เกษตรกรต้นแบบ
"กลุ่มแปรรูปข้าวปลอดสารหนองโสน...แปรรูปข้าวหอมมะลิ105 ข้าวหอมนิล ข้าวมะลิแดง ปลอดสารพิษ"
คุณสมัย วงศ์จะมาศ  จ. พิจิตร ปี 2554

นางสมัย วงศ์จะมาศ ตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล, ประธานสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองโสน, ประธานกองทุนหมู่บ้านหนองโสนใต้ หมู่ 16 และเป็นประธานกลุ่มแปรรูปข้าวปลอดสาร เป็นผู้ดูแลกระบวนการแปรรูปข้าวปลอดสารของแต่ละสายพันธุ์ ที่นำมาแปรรูปที่โรงสีชุมชนของตำบลหนองโสน ซึ่งได้เริ่มก่อตั้งการแปรรูปข้าวมาตั้งแต่เมื่อ วันที่ 25 สิงหาคม 2550 จนถึง ณ ปัจจุบัน ทางกลุ่ม ฯ ยังมีการดำเนินการแปรรูปอย่างต่อเนื่อง ข้าวที่ทางกลุ่มนำมาแปรรูปได้แก่ข้าวที่เน้นทางด้านสุขภาพของผู้บริโภคและ เป็นข้าวที่ได้จากสมาชิกกลุ่มในเขตพื้นที่ ที่ทำการผลิตและแปรรูปเพื่อนำไปบริโภคเอง และข้าวที่สมาชิกในกลุ่มผลิต เพื่อสำหรับจำหน่ายให้กลุ่มฯ จำหน่ายต่อ ซึ่งทางกลุ่มแปรรูปข้าวปลอดสารได้มีโรงสีชุมชนที่ได้รับมาตรฐาน GMP จากกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดพิจิตร

หลักคิดและการใช้ชีวิต

ตลาดที่มี ณ ปัจจุบันได้แก่ บุคคลทั่วไปในทุกภูมิภาค และบุคคลในพื้นที่ เนื่องจากทางกลุ่มร้านค้าได้มีการออกร้านร่วมกับหน่วยงานราชการ หลายหน่วยงาน และมีสินค้าวางขายที่หน้าร้านค้าของชุมชนเองด้วย สินค้าที่วางจำหน่ายได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และข้าวสารขัดขาว ซึ่งทางกลุ่มฯไม่ได้เคลือบแว๊กข้าวเพื่อให้ข้าวนั้นมีความวาวมัน จึงมั่นใจเรื่องสารที่นำมาเคลือบหรือเจือปนหลังจากการแปรรูปข้าวที่ออกมาจำหน่ายต่อผู้บริโภคได้ ปัจจุบันทางกลุ่มมีสมาชิกทั้งหมด 180 คนคิดเป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่งสามารถรองรับการผลิตเพื่อจำหน่ายให้กับความต้องการของตลาดได้ ซึ่งในอนาคตเรามีแผนรองรับตลาดโดยการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นโดยการเพิ่มสมาชิกในการผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ความสามารถอันโดดเด่น

นางสมัย วงศ์จะมาศ เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ทำนาในพิ้นที่ตำบลหนองโสน และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มแปรรูปข้าวปลอดสารด้วย ประชาชนส่วนใหญ่80%ในพื้นที่มีอาชีพเกษตรกร และประชาชนทำนาเป็นร้อยละ 70 ของเกษตรกร ชาวนาส่วนใหญ่ทำนาโดยใช้สารเคมี ทางกลุ่มเล็งเห็นถึงอันตรายที่เกิดขึ้น
จึงรวมตัวจัดตั้งกลุ่มขึ้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกร คือสนับสนุนให้สมาชิกใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงจากอินทรีย์และชีวภาพเพื่อลดตันทุนการผลิตและปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรเอง

วิธีการทำนาข้าวปลอดสารพิษ

การเตรียมดิน
ใช้ปุ๋ยหมักรองพื้นก่อนไถ 100 กก. ต่อ 1 ไร่ พร้อม กับใช้น้ำหมักชีวภาพสูตร1ย่อยสลายอัตรา 2 ลิตรต่อ 1 ไร่ แล้วใช้ขลุบตีฟางและหญ้าในนาให้จมน้ำ หมักทิ้งไว้ 7 วัน เพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลายฟาง แล้วไถคราดปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอกันเพื่อเตรียมดินหว่านข้าว

การเตรียมพันธุ์
ใช้พันธุ์ข้าวขาวมะลิ 105 จำนวน 15 กก.ต่อ 1 ไร่ หรือใช้พันธุ์ข้าว กข.อัตรา 20 กก.ต่อไร่ แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน แล้วจึงเอาขึ้นจากน้ำพอน้ำแห้งแล้วหรือประมาณ 3 ชั่วโมงเอาน้ำหมักชีวภาพสูตร 1 จำนวน 50 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร แล้วราด พันธุ์ข้าวในถุงเพื่อกระตุ้นให้แตกตาพร้อมกัน
-หลังจากหว่านข้าวได้ 7 วันไม่เกิน 10 วันใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรคุมฆ่าวัชพืชในนาข้าวจำนวน 2.5-3 ลิตรผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนาทิ้งไว้ 3 วันจึงไขน้ำเข้านาพอท่วมหญ้า หญ้าก็จะตายหรือแคระแกรนไม่เจริญเติบโต ซึ่งได้ผลเหมือนใช้สารเคมี
-หลังจากอายุข้าวได้ 15 วันก็ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสูตร 1 จำนวน 1 ลิตรต่อน้ำ 200 ลิตร เพื่อบำรุงราก ต้น ใบให้โตเร็วและแข็งแรง
-ข้าวอายุได้ 25 วันฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสูตร 1 จำนวน 750 ซีซีพร้อมสูตรไล่แมลง จำนวน 750ซีซีผสมน้ำ 200 ลิตร เพื่อเร่งให้งามพร้อมป้องกันกำจัดศัตรูพืช
-ข้าวอายุได้ 35 วันฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสูตร 1 จำนวน 1 ลิตรผสมน้ำ 200 ลิตรฉีดพ่นต่อระยะนี้ข้าวเริ่มเขียวตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยน้ำหมักได้ดี เพื่อเร่งให้งามพร้อมป้องกันกำจัดศัตรูพืช
-ข้าวอายุได้ 40 วันหว่านปุ๋ยหมักแห้งจำนวน 100 กก./ไร่
-ข้าวอายุได้ 50วัน ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสูตร 1พร้อมสูตรไล่แมลง 1 ลิตรผสมน้ำ 200 ลิตร
-ข้าวอายุได้ 60วัน ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสูตร 2พร้อมสูตรไล่แมลง 1 ลิตรผสมน้ำ 200 ลิตรฉีดพ่นเพื่อบำรุงกระตุ้นการออกดอกให้เร็วขึ้นบางคนหว่านปุ๋ยยูเรียไร่ละ 15 กก/ไร่
-ข้าวอายุได้ 67-70 วันข้าวเริ่มท้องแก่และเริ่มออกรวง ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสูตร 2พร้อมสูตรไล่แมลง 1 ลิตรผสมน้ำ 200 ลิตรฉีดพ่นเพื่อเร่งการออกดอกให้พร้อมกันทั้งแปลง
-ข้าวเกสรร่วง ข้าวเริ่มเป็นน้ำนมให้ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสูตร3อีกครั้งอัตรา 1 ลิตรต่อน้ำ 200 ลิตรเพื่อบำรุงให้เมล็ดเต่งสมบูรณ์ ผิวสวย น้ำหนักดี สีเป็นข้าวสารสวย

น้ำหมัก 3 สูตร
น้ำหมักพืชสด (แม่) ช่วยความเจริญเติบโตของพืช
ส่วนผสม
1. ผักบุ้ง 10 กิโลกรัม
2. หน่อกล้วย 10 กิโลกรัม
3. หน่อไม้หรืออ้อย 10 กิโลกรัม
4. พืชตระกูลถั่ว 10 กิโลกรัม
5. กากน้ำตาล (โมลาส) 13 กิโลกรัม
6. หัวเชื้อ 13 กิโลกรัม
วิธีทำ
ทุกอย่างสับเป็นท่อนสั้น ๆ คลุกเคล้ากับกากน้ำตาล + หัวเชื้อ (นำไปไว้ในกอไผ่ 2 - 3 ชั่วโมงยิ่งดี) ใส่ถังหมักปิดฝาให้สนิท (หมักนานได้ 7 วัน ใส่น้ำมะพร้าวอย่างดี)
วิธีขยายผล (จากหมัก 15 วันแล้ว)
- น้ำหมัก 1 ส่วน
- กากน้ำตาล 1 ส่วน
- น้ำสะอาด 10 ส่วน
(หมักต่ออีก 7 วัน)

น้ำหมักผลไม้ (พ่อ) ช่วยความเจริญของต้น
ส่วนผสม
1. กล้วยสุก 10 กิโลกรัม
2. มะละกอสุก 10 กิโลกรัม
3. ฟักทองผลแก่ 10 กิโลกรัม
4. กากน้ำตาล (โมลาส) 10 กิโลกรัม
5. หัวเชื้อ 13 กิโลกรัม

วิธีทำ
หั่นผลไม้เป็นชิ้น ๆ โตพอควรรวมกับกากน้ำตาล + หัวเชื้อแล้วคลุกเคล้า โดยให้หมุนไปทางขวาอย่างเดียว อย่าสวนกลับ (ระวังอย่าให้เละ) แล้วใส่ถังหมักปิดฝาให้สนิท หมัก 15 วัน จึงนำไปขยายผล

วิธีขยายผล(จากหมัก 15 วันแล้ว)
- น้ำหมัก 1 ส่วน
- กากน้ำตาล 1 ส่วน
- น้ำสะอาด 10 ส่วน
(หมักต่ออีก 7 วัน)
วิธีผสม หลังจากขยายผลแล้ว
ใช้บำรุงต้น = น้ำหมักพืชสด (แม่) 9 - 10 ส่วน + น้ำหมักผลไม้(พ่อ) 1 ส่วน (สูตรที่1)

เร่งดอก = น้ำหมักพืชสด (แม่) 4 - 5 ส่วน + น้ำหมักผลไม้ (พ่อ) 5 ส่วน (สูตรที่2)

บำรุงผล (เมล็ด) = น้ำหมักพืชสด (แม่) 1 ส่วน + น้ำหมักผลไม้ (พ่อ) 9 ส่วน (สูตรที่3)
วิธีใช้
นำส่วนที่ผสมแล้ว 2 ช้อนแกง ผสมน้ำ 1 ปีบ (20 ลิตร)
นำไปฉีด,พ่น,รด,ราด ,หยด

เกียรติประวัติและผลงาน

-เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี 54
-โล่เกียรติยศนายกรัฐมนตรีการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระดับประเทศ ครั้งที่ 2

ข้าวสารกลุ่มหนองโสน
ข้อมูลการติดต่อ

248/2 ม.2 ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร 66140

เรื่อง/ภาพโดย: จักรกฤษ อุ่นแก้ว ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
26-31°C
เชียงใหม่
23-28°C
นครราชสีมา
25-29°C
ชลบุรี
27-30°C
นครศรีธรรมราช
25-32°C
ภูเก็ต
27-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×