เกษตรกรต้นแบบ
"บุญลือ เต้าแก้ว...ผู้คิดค้นทดลองสิ่งต่างๆ..จนเป็นหนึ่งในปรมาจารย์ด้านการทำน้ำหมัก"
คุณบุญลือ เต้าแก้ว  จ. สระบุรี ปี 2552

ลุงบุญลือ" หรือ "นายบุญลือ เต้าแก้ว" ที่หมู่ 7 ตำบลหนองโน อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี พื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่ ของ "ลุงบุญลือ" ทำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ แบ่งพื้นที่ปลูกไม้ผล 12 ไร่ ทำนา 4 ไร่ ขุดบ่อเลี้ยงปลา 2 ไร่ ปลูกบ้านและโรงปุ๋ย 2 ไร่ แถมเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้พัฒนาที่ดินตามแนวเศษฐกิจพอเพียงอีกด้วย ที่สำคัญ "ลุงบุญลือ" ยังได้รับรางวัลและมีผลงานมากมาย อาทิ เกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด อาชีพไร่นาสวนผสม ได้รับเข็มชูเกียรติของเกียรติบัตร "ครูภูมิปัญญาไทย" ด้านเกษตรกรรมการทำปุ๋ยน้ำนมอินทรีย์ เข็มชูเกียรติผู้นำองค์กรเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น และได้รับรางวัลโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ในด้านประกวดเกษตรทฤษฎีใหม่

หลักคิดและการใช้ชีวิต

ส่วนภูมิปัญญาเกษตรกรรมของ "ลุงบุญลือ" เรียกได้ว่าถึงขั้น "ปราชญ์ชาวบ้าน" ความสามารถโดดเด่น คือผลิตน้ำจุลินทรีย์เพื่อบำรุงดิน และไม้ผล ผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ เพื่อไล่แมลง ทำปุ๋ยน้ำนมจุลินทรีย์ อีกทั้ง ยังเชี่ยวชาญในด้านการเพาะเห็ดฟาง เป็นหมอดินอาสา เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจในการทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ รองประธานกลุ่มปุ๋ยอัดเม็ด รองประธานกลุ่มเกษตรกรทำนาประจำตำบล เป็นผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ครูบัญชีอาสา เป็นคณะกรรมการปลูกข้าวปลอดสารพิษ และคณะกรรมการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบล ตลอดจนเป็นผู้นำในการจัดประชุมสมาชิกกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทำนาปลูกข้าว กลุ่มปลูกไม้ผล และกลุ่มปลูกผัก

ความสามารถอันโดดเด่น

น้ำหมักสมุนไพรขับไล่แมลง (สมุนไพรท้องถิ่น)
สูตรที่ 1 สมุนไพรรสเผ็ด ป้องกันแมลงปากกัด
สูตรที่ 2 สมุนไพร รสฝาด ป้องกันโรคและเชื้อรา
สูตรที่ 3 สมุนไพรรสเฝื่อน ป้องกันหนอนทุกชนิด
สูตรที่ 4 สมุนไพรกลิ่นฉุน ป้องกันแมลง และผีเสื้อที่มาวางไข่
สูตรที่ 5 สมุนไพร รสขม ป้องกันโรคแมลง และหนูที่มากัด กินต้นข้าว

อัตราส่วนในการหมัก น้ำหมักสมุนไพรขับไล่แมลง (สมุนไพรท้องถิ่น) สมุนไพร 3 กิโลกรัม น้ำสะอาด 3 ลิตร กากน้ำตาล 1.5 กิโลกรัม สารเร่ง พด.7 1 ซอง วิธีการทำ นำสมุนไพรสับให้ละเอียด แล้วนำมาหมัก หมักทิ้งไว้เป็นเวลา 21-30 วัน แล้วนำไปใช้ อัตราส่วนการใช้ น้ำหมักสมุนไพร 30 ซีซี ผสมเหล้าขาว 10 ซีซี น้ำ 20 ลิตร

เทคนิคในการฟื้นฟูสภาพดิน
สูตรการหมักของคุณลุงบุญลือจะใช้น้ำซาวข้าว 10 ลิตร กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม และสารเร่ง พด.2 1 ซอง นำส่วนผสมทั้งหมดรวมกันแล้วคนให้เข้ากันเทใส่ถัง ปิดฝาไว้หลวมๆ นำไปวางไว้ในที่ร่ม ไม่ต้องเปิดคนซ้ำอีก หมักไว้ประมาณ 1 เดือน ก็จะมีจุลินทรีย์เกิดขึ้น และกระบวนการหมักเสร็จสิ้นแล้วนะครับ โดยสังเกตจากบริเวณขอบปากถัง จะมีเชื้อราลักษณะสีขาวเกาะอยู่รอบ ๆ และสีของน้ำซาวข้าวจะเปลี่ยนจากขาวขุ่นเป็นใสขึ้น สามารถนำมาใช้ได้แล้ว ถ้านำไปใช้ปรับปรุงดินในนาข้าวให้ดีขึ้น แนะนำให้ใช้จุลินทรีย์น้ำซาวข้าว จำนวน 5 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ใส่ในช่วงเตรียมดินก่อนหว่านข้าว จะช่วยให้ดินไม่แข็งและข้าวแตกกอได้ดีขึ้น แต่ถ้าจะนำไปใช้สำหรับบำรุงต้นพืชให้สมบูรณ์ แนะนำให้ใช้วิธีฉีดพ่นผัก ไม้ผล หรือต้นข้าว ในอัตราส่วนจุลินทรีย์น้ำซาวข้าว 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร จะได้ผลดี

แนวคิดในการนำก้านกล้วย มาใช้ทำเป็นค้างปลูกพืชผักเช่น ตำลึงบวบ แทนการใช้ไม้ไผ่ หรือไม้อื่นๆ ที่เกษตรกรทั่วไปนิยมกัน
โดยเลือกตัดก้านกล้วย ที่มีลักษณะไม่เหี่ยวและไม่สดเกินไป นำมาตัดใบตองออกให้หมด เหลือแต่ก้าน และก่อนที่จะนำไปใช้ ต้องรดน้ำให้ก้านกล้วยมีความชุ่มชื้น เพื่อเก็บกักน้ำ จะทำให้ก้านกล้วยไม่เปราะง่าย อยู่ได้นานขึ้น จากนั้นนำไปผูกกับโครงไม้ไผ่ ที่ทำไว้ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับราวตากผ้า โดยผูกส่วนปลายของก้านกล้วย โยงกับราวตามแนวดิ่ง ให้ตรงกับหลุมปลูกแต่ละหลุม โดยใช้ก้านกล้วย1 ก้าน ต่อ 1 หลุมปลูก ส่วนด้านล่างของก้านกล้วยจะผูกเชือกขึงไว้ เพื่อป้องกันก้านกล้วยปลิว
การทำค้างดังกล่าว เกษตรกรจะเริ่มทำหลังจากเมล็ดพืช งอกแล้ว 15 ถึง 20 วัน โดยจะจับเถาให้พันเลื้อยขึ้นค้างเกาะไปตามก้านกล้วย วิธีจะทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น พราะพืชจะได้น้ำที่มีอยู่ในก้านกล้วย และเมื่อปลูกเสร็จในแต่ละรุ่น ก็สามารถที่จะตัดก้านกล้วยทั้งหมดไปใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินได้ต่อไป
การทำค้างปลูกผักด้วยวิธีนี้ ทำให้เกษตรกรไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ ช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งซึ่งมักจะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ อีกทั้งเป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติรอบตัวที่มีอยู่ มาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น

ปุ๋ยอินทรีย์น้ำนมดิบ
น้ำนมดิบ 30 ลิตร
กากน้ำตาล 5 ลิตร
พด.2 1 ซอง
ถังหมัก 1 ใบ
วิธีการทำ นำส่วนผสมทั้งหมดหมักรวมกันในถังหมัก ทิ้งไว้ในที่ร่ม อย่างน้อย 21 วัน ก็สามารถนำไปใช้งานได้
อัตราการใช้ น้ำหมักน้ำนมดิบ 20 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเพื่อเร่งการเจริญเติบโต

เกียรติประวัติและผลงาน

-เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2552
-ครูภูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม (ปุ๋ยอินทรีย์น้ำนมดิบ)
-เกษตรกรดีเด่นระดับภาคกลาง จ.สระบุรี
-รางวัลโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ในด้านประกวดเกษตรทฤษฎีใหม่

บุญลือ เต้าแก้ว
ข้อมูลการติดต่อ

16 ม. 7 ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี 18000

เรื่อง/ภาพโดย: จักรกฤษ อุ่นแก้ว ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
23-28°C
เชียงใหม่
22-29°C
นครราชสีมา
23-30°C
ชลบุรี
23-28°C
นครศรีธรรมราช
23-29°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×