เกษตรกรต้นแบบ
"นิธิภัทร์ ทองอ่อน เติบโตมาได้ด้วยอาชีพเกษตรกรรม
และจะตายเยี่ยงเกษตรกรที่มีกิน"
คุณนิธิภัทร์ ทองอ่อน  จ. ระยอง ปี 2560
ผมเติบโตมาด้วยเงินที่พ่อแม่ได้จากการทำสวน ผมโตมาได้ด้วยเงินเหล่านี้ ผมมีชีวิตทุกวันนี้ด้วยเงินที่ได้จากสวนของพ่อแม่ จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะทิ้งสวนและผมคงทิ้งอาชีพนี้ไปไม่ได้ !!

โอ๋ นิธิภัทร์ ทองอ่อน เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2560


ถ้าเอ่ยถึงคำว่า "อาชีพเกษตรกร" ในยุคก่อน 2000 จะมีหนุ่มสาวรุ่นใหม่สักกี่คนให้ความสนใจกับอาชีพที่ต้องเอาหลังสู้แดด เอาหน้าสู้ดิน เพื่อสร้างแหล่งอาหารให้คนในประเทศกิน จนผิวตัวดำคล้ำแห้งกร้าน หมดหล่อ หมดสวย และหาทางรวยจากอาชีพนี้ได้ยาก เพราะมีปัจจัยจากสภาพดิน ฟ้า อากาศ ราคา มาเป็นตัวการที่ทำให้เกิดรายได้แบบผันแปรเอาแน่เอานอนไม่ได้ จนใครๆ ต่างพากันเบือนหน้าหนีอาชีพเกษตรกรรม ทิ้งแผ่นดินทอง ท้องไร่ ท้องนา มุ่งเข้าเมืองกรุง ขายแรงงาน สร้างชีวิตอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิด

แต่นั่นไม่ใช่สภาพความจริงของหนุ่ม-สาว ผู้ผันตัวเองมาเป็นเกษตกรในยุคเกิน 2000 ที่มีทั้งเกียรติ มีทั้งที่ดินทำกิน ไม่มีหนี้สิน มีความอบอุ่น ได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัว และมีแต่จะสร้างตัวเองให้ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไป ด้วยเกษตรกรในยุคนี้ มีทั้งความฉลาด หล่อ สวย ดูดี มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนาต่อยอดให้กับสิ่งที่ทำและแตกไลน์ไปได้หลายแขนง จนสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่พืชผลที่คนรุ่นพ่อ แม่ทำไว้ ให้มีการเติบโตในทางที่ดี จนสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวได้อย่างมากมาย ตลอดจนไม่อยู่ในวังวนของหนี้สินเหมือนรุ่นเก่าก่อนอีกด้วย เพราะพวกเขามาพร้อมกับความรู้ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงดอกเตอร์ จึงเป็นคนรุ่นใหม่ ที่พร้อมตอบรับทุกสิ่งสร้างสรรค์ ภายใต้วิสัยทัศน์อันกว้างไกล สมกับฉายานามที่เรียกขานกันว่า Young Smart Farmer


"ผมเลือกเรียนบริหารธุรกิจ การจัดการอุตสาหกรรม เพราะชอบการบริหารและที่เลือกเรียนคณะนี้เพราะเห็นว่าในโซนชลบุรี ระยอง นี้มีอุตสาหกรรมเยอะ จึงอยากทำงานด้านนี้ ด้วยความที่เป็นคนลุยๆ อยู่แล้วด้วย จึงคิดว่าสาขานี้น่าจะเข้ากับตัวเองดี พอเรียนจบแล้วมาสมัครงานที่อมตะนคร อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ มหาวิทยาลัย ก็ได้ทำงานตรงกับสายที่เรียนมา ทำอยู่ประมาณ 5 เดือน จึงเริ่มรู้ตัวแล้วว่านี่ไม่ใช่ ด้วยความที่อยู่บ้านเดิม เป็นบ้านสวนผลไม้ผสมผสาน รถราไม่ติด ใช้ชีวิตแบบ Slow life สะดวกสบายกับบรรยากาศบ้านสวน แต่พอมาทำงาน เราต้องรีบตื่น รีบไปทำงาน ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา แม้ที่พักจะอยู่ห่างจากที่ทำงานเพียง 6 กิโลเมตร และเข้างาน 08.00 – 17.30 น. หยุด เสาร์ อาทิตย์ แต่ก็ยังต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อเตรียมตัวให้ทันรถรับส่งคนงาน และต้องเผื่อเวลาให้กับการจราจรที่ติดขัดพลุกพล่าน ส่วนตัวงานนั้นดี ตรงตามสายที่เรียนมา และงานไม่หนัก จริงๆ ก็ทำวันละชั่วโมงเอง แต่เบื่อเรื่องรถติดและสังคมเมืองที่วุ่นวาย เวลาไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวก อีกอย่างการทำงานบริษัทนั้นก็ไม่ค่อยมีเวลาให้กับตัวเอง จึงไม่มีความสุข เพราะรู้ว่านี่ไม่ใช่ตัวตนของเรา จึงได้ถามตัวเองอย่างจริงจังว่า จริงๆ แล้วตัวตนของเราคืออะไร ชอบอะไร และสังเกตุตัวเองว่า อยู่ที่ไหนแล้วมีความสุข แบบไม่ต้องปรุงแต่ง จึงพบว่าทุกๆ ครั้งที่เรารู้สึกเหนื่อย และ ท้อเราจะนึกถึงสวนของพ่อแม่ เมื่อเรากลับไปเข้าสวน ได้อยู่กับต้นไม้ที่พ่อแม่ปลูกไว้ แล้วรู้สึกมีพลังใจ จิตใจสงบ และได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วสิ่งที่เราผูกพันคือสวนของพ่อแม่ สวนที่เราคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก"


นิธิภัทร์ ทองอ่อน ปฏิวัติสวนทุเรียนด้วยเครื่องทุ่นแรงและการจัดการทรงพุ่ม

โอ๋ กับเครื่องตัดหญ้าแบบนั่งขับคู่ใจ และ ผู้ช่วยผู้จัดการสวน ตุย (สีขาว)กับ เต้าหู้(สีเทา)



ความรู้สึกที่มีต่อรางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด : "ต้องขอบคุณตั้งแต่พ่อแม่ที่ยอมรับการตัดสินใจของผม รวมถึงพี่ๆ เพื่อนๆ ในกลุ่ม Young Smart Farmer จังหวัดระยอง ที่เป็นเสมือนพี่น้องคอยผลักดันให้ผมมีวันนี้ ซึ่งความจริงแล้วในกลุ่มนั้นมีคนเก่งๆ อยู่เยอะ และสามารถส่งเข้ามาประกวดได้หลายคน แต่พี่ๆ เขาเลือกที่จะส่งผมเข้ามาประกวดเพียงคนเดียว กลายเป็นมีผมคนเดียวทั้งจังหวัดด้วยที่เข้ามาประกวดในโครงการนี้ และในตอนที่ผมทราบข่าวว่าผมติด 1 ใน 30 คน ก็ดีใจกันตั้งแต่เกษตรอำเภอและคนในกลุ่ม Young Smart Farmer จังหวัดระยอง กันแล้ว แต่นี่ติด 1 ใน 10 ด้วยยิ่งดีใจกันเข้าไปใหญ่ เพราะต่อให้จะไม่ได้เป็นที่หนึ่ง แต่ได้เป็น 1 ใน 10 นี้ผมก็ถือว่าเป็นความสำเร็จมากแล้วกับรางวัลนี้ที่ทำให้พ่อแม่มีความสุขได้ รางวัลนี้จึงเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย เพราะใจจริงไม่ได้มีความคาดหวังอะไร ใช้ชีวิตทำสวนไปตามปกติ ไม่คิดด้วยซ้ำไปว่าวันหนึ่งเด็กที่ทำการเกษตรแบบผมจะมาได้รับรางวัลนี้ รางวัลนี้จึงทำให้เกิดความภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติต่อชีวิตผมอย่างยิ่ง ต้องขอบคุณทางดีแทคและมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดด้วยที่เกิดรางวัลนี้ขึ้นมา ผมมองว่ารางวัลนี้ทำให้อาชีพเกษตรกรได้รับการยกระดับและมีคุณค่าขึ้นมาในสังคม สำหรับผมแล้วนี่จึงเป็นรางวัลใหญ่ของชีวิตผม"


ภาพรวมการผลิต : โอ๋ นิธิภัทร์ ทองอ่อน ผู้จัดการสวนทุเรียนลุงแกละ รุ่นปัจจุบัน ดำเนินงานการเกษตรต่อจากรุ่นพ่อ ด้วยการจัดการดูแลทุเรียนผสมผสานกับกล้วย,ลองกอง,มังคุดและเงาะ บนพื้นที่ 50 ไร่และขนุนบนพื้นที่ 11 ไร่ โดยหลักๆ จะเน้นจัดการบริหารสวนทุเรียนเป็นหลัก โดยในสวนแบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง 80 %,พันธุ์ชะนี 10 %,พันธุ์พวงมณี และ พันธุ์ก้านยาวอย่างละ 5% บนพื้นที่ ที่มีทั้งดินลูกรังและดินร่วนปนทรายทั้งหมด 50 ไร่ แบ่งเป็นให้ผลผลิตแล้ว 30 ไร่(ประมาณ 400 ต้น) และ ยังไม่ให้ผลผลิต 20 ไร่(300 กว่าต้น) บางส่วนเป็นพันธุ์หมอนทองบนต้นตอชะนี มีตั้งแต่ต้นอายุ 1 ปี จนถึง 50 ปี โดยปลูกแบบผสมผสานกันไป ทั้งนี้เพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ทุเรียน และเป็นการจัดการคุณภาพผลผลิตทุเรียนตามภูมิปัญญาโบราณอันทำให้ผลผลิตที่ได้จากสวนนี้มีความแตกต่างจากที่อื่น นั่นคือ ทุเรียนหมอนทองที่ผลิตได้มีเนื้อสีเหลืองทองสวย ด้วยที่สวนจะปลูกทุเรียนพวงมณี แซมไว้ในแปลงหมอนทองในอัตรา 1 ต้นต่อพื้นที่ 2 – 3 ไร่ เพื่ออาศัยละอองเกสรตัวผู้ของทุเรียนพันธุ์พวงมณี ที่มีความโดดเด่นคือ สามารถปลิวไปกับลมหรือแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี ทำให้ละอองเกสรตัวผู้ของพันธุ์พวงมณีปลิวไปผสมกับเกสรตัวเมียของพันธุ์หมอนทองได้ทั่วถึงทั้งสวน ซึ่งพันธุ์พวงมณีจะมีเนื้อสีเข้มกว่าพันธุ์อื่น ผลที่ได้จึงทำให้เนื้อทุเรียนพันธุ์หมอนทองในสวนที่ได้รับการผสมเกสรจากพันธุ์พวงมณีมีสีเหลืองทองไปทางพวงมณี แต่รสชาติและเอกลักษณ์อื่นๆ ยังคงเป็นหมอนทองเช่นเดิม จนคนที่มีโอกาสได้มาชิม ชม ช็อปทุเรียนจากสวนแห่งนี้ต่างเรียกขานกันตามเอกลักษณ์ของทุเรียนหมอนทองที่นี่ว่า "ทุเรียนเนื้อทองลุงแกละ" และถ้าอยากได้ทรงลูกสวย ให้ปลูกพันธุ์กระดุมแซมไว้กลางแปลงพันธุ์หมอนทองในอัตรา 1 ต้นต่อทุเรียนพันธุ์หมอนทอง 200 ต้น จะทำให้ได้ผลหมอนทองที่มีรูปทรงสวย

นอกจาก "ทุเรียนเนื้อทองลุงแกละ"แล้ว สวนแห่งนี้ยังมีเอกลักษณ์ที่ชวนจำด้วยการนำเครื่องทุ่นแรง เช่น เครื่องพ่นยาแอร์บลาส รถนั่งตัดหญ้าและรถกระเช้า มาใช้การจัดการสวนควบคู่ไปกับการจัดแต่งทรงพุ่มทุเรียนให้มีความสูงไม่เกิน 7 เมตร เพื่อให้สะดวกต่อการทำงานภายในสวนซึ่งละเอียดอ่อน และลดปัญหาเรื่องแรงงานภาคการเกษตรหายากขึ้นในแต่ละวันได้อย่างดีอีกด้วย

เปลือยหมดเปลือก!! กับเคล็ดลับการผลิตทุเรียนเนื้อทอง เกรดพรีเมี่ยม จากสวนทุเรียนลุงแกละ

มีการจัดการสวนอย่างมีระบบระเบียบ



การจัดสรรพื้นที่ : แบ่งแยกออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 เป็นการปลูกแบบผสมผสาน แต่เป็นการจัดระเบียบให้เป็นสวนที่สวยงามเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชม

ส่วนที่ 2 เป็นการปลูกแบบแยกประเภทชัดเชน เพื่อง่ายต่อการจัดการระบบภายในสวนและบริหารการผลิตได้อย่างลงตัวตามที่ตั้งใจไว้


การวางแผนการผลิต : มีการจัดการ การปลูก การเว้นระยะห่างเพื่อที่จะรองรับเครื่องมือเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาใช้เพื่อลดต้นทุนในด้านของแรงงาน และมีการวางระบบน้ำที่สามารถลดเวลาในการให้น้ำได้


การบริหารจัดการ :

- การบริหารจัดการพื้นที่ จัดการความเสี่ยง การควบคุมคุณภาพและสร้างมาตรฐานผลผลิตการเกษตร

- องค์ความรู้ เทคนิคพิเศษ การจัดการ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต
มีการจัดการพื้นที่เพาะปลูกเพื่อรองรับการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร เข้ามามีส่วนช่วยในการทำงานทำให้ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทนต่อการเปลี่ยนแปลงของต้นไม้และแมลงได้ ทำให้ดูแลควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น

องค์ความรู้ส่วนหนึ่งได้จากการปฏิบัติงานเองและเจอปัญหาอย่างไรบ้าง และจะจัดการกับปัญหานั้นได้อย่างไร จึงเป็นการเรียนรู้จากการสังเกตจึงค้นพบเทคนิคพิเศษในการควบคุมและดูแลต้นไม้ได้ เช่น การให้น้ำอย่างไรให้ติดผลดี การให้น้ำอย่างไรให้ผลออกมามีรูปทรงที่สวยงาม การให้อาหารอย่างไรให้ทุเรียนมีรสชาติที่ดี

ทุเรียนทอด หวาน กรอบ อร่อย จากสวนทุเรียนลุงแกละ ที่ผลิตไม่ทันจำหน่าย



การแปรรูปผลผลิต : มีทั้งหมด 4 ชนิด

1. ทุเรียนทอด

2. ทุเรียนกวน

3. ขนุนทอด

4. ขนุนเชื่อม


การตลาด :

1. ขายผลผลิตสดเชิงปริมาณตามกลไกลตลาด

2. ขายผลผลิตเชิงคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมแบบรับประกันความพอใจ ด้วยราคาที่กำหนดเอง

- มีการออกแบบโลโก้,ไอดีไลน์,เบอร์โทร,แฟนเพจ เครื่องหมายรับรองของกลุ่ม Young Smart Farmer Rayong เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์ "สวนทุเรียนลุงแกละ"

- การจัดการด้านโลจิสติกส์นั้น จะมีคู่ค้ามารับผลผลิตโดยตรงจากสวน ส่วนสินค้าคุณภาพเราจะส่งถึงลูกค้าโดยตรงผ่านบริษัทรับส่งสินค้า เช่น ไปรษณีย์ไทย,เคอรี่,TP ขนส่ง เป็นต้น

- ในเรื่องของการแข่งงขันนั้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วง เพราะจะมีการขายส่งถึงมือลูกค้าที่แน่นอนอยู่แล้ว โดยสินค้าคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมจะขายออนไลน์ผ่านแฟนเพจ เน้นขายสินค้าที่มีคุณภาพ จนมีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นและเข้ามารับถึงหน้าสวนด้วยตนเอง นอกจากนี้การันตีมาตรฐานการผลิตโดย GAP และสัญลักษณ์ของ Yong smart Farmer Rayong

การนำเครื่องพ่นยา(แอร์บลาส)มาช่วยในงานจัดการสวน ทำให้สะดวกขึ้นและประหยัดทั้งเวลาและแรงงานไปได้มาก


การประยุกต์ใช้นวัตกรรม/เทคโนโลยีการเกษตร : มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อโซเชียลมีเดียมาใช้สร้าง Story เรื่องราวความสวยงามเกี่ยวกับการทำสวน มีการสืบค้นข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานสวน มีการนำเครื่องทุ่นแรงและเทคโนโลยีการเกษตรต่างๆ มาใช้ เช่น การนำรถพ่นยา(แอร์บลาส) รถตัดหญ้าแบบนั่งขับ รถกระเช้า มาใช้ในงานสวน และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดการวางแผนการผลิตทุเรียนนอกฤดู

แผนการพัฒนาเกษตรแบบครบวงจรในอนาคต : ณ เวลานี้ในยุคเกษตรกร 4.0 การทำตลาดออนไลน์มีอิทธิพลมาก จึงมีการวางแผนว่าจะผลิตผลไม้นี้เข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้า ที่เน้นบริโภคผลไม้คุณภาพ และรสชาติดีมีเอกลักษณ์ ซึ่งในอนาคตจะทำการปรับปรุงสายพันธุ์ ให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและแปลกใหม่ให้แก่ลูกค้า และจะเจาะกลุ่มลูกค้าออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะจากสวนของเรา ส่งจำหน่ายไปไกลถึงต่างแดน เช่น จีน เกาหลี ซึ่งมีการติดต่อเข้ามาแล้วเบื้องต้น เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตรกรของต่อไปในอนาคต

โอ๋ นิธิภัทร,แม่ สุนันทา(ป้านัน) และ พ่อ สำรวย(ลุงแกละ) ทองอ่อน กับงานถวายผลไม้จาก"สวนทุเรียนลุงแกละ"
แด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา



เกียรติประวัติและผลงาน :

- ปี พ.ศ.2560 รางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด

- ปี พ.ศ.2559 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 การประกวด "ขนุน" ในงานเทศกาลถนนผลไม้ อำเภอวังจันทร์

- ปี พ.ศ.2558 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 การประกวด "ทุเรียนพันธุ์ชะนี" ในงานเทศกาลถนนผลไม้ อำเภอวังจันทร์

- ปี พ.ศ.2558 รางวัลชนะเลิศ การประกวด "ขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ" ในงานเทศกาลถนนผลไม้ อำเภอวังจันทร์

- ปี พ.ศ.2556 ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช GAP "ทุเรียน" รหัสรับรอง กษ 03-9001-2552-361140591111

- ปี พ.ศ.2551 ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดผลไม้ยักษ์ ชิงแชมป์ประเทศไทย ประเภท "ทุเรียน"

- ปี พ.ศ.2550 ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช GAP "ลองกอง" รหัสรับรอง กษ 03-02-3608-0035-128

- ปี พ.ศ.2548 ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช GAP "มังคุด" รหัสรับรอง กษ 03-02-3608-0035-126

ข้อมูลการติดต่อ

บ้านเลขที่ 117 หมู่ 6 ต.วังจันทร์ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210
โทร.0632516563
FB : Aoh Nitipat
FBP : สวนทุเรียนลุงแกละ
Line : Aoh_Nitipat
IG : Nipat_Aoh

เรื่อง/ภาพโดย: มินยดา อนุกานนท์ ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-32°C
เชียงใหม่
22-31°C
นครราชสีมา
23-33°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
24-30°C
ภูเก็ต
25-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×