ดนตรี

แก้วหน้าม้า - หมอลำคณะตามฮอยอีสาน

รักบ้านเกิด 867 2015-04-24

การประกวดโปงลาง - ลำซิ่ง สืบสานวัฒนธรรมไทย วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 .ร้อยเอ็ด  

แก้วหน้าม้า เป็นวรรณคดีไทย พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทินกรกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ประพันธ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3

      นางแก้ว...เป็นลูกสาวของชาวบ้านธรรมดาๆ ชื่อนายมั่นกับนางนิ่ม เมื่อตอนนางนิ่มท้องนางแก้วได้ฝันเห็นดวงแก้ว พอคลอดลูกสาวเลยตั้งชื่อว่าแก้วเสียเลย หากแต่แรกเกิดนางแก้วมีใบหน้าเหมือนม้า ชาวบ้านละเเวกนั้นจึงพากันเรียกนางว่า "แก้วหน้าม้า" ถึงนางแก้วจะมีหน้าตาไม่เหมือนคนทั่วไป แต่นางก็เป็นคนดีมีน้ำใจ เป็นที่รักของชาวบ้าน มีอะไรก็แบ่งปันเพื่อนบ้านเสมอ...

     ต่อมา...พระปิ่นทอง โอรสท้าวภูวดล ผู้ครองเมืองมิถิลากับพระนางนันทา ทรงขี่ม้ามาเล่นว่าวจุฬาแถวๆบ้านนางแก้ว บังเอิญทำว่าวขาดและหายไป นางแก้วเก็บว่าวได้ พระปิ่นทองก็ขอคืน แต่นางแก้วเล่นตัวไม่ยอมให้ สุดท้ายพระปิ่นทองจึงกล่าวว่าจะมารับนางแก้วไปเป็นมเหสีนางจึงยอมคืนว่าวให้

     นางแก้วหลงรักพระปิ่นทองตั้งแต่แรกพบ...นางเฝ้ารอทุกวันคืน รอแล้วรอเล่า...พระปิ่นทองก็ไม่มาสู่ขอนางเสียที นายมั่นกับนางนิ่มผู้เป็นพ่อแม่ก็เป็นห่วงนางแก้ว และเชื่อว่าลูกสาวไม่ได้โกหก จึงพาแก้วเดินทางเข้าเมืองไปพบท้าวภูวดลและพระนางนันทา...

     ตอนแรกท้าวภูวดลทรงพิโรธพ่อแม่นางแก้วมาก ทรงสั่งว่าจะประหารเพราะว่าใฝ่สูง แต่พระนางนันทาทรงห้ามไว้ และสอบถามพระปิ่นทองจนรู้ว่าไปสัญญากับนางแก้วไว้จริงจึงมีรับสั่งให้ส่งขบวนขันหมากไปสู่ขอนางแก้วที่บ้าน

     พระปิ่นทองทรงหลีกเลี่ยงการนอนกับนางแก้ว ท้าวภูวดลเองก็รังเกียจนางแก้วเพราะเห็นว่าหน้าตาไม่ดี จึงหาทางรังแกนางตลอดเวลา แต่พระนางนันทาทรงเอ็นดูนางแก้วเป็นอย่างยิ่ง เพราะเห็นว่านางเป้นคนดี นอบน้อมและถ่อมตน 

    วันหนึ่งท้าวภูวดลคิดแผนการที่จะประหารนางแก้ว โดยสั่งให้นางแก้วไปตัดเขาพระสุเมรุมาให้ ภายในเจ็ดวัน นางแก้วจำใจเดินทางเข้าป่าไป เพราะอยากอยู่กับพระปิ่นทองที่นางรัก...

     นางแก้วเดินทางมาในป่าจนพบพระฤาษีตนหนึ่ง พระฤาษีสงสารนางแก้วจึงให้เรือเหาะกับมีดอีโต้วิเศษ พร้อมทั้งกรุณาช่วยถอดหน้าม้าของนางแก้วออก กลายเป็นหญิงสาวหน้าตาสวยงามหมดจด...

     พระฤาษีสอนแก้วว่า "ความงามน่ะมันอยู่ที่หัวใจ หากเจ้าใช้หน้าตาไปทำให้พระปิ่นทองรัก...เขาก็จะไม่รักเจ้าจริงหรอก...พอเราแก่ตัวไปใบหน้ามันก็เหี่ยวตีนกามันก็ขึ้นอยู่ดี หัวใจต่างหากที่จะยังงามอยู่ตลอดไป..." 

    นางแก้วไปตัดเขาพระสุเมรุมาสำเร็จ และใส่หน้าม้าดั่งเดิม แต่ท้าวภูวดลก็ยังไม่พอใจนางแก้ว และคิดแผนการใหม่ได้ คือมีรับสั่งให้นางแก้วมีครรภ์ให้ได้ก่อนที่พระปิ่นทองจะกลับเมือง โดยอ้างว่าพระปิ่นทองจะไปทำธุระที่กรุงโรม แต่ความจริงแล้วไปแต่งงานกับนางทัศมาลี ธิดาโฉมงามของกษัตริย์กรุงโรม และถ้านางมีครรภ์ไม่ได้ ก็ต้องถูกประหารชีวิต 

    นางแก้วเสียใจมากที่ท้าวภูวดลกับพระปิ่นทองพยายามขับไล่ไสส่งตน แต่ก็วางแผนหนีออกจากตำหนัก ไปถอดหน้าม้าเป็นสาวงามรออยู่ระหว่างทาง พระปิ่นทองเห็นนางแก้วเวลาถอดหน้ามาก็หลงรัก และได้นางแก้วเป็นภรรยา...

ต่อมาพระปิ่นทองก็เดินทางไปกรุงโรมต่อ นางแก้วที่เริ่มมีครรภ์อ่อนๆก็กลับเมือง...

     ครั้นพระปิ่นทองเดินทางกลับเมืองมิถิลามา นางแก้วก็บอกว่าตนตั้งครรภ์แล้ว 3 เดือน พระปิ่นทองและท้าวภูวดลตกใจและแปลกใจมาก ท้าวภูวดลพยายามใส่ร้ายป้ายสีนางแก้วว่ามีชู้ ให้ออกไปอยู่นอกวังก่อน ถ้าเด็กคลอดเมื่อไหร่จะมาพิสูจน์อีกทีว่าเป็นลูกพระปิ่นทองจริงๆหรือเปล่า

    นางแก้วเสียใจมาก...นางไปอาศัยกับพระฤาษีตนเดิม จนคลอดโอรสองค์หนึ่ง นางเอาชื่อของนางกับพระปิ่นทองมารวมกันเป็นชื่อโอรส ให้นามว่า "พระปิ่นแก้ว"
นางทราบความจากพระฤาษีว่า พระปิ่นทองถูกยักษ์จับไป นางจึงแปลงร่างเป็นชาย แล้วขึ้นเรือเหาะถือมีดอีโต้ไปช่วยพระปิ่นทองได้สำเร็จ พระปิ่นทองเป็นผู้รับความดีความชอบได้เป็นเจ้าเมืองยักษ์ และได้นางสร้อยสุวรรณ และนางจันทร ธิดาสองศรีของพญายักษ์เป็นชายาด้วย 

    หลังจากนั้นพระปิ่นทองก็พาสร้อยสุวรรณกับจันทรกลับเมืองมิถิลา (สร้อยสุวรรณกับจันทรรู้เเล้วว่านางแก้วเป็นใครและรักเคารพเหมือนพี่สาว) ส่วนนางแก้วก็แอบขึ้นเรือเหาะไปรับพระปิ่นแก้วกลับเมืองมิถิลา

พระปิ่นทองไม่ยอมรับพระปิ่นแก้ว สร้อยสุวรรณและจันทรเห็นนางแก้วก็เข้าไปไหว้ พระปิ่นทองโกรธมากบอกว่าไปไหว้มันทำไม...


     หลังจากนั้นก็มียักษ์ยกกองทัพมาเมืองมิถิลาอีก พระปิ่นทองรู้ความจริงจากสร้อยสุวรรณและจันทรว่านางแก้วก็คือชายที่เคยมาช่วยตนไว้ จึงไปขอร้องแก้วให้ไปช่วยปราบยักษ์...
     หลังปราบยักษ์ได้แล้ว พระปิ่นทองก็รู้ว่าแก้วเป็นคนเดียวกับสาวงามที่ตนได้เป็นภรรยาระหว่างเดินทางไปกรุงโรม ความดีของนางแก้วเอาชนะใจพระปิ่นทองจนได้... พระปิ่นทองจึงบอกให้นางแก้วถอดหน้าม้าออก และรับนางเป็นมเหสีอย่างเต็มภาคภูมิ ให้นามนางใหม่ว่า "มณีรัตนา"
     ต่อมามณีรัตนามีธิดาแฝดสามกับพระปิ่นทองอีก ให้นามว่า "แจ่มจันทร์" "หิรัญรัตน์" และ "ประภัสสร"  อุปสรรคยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อนางทัศมาลี ธิดาเจ้ากรุงโรม ชายาอีกนางของพระปิ่นทองไม่พอใจที่พระปิ่นทองไม่ยอมกลับมาหานาง ทั้งๆที่นางมีโอรสองค์หนึ่ง คือ "ปิ่นศิลปชัย" (เกิดหลังพระปิ่นแก้ว)  

      นางทัศมาลีวางแผนทำเสน่ห์พระปิ่นทอง จนพระปิ่นทองมาหานางที่กรุงโรม และลุ่มหลงนางยิ่งกว่าอะไรดี...นางมณีรัตนามาอ้อนวอนพระปิ่นทองให้กลับเมืองถึงกรุงโรมพระปิ่นทองก็ไม่ฟัง...
     แต่สุดท้ายแล้วเรื่องร้ายๆก็ผ่านพ้นไป นางทัศมาลีกลับตัวกลับใจมาไหว้นางมณีรัตนา นางมณีรัตนามีน้ำใจดีไม่ถือโทษโกรธเคือง...ทั้งยังยกหน้าม้า มีดอีโต้ เรือเหาะที่ตนไม่จำเป็นต้องใช้แล้วให้เป็นของขวัญกับปิ่นศิลปชัยโอรสนางทัศมาลีด้วย...

                                         หลังจากนั้น...นางมณีรัตนาก็ครองรักกับพระปิ่นทองอย่างมีความสุข...
 

***********************************

วิดีโอที่คล้ายกัน

Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×