สัตว์น้ำเค็ม
กุ้งขาวแวนาไม
การเพาะเลี้ยงกุ้งขาวแวนาไมแบบพอเพียง
18 มีนาคม 2552
44,634
ปัจจุบันการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในหลายพื้นที่ ยังประสบปัญหาเรื่องการโตช้า และผลผลิตไม่ได้ตามเป้าหมาย แนวโน้มการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกพื้นที่ จากการลงพื้นที่ได้พบกับ นางสำริด คีรีวัฒน์ เกษตรกรบ้านหัวแหลม ทำการเกษตรแบบผสมผสาน และได้ทำการขุดบ่อเลี้ยงกุ้งขาวจำนวน 2 บ่อ (ขนาดบ่อละ 4 ไร่) คุณสำริดได้บอกเล่าเรื่องราวและวิธีการเลี้ยงกุ้งขาวแบบพอเพียงให้กับเจ้าหน้าที่ Famer Info ดังนี้
การเลี้ยงกุ้งขาวแบบพอเพียง การเตรียมบ่อเพาะเลี้ยง (บ่อดิน) ขนาดบ่อ 4 ไร่
•หลังจากจับกุ้งแล้วให้ทำการตักขี้กุ้งและดินเลนออกให้หมด
•ทำการตากบ่อไว้ก่อนประมาณ 7 วัน
•วัดค่าระดับความเป็นกรด- ด่างของดิน และปรับให้อยู่ที่ค่า PH เท่ากับ 7 โดยใช้ปูนเผา ปริมาณการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ปกติประมาณ 50 กก./บ่อ เพื่อให้น้ำปูนได้ฆ่าเชื้อโรคที่พื้นบ่อ
•จากนั้นจึงหว่านปูนขาวตามขอบบ่อทิ้งไว้ 1-2 วัน
•ก่อนนำน้ำเข้าบ่อเลี้ยง ต้องทำการดูดน้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่เข้ามาในบ่อพักน้ำ โดยทำการพักน้ำไว้ประมาณ 7-15 วัน
•จากนั้นดูดน้ำจากบ่อพัก เข้ามายังบ่อที่จะทำการเลี้ยงกุ้งขาว
•บ่อพักน้ำซึ่งจะต้องมีน้ำสำรองไว้ในการเก็บกักประมาณ 30% ของบ่อ เพื่อไว้สำหรับเติมน้ำเข้าบ่อทุกๆ 10 วัน (ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีใดๆ ในบ่อเลี้ยงกุ้งขาว และบ่อพักน้ำ)

การเตรียมน้ำก่อนปล่อยกุ้ง
•หว่านอาหารสำหรับสร้างสัตว์หน้าดินและจุลินทรีย์ (การทำสีน้ำให้เป็นสีเขียวโดยใช้ปุ๋ยคอก 200 กก./ไร่)
•นำน้ำเข้าบ่อเลี้ยงให้ได้ในระดับความลึกของน้ำที่ 1 เมตร เมื่อนำน้ำเข้าบ่อเลี้ยงแล้วให้ใส่ปูน อัตรา 10-20 กิโลกรัมต่อบ่อ ควรใส่ในเวลากลางวัน และตีน้ำไปพร้อมๆ กัน 4-5 วัน ก่อนปล่อยลูกกุ้ง

การปล่อยกุ้ง
ปล่อยลูกกุ้งในอัตรา 70,000 ตัว ต่อบ่อ ที่สำคัญคือ ซื้อลูกกุ้งขาวจากฟาร์มที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้และมีการรับประกันในกรณีที่มีลูกกุ้งตายมากเกินไป (จะมีการชดเชยค่าเสียหาย )
การให้อาหาร
•ในช่วงวันที่ 1-40 ให้อาหารที่มีโปรตีนสูงสามารถใช้อาหารของกุ้งกุลาดำได้
•ในช่วงวันที่ 41 จนถึง วันที่จับขาย ให้อาหารที่มีโปรตีนต่ำลงมาได้ จำนวนมื้อควรจำกัดอยู่ที่ 3 มื้อ คือ อาจจะเป็นเวลา 08.00 น. , 16.00 น. , 22.00 น.
เทคนิคการเลี้ยงกุ้งให้ได้ผลผลิตดี
•ไม่ปล่อยลูกกุ้งให้หนาแน่นมากเกินไปคือประมาณ 60,000 – 70,000 ตัว/บ่อ (ปกติเกษตรกรรายอื่น จะปล่อยประมาณ 200,000 ตัว/บ่อ ถ้าหากว่าแน่นเกินไปกุ้งจะโตช้าและเสียหายมากจนเกินไป)
•ต้องมีการควบคุมค่า PH ให้คงที่อยู่ตลอดคือ 7-8 (ตรวจทุกวัน)
•ต้องมีการควบคุมระดับออกซิเจนละลายน้ำให้คงที่ (5-8 มิลลิกรัม/ลิตร ) ถ้าหากต่ำกว่านี้ให้ทำการเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ
•ต้องระวังเรื่องศัตรูในธรรมชาติด้วยเช่น นก ปลา ตัวเงินตัวทอง
•ต้องมีการเฝ้ายามตลอดเวลาเพื่อป้องกันขโมยด้วย
•การเช็คจากยอ เมื่อต้องการตรวจสอบสภาพการให้อาหาร สามารถตรวจวัดว่ากุ้งกินอาหารตามปกติหรือเปล่าให้ดูว่ากุ้งกินอาหารในยอหมดหรือไม่ และเป็นการตรวจดูอาการเป็นโรคต่างๆ ของกุ้งในเบื้องต้นได้ด้วย
•ถ้าพบว่าตอนเช้ามีกุ้งเกาะขอบปริมาณน้อย และปริมาณกุ้งที่เกาะขอบบ่อเพิ่มมากขึ้นตอนช่วงบ่าย ยิ่งบ่ายมากยิ่งเกาะขอบมากขึ้น อีกทั้งกุ้งในยอยังมีอาการเหงือกเป็นสีชมพูออกแดงตอนช่วงบ่ายที่มีแดดจัด ลักษณะเช่นนี้เกิดจากน้ำในบ่อมีแอมโมเนียค่อนข้างมากแสดงว่าอาจจะมีอาหารเหลือเนื่องจากให้อาหารมากเกินไป ดังนั้นให้ลดปริมาณอาหารในอาทิตย์ต่อไป ลงมื้อละ 0.5 - 1 กิโลกรัม
•การถ่ายน้ำในระหว่างการเลี้ยงควรมีการเติมน้ำหรือถ่ายน้ำ ทุกๆ 10 วัน โดยระดับน้ำจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง ถึงระดับ 1.5 เมตร เมื่อกุ้งอายุได้ 60 วัน
•ทุกครั้งที่เติมหรือถ่ายน้ำ ให้เติมปูนแมกนีเซียมออกไซด์ทุกครั้ง ในอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ควรหว่านในเวลากลางคืน จากบริเวณกลางบ่อจนรอบ จะสังเกตเห็นว่ากุ้งจะกินอาหารดีขึ้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ และเพิ่มปูนแมกนีเซียมออกไซด์
•เมื่อครบกำหนด 30 วัน ควรทำการสุ่มตัวอย่างด้วย แหไนล่อน ขนาดตาถี่ 2 เซนติเมตร เพื่อตรวจสอบน้ำหนักของกุ้งและเปรียบเทียบกับตารางอาหาร
•หากพบว่า ตกขนาดมาก แสดงว่าอาหารที่ให้ไม่เพียงพอต้องเติมอาหารโดยทันที
•จะสามารถจับกุ้งขาวได้เมื่อกุ้งมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป

การจับกุ้งส่งตลาด
ส่งตัวอย่างกุ้ง จากบ่อเลี้ยงไปตรวจสอบหาสารตกค้างต่างๆ ตามเกณฑ์ข้อตกลงในการซื้อขาย ที่สถานีประมงในพื้นที่ เมื่อผ่านเกณฑ์ดังกล่าวแล้วจากนั้นก็แจ้งพ่อค้าให้มาประมูลกุ้งถ้าหากว่าใครให้ราคาสูงสุดก็ขายให้กับรายนั้น ก่อนจับต้องงดการให้อาหาร 2 มื้อ ลงมือจับโดยใช้อวนลาก ใช้น้ำแข็งบดแช่เย็น โรยเกลือเป็นชั้นๆ เพื่อช่วยรักษาความเย็น อย่าบรรจุน้ำหนักเกินกว่า 50 กิโลกรัม เพราะจะทำให้กุ้งที่อยู่ชั้นล่างเสียหายได้
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชุมพร
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
23-30°C
นครราชสีมา
23-29°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
23-31°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×