยจัดขึ้นในวันที่ 19 - 20 พฤศจิกายนนี้ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง การจัดแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโต จีพี ในปี 2561 – 2563 เป็นระยะเวลา 3 ปี ส่งผลให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 19 สนามแข่งขันทั่วโลก กำหนดจัดการแข่งขันในเดือนตุลาคมปี 2561 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบัน Moto GP มีการติดตามชมกว่า 800 ล้านคน จาก 207 ประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะมีผู้ชมการแข่งขันในประเทศไทยกว่า 2 แสนคน มีเงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้านบาท งาน UNWTO World Forum on Gastronomy Tourism ครั้งที่ 4 เป็นความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยและองค์การการท่องเที่ยวโลก จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2561 โดยถือเป็นโอกาสในการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการนำรายได้เข้าสู่ประเทศไทย ในรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ร้านอาหาร โรงแรม แหล่งผลิตวัตถุดิบ ต่อไป

อย่างไรก็ดี นอกจากกิจกรรมระดับโลกดังกล่าวแล้ว รัฐบาลยังคงส่งเสริมกิจกรรมด้านวัฒนธรรม ประเพณีการละเล่นของท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน เช่น เทศกาลลอยกระทง ตรุษจีน สงกรานต์ ประเพณีเชิงศาสนา เช่น เข้าพรรษา ออกพรรษา ฮารีรายอ ซึ่งจัดขึ้นทั่วประเทศตลอดทั้งปี รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่มีความสวยงามตามฤดูกาล อีกด้วย นอกจากนี้ ททท. ยังได้มีการจัดประกวดตราสัญลักษณ์ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” โดยมี ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด 168 ชิ้นงาน ผ่านการคัดเลือก 7 ชิ้นงาน โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของนายสุรัตนชัย ชื่นตา ซึ่งมีแนวคิดในการออกแบบตราสัญลักษณ์โดยรวมคล้ายกับเครื่องหมายอนันต์ (Infinity ∞ ) สื่อถึงปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ที่นักท่องเที่ยวจะได้รู้สึกถึงความพิเศษที่ได้เดินทางมาและได้สัมผัสความเป็นไทยที่จะสร้างความสุข และความทรงจำอันน่าประทับใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยผสมผสานสัญลักษณ์แบบไทย ได้แก่ ลายประจำยาม ช้าง และเรือสุพรรณหงส์ ซึ่งผลงานดังกล่าวจะเป็นตราสัญลักษณ์ที่ทุกหน่วยงานใช้ตลอดปี 2561 ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดการขอใช้ตราสัญลักษณ์ ได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
| แสดงความคิดเห็น
ปฏิทินท่องเที่ยว
ราคาน้ำมัน
วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2560
น้ำมัน
ราคา
เบนซิล 95
34.16 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91
26.78 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95
27.05 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20
24.54 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85
20.04 บาท
ดีเซล
25.79 บาท
ดีเซล พรีเมี่ยม
28.79 บาท
ค้นหารถเช่า
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×