ความนิยม:
0 285
นมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชฌกูฎ

รอยพระพุทธบาท อันเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาของพี่น้องชาวพุทธ

รอยพระพุทธบาท บนยอดเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี มีการพบโดยบังเอิญของกลุ่มพรานกลุ่มหนึ่ง คือ นายติ่ง นายนำ นายปลิ่ม นามสกุล สิงขรบาท โดยย้อนกลับไปเมื่อ 162 ปีก่อนกลุ่มนายติ่ง และคณะได้ขึ้นไปหาของป่า การขึ้นไปครั้งนี้นายติ่งและคณะเกิดหลงป่า พยายามอยู่หลายครั้งก็ไม่สามารถหาทางกลับได้ ขณะที่นั่งพักนั้นก็ไปนั่งตรงบริเวณที่เป็นรอยพระบาทในปัจจุบัน คนในกลุ่มก็ไปเจอแหวนนาควงหนึ่ง นายติ่งก็คิดว่าใครเอาของมีค่ามาซุกซ่อนไว้ตรงนี้ จึงช่วยกันค้นหา แต่ก็ไม่พบ จึงก้มดูบริเวณที่นั่ง เห็นมีหญ้างอกขึ้นเพียงจุดเดียว จึงช่วยกันถอนหญ้าและทำความสะอาด หวังจะพบของมีค่า แต่สิ่งที่พบกลับเป็นรอยเท้าขนาดใหญ่ ในขณะนั้นนายติ่งและคณะไม่มีใครมีความรู้เรื่องรอยพระพุทธบาทเลย จึงคิดไปว่าน่าจะเป็นรอยเท้าของผู้มีฤทธิ์ จากนั้นก็เกิดความกลัวว่าจะมีโทษเกิดขึ้น เพราะไปหยิบเอาของมีค่าเขาออกมา จึงพากันขอขมาต่อรอยเท้านั้น จากนั้นจึงพากันบอกกล่าวขอให้รอยเท้าของผู้ศักดิ์สิทธิ์นี้จงช่วยดลบันดาลให้ตนและคณะได้กลับที่พักด้วยเถิด ซึ่งก็น่ามหัศจรรย์ นายติ่งและคณะสามารถหาทางกลับที่พักได้อย่างง่ายดาย

หลังจากผ่านพ้นยุคแรก คือ หลวงพ่อเพชร ต่อมาคือ ยุคหลวงพ่อนัง จนมาถึง ยุคหลวงพ่อเขียน ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่ประชาชนรู้จักกันมากที่สุด ท่านพ่อเขียน ท่านได้ขึ้นมาบำเพ็ญเพียรและได้อธิษฐานขอพรที่รอยพระพุทธบาทว่า “ถ้าตัวหลวงพ่อมีบารมีที่จะพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้เจริญได้แล้ว ขอความสำเร็จสามประการ คือ น้ำไหล ไฟสว่าง หนทางสะดวก”

เส้นทางหฤโหดพิสูจน์แรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

การเดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทในปัจจุบัน มีให้ผู้แสวงบุญเลือกอยู่สองทาง คือ การเดินเท้า และการนั่งรถออฟโรดที่ทางวัดจัดเตรียมไว้บริการ การเดินเท้าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง จึงจะถึงบนยอดเขา แต่วิธีนี้ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว คนชรา และเด็ก ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงพอสมควรเท่านั้น เพราะเส้นทางมีความลาดชันเป็นอย่างมาก ส่วนการนั่งรถขึ้นจะมีจุดจำหน่ายตั๋ว 2 จุด คือ จุดวัดกระทิงและจุดวัดพลวง วิธีนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาทีเท่านั้น ตลอดระยะทางที่นั่งรถขึ้นบนยอดเขา นักแสวงบุญจะพบกับความตื่นเต้นหวาดเสียวตลอดทั้งเส้นทาง รถจะสวนกันทั้งขาไปและกลับตลอดทั้งวันทั้งคืน นักแสวงบุญไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะพลขับทุกคนได้รับการฝึกฝนจนชำนาญเส้นทาง ผู้ที่มีโรคประจำตัวแนะนำให้พกยาติดตัวไปด้วย

เดินสู่เส้นทางศักดิ์สิทธิ์ ก่อนถึงยอดเขา

ลานพระสิวลี เป็นสถานที่จอดรถชั้นบนก่อนที่จะเดินเท้าขึ้นสู่ลานพระพุทธบาท ที่มาของพระสิวลีนั้นเนื่องด้วยมีผู้แสวงบุญได้นิมิตเห็นพระสิวลีองค์สวยงามมากจึงได้สร้างมาถวายไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชา จึงเรียกชื่อสถานที่ตรงนี้ว่า ลานพระสิวลี หลังจากไหว้กราบที่ลานพระสิวลีเรียบร้อยแล้ว นักแสวงบุญต้องเดินเท้าขึ้นมาอีกประมาณ 200 เมตร จะมีก้อนศิลา ที่มีลักษณะเหมือนพระพุทธรูปปางสีหสัยยาส(พระนอน) สถานที่ตรงนี้ท่านพ่อเขียนได้นิมิตเห็นและได้ตั้งชื่อไว้ว่า พระนอน ทุกครั้งที่ท่านเดินทางขึ้นลง ท่านจะต้องแวะกราบไหว้ทุกครั้งไป เดินขึ้นมาอีกสักพักจะเจอรอยเสือใหญ่ ที่บริเวณรอยเสือใหญ่จะมีรอยเท้าเสือปรากฏที่หินศิลาซึ่งมีรอยขนาดใหญ่ และยังมีความเชื่อกันว่าเป็นสถานที่บำเพ็ญบารมีของปู่เจ้าสมิงพราย(ปูฤษี) จึงมีผู้แสวงบุญเข้าไปกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลและเมื่อถึงรอยพระพุทธบาทแล้ว การกราบสักการะจะนิยมขอพรแค่เพียง 1 ข้อ เท่านั้น

เมื่อขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท สิ่งที่ควรทำอีกหนึ่งอย่าง คือ การเข้ากราบสักการะพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่คอยสับเปลี่ยนมาให้การต้อนรับผู้ใจบุญทั่วทุกสารทิศ ทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กันมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเขียนยังมีชีวิตอยู่นั้นคือ ภาพของประชาชนนำกระเป๋าเงินมาให้หลวงพ่อลงอักขระ ปลุกเสก เพื่อความเป็นสิริมงคล หลวงพ่อเขียนท่านจะสอนลูกศิษย์ว่าถึงจะปลุกเสกกระเป๋าเงินให้ขลังแค่ไหน แต่ถ้าไม่ตั้งใจทำมาหากินเงินก็จะไม่มีทางเต็มกระเป๋า ปัจจุบันถึงแม้ท่านพ่อเขียนได้ละสังขารไปแล้ว แต่ยังมีพระลูกศิษย์ผู้สืบทอดวิชาจากท่านมาคอยต้อนรับอยู่ตลอดทั้งวัน

ต้นตำรับปลุกเสกกระเป๋าเงินอันโด่งดัง

ลานอินเมื่อสมัยอดีต จะเรียกว่า ห้างฝรั่ง ในสมัยก่อนชาวฝรั่งได้มาตั้งกล้องเพื่อดูภูมิศาสตรพื้นที่ในจังหวัดจันทบุรี ต่อมาภายหลังได้มีการสร้างศาลพระอินทร์ไว้เป็นที่สักกระบูชา จึงเรียกชื่อใหม่ว่า ลานอิน ณ ลานอินยังมีสถานที่ให้สักการะบูชาอีกมากมาย เช่น บาตรพระอานน บาตรพระโมคคัลลานะ บาตรพระสารีบุตร เสมาธรรมจักร จนสุดเขตอุทยานพุทธชาด หรือที่เรียกว่า ผ้าแดง จุดผ้าแดงคืดจุดสุดท้ายของการมานมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎเป็นจุดที่สูงที่สุด

สุดเขตแดนบุญ แห่งขุนเขาคิชฌกูฎ

ระยะทาง บทพิสูจน์ความศรัทธา

ประเพณีที่ยาวนานกว่า 162 ปี เส้นทางแห่งศรัทธาและความเชื่อที่แรงกล้า

Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×