ความรู้ทั่วไปด้านสัตว์
โรคสัตว์ติดต่อสู่คน
โรคสเตร็ปโตค็อกโคซิส Streptococcosis
12 มิถุนายน 2552
15,206
โรคสเตร็ปโตค็อกโคซิส เกิดจากเชื้อ สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส ( Streptococcus suis ) แกรมบวก รูปร่างกลม ก่อโรคในสุกร โดยเฉพาะลูกสุกรแรกคลอดและลูกสุกรหย่านม นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อไปยังสัตว์อื่น เช่น วัว ควาย แพะ แกะ หมูป่า ม้า สุนัข แมว และนก ที่สำคัญคือสามรถติดต่อถึงคนได้
แบคทีเรียชนิดนี้อาศัยอยู่ที่เยื่อบุเมือกในระบบหายใจส่วนต้น (โดยเฉพาะต่อมทอนซิลและช่องจมูก) ระบบสืบพันธุ์ส่วนปลาย และทางเดินอาหารของสุกร
สัตว์สามารถติดเชื้อโดย
1.การหายใจและการที่ปากหรือจมูกมาสัมผัสกันโดยตรงเป็นหลัก การปนเปื้อนน้ำลาย น้ำมูก สิ่งคัดหลั่งของสุกรที่ติดเชื้อไปสัมผัสกับสัตว์อื่น
2.เชื้อเข้าทางบาดแผล รอยถลอก เช่น แผลถลอกจากกรง และติดจากอุปกรณ์ที่ใช้ตัดหู หาง หรือเขี้ยว
3.พื้นคอกที่สกปรก เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเพราะเชื้ออยู่ในฝุ่นละอองและอุจจาระในบริเวณคอกที่เลี้ยงสุกรหรืออยู่ในแมลงวันนานอย่างน้อย 5 วัน หนูสามารถทำให้เกิดการแพร่เชื้อภายในฟาร์มหรือระหว่างฟาร์มได้
4.ติดเชื้อจากแม่สุกรสู่ลูกสุกรโดยติดเชื้อผ่านสายสะดือขณะคลอดหรือหลังทำคลอดทำให้ลูกตายแรกคลอด หรือเป็นพาหะโดยมีอาการของโรคในภายหลัง
5.การเคลื่อนย้ายสุกรพาหะที่ไม่แสดงอาการ เช่น สุกรสาวที่จะผสม ลูกสุกรหย่านมเข้าฝูงที่ไม่ปลอดเชื้อทำให้ฝูงนั้นเกิดการติดเชื้อ
6.สุกรที่เป็นพาหะนำโรคมักไม่แสดงอาการ

ปัจจัยโน้มนำให้เกิดโรค
1.ภาวะเครียด เช่น การเลี้ยงอย่างแออัด ระบบอากาศไม่ดี อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
2.การเลี้ยงสุกรอายุต่างกันรวมกันนานเกิน 2 สัปดาห์และสุขอนามัยที่ไม่ดี
3.การจัดการในเล้าอนุบาลไม่ดี เช่น ปล่อยให้ลูกสุกรหนาว นอนสุม การปิดม่านจนอากาศไม่ถ่ายเท
4.การรบกวนการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินไปในเล้าคลอด
5.รอยโรคที่เยื่อบุในทางเดินหายใจโดยเฉพาะเยื่อจมูกอักเสบที่เกิดจากแอมโมเนียและเชื้อแบคทีเรีย
6.การติดเชื้อไวรัส เช่นโรคพิษสุนัขบ้าเทียม ไข้หวัดสุกร โรคพีอาร์อาร์เอส เมื่อเกิดโรคร่วมกันโรคระบาดได้ง่าย

อาการของสัตว์ที่เป็นโรค
มีไข้โดยอาจไม่แสดงอาการอื่นแต่มักพบอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ไข้ขึ้นๆลง ซึม สุกรที่ติดเชื้อในกระแสเลือดอาจตายหลังจากติดเชื้ออย่างเฉียบพลันและอาจไม่ทันสังเกตว่าสุกรป่วย ในรายที่เฉียบพลันมาก สุกรจะสูญเสียการทรงตัว ท่ายืนผิดปกติ ชักแบบถีบจักรยาน สุกรที่อายุมากดจะมีอาการมางำระบบประสาทส่วนกลางต่างๆ เช่น หลังแอ่น นั่งท่าสุนัข ตัวสั่น ชัก ตากระตุก ตาถลน ตาเหล่ ตาบอด หูหนวก และข้อบวมอักเสบ มาหนองและเจ็บขา ขนหยาบยาว อาการที่ระบบทางเดินหายใจ ปอดบวม เยื่อบุเมือกแดง อาการติดเชื้อในกระแสเลือด คือ ข้ออักเสบ และปอดบวมนอกจากนี้อาจพบเยื่อบุหัวใจอักเสบ เยื่อจมูกอักเสบ แท้ง และช่องคลอดอักเสบ สุกรป่วยอาจตายทันทีหรือแสดงอาการหายใจขัด ตัวเขียวคล้ำ

การป้องกันและการรักษา
1.เลี้ยงสุกรด้วยระบบเข้าหมด – ออกหมด ( เลี้ยงอายุเดียว ) แยกอายุโดยแบ่งเป็นสัดส่วน
2.มีสุขอนามัยที่ดีใช้อุปกรณ์ที่สะอาดเข้มงวดในการรักษาความสะอาดและสามารถฆ่าเชื้อได้ง่ายด้วยน้ำยาทั่วไปที่ใช้ในฟาร์มโดยใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาที และมีการกำจัดหนูและแมลงและควบคุมปัจจัยโน้มนำอื่นๆ
3.มีการจัดการที่ดีในเล้าอนุบาล มีกล่องกก ไฟกก กินอาหารเต็มที่
4.ยาที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อสเตร็ปโตค็อกโคซิส คือ เพนนิซิลิน (ซึ่งได้ผลดี) แอมพิซิลิน อม็อกซี่ซิลิน เจนต้ามัยซิน โดยฉีดยารักษาติดต่อกันนานประมาณ 3-5 วันร่วมกับการรักษากันตามอาการ
5.ควรตรวจเช็คอาการของหมูในฝูง 2-3 วัน/ครั้ง
6.ควบคุมโรคหลัก ( โรคพีอาร์อาร์เอส หวัดสุกร โรคพิษสุนัขบ้าเทียม ไมโครพลาสโมซิส ) ที่จะเกิดร่วมกับ S. suis จะช่วยลดการเกิดโรคและรักษาได้ดีขึ้น

การติดเชื้อในคน
เกิดจากการบริโภคเนื้อสุกรที่ไม่ผ่านการปรุงสุก เช่น ลาบดิบ หลู้ ก้อย แหนม การสัมผัสกับสุกรที่ติดโรคโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร คนทำงานในโรงฆ่าสัตว์คนชำแหละเนื้อสุกร แม่บ้าน สัตวบาลและสัตว์แพทย์ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล รอบถลอก เยื่อบุตา

ระยะฟักตัวและอาการในคน
ระยะฟักตัวในคนประมาณ 3-5 วัน อาการที่พบ มีไข้ คลื่นเหียน ปวดศีรษะ สับสน กลัวแสง คอแข็ง ข้ออักเสบมักมีอาการปวดในข้อนำมาก่อน1-2วัน ม่านตาอักเสบ ผู้ป่วยอาจสูญเสียการได้ยิน จนถึงขั้นหูหนวกถาวรภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อหายป่วยแล้วอาจมีความผิดปกติในการทรงตัว ในรายที่รุนแรงอาจถึงเสียชีวิต เนื่องมาจากการติดชื้อในกระแสเลือด ซึ่งมีผลต่ออวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต และระบบไหลเวียน เยื่อบุหัวใจอักเสบ ปอดอักเสบ ลูกตาอักเสบ มีผื่นจ้ำเลือดทั่วตัวและช็อก ( toxic shock syndrome )

การป้องกันและการควบคุมในคน
1.บริโภคเนื้อสุกรที่ปรุงสุก ผ่านความร้อนไม่มีน้ำเลือดแดง
2.สุขอนามัยส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญ หลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสสุกรป่วยและควรใส่ถุงมือ ปิดแผลไม่ให้สัมผัสเชื้อ ต้องล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้งที่สัมผัสสุกรหรือเนื้อสุกรดิบ
3.เด็กหรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องภูมิคุ้มกันเสื่อม ต้องหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้โรงเรือนสุกร
4.บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้เลี้ยง ผู้ฆ่าสุกร แม่บ้าน ควรมีความรู้เรื่องโรค
5.ให้ผู้ที่มีอาการป่วยรีบไปพบแพทย์เมื่อป่วยมีไข้ และอธิบาย อาการป่วยให้แพทย์ทราบ รวมถึงบอกถึงสภาพงานที่ทำ การสัมผัสสุกรและความเห็นในความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส




แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
คู่มือโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน กรมปศุสัตว์
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-30°C
เชียงใหม่
23-29°C
นครราชสีมา
25-31°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
25-35°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×