เห็ด
เห็ดฟาง
การเพาะเห็ดฟางจากทะลายปาล์มน้ำมัน
05 กุมภาพันธ์ 2552
33,111
นางบุญน้อย อินทร์นิมิตร แกนนำเกษตรกรในพื้นที่ ม.4 ต.ท้ายสำเภา อ.พระพรหม จ.นครศรีฯ ได้มีการรวมกลุ่มกันจัดทำโครงการ “เพาะเห็ดทะลายปาล์ม” ขึ้นมา เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับครอบครัวและสมาชิกในชุมชน และ ได้ให้ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมว่า
"การเพาะเห็ดฟางสามารถใช้วัสดุเพาะได้หลายชนิด เช่น เปลือกถั่วเขียว กากมันสำปะหลัง ผักตบชวา ชานอ้อย ขี้เลื่อยไม้ยางพารา และทะลายปาล์มน้ำมันก็เป็นวัสดุชนิดหนึ่งที่นิยมใช้มากโดยเฉพาะในภาคใต้ หาได้ง่าย ตนเองและสมาชิก จึงทดลองนำทะลายปาล์มมาเพาะเห็ดฟางดู และก็ได้ผลจริงๆ เพราะทะลายปาล์มสามารถนำมาเพาะเห็ดฟางได้ดี ไม่แพ้กับการเพาะด้วยฟางข้าว" และที่สำคัญที่สุดทางกลุ่มได้มีการนำทะลายปาล์มมาเพาะเห็ดในสวนยางพารา เป็นการใช้พื้นที่ที่มีอยู่มาให้เกิดประโยชน์ และเป็นการเกื้อกูลกันของพืช ได้ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างยางพาราและเห็ดด้วย เพราะต้นยางพาราสามารถสร้างร่มเงาและแสงแดงรำไรช่วยให้เห็ดเจริญเติบโตได้ดีขึ้น และเมื่อเห็ดหมดดอก ทะลายปาล์มก็จะกลายมาเป็นอาหารอย่างดีให้กับต้นยางพาราด้วย”

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ด :

1. ทะลายปาล์ม

2. เชื้อเห็ดฟาง หรือเห็ดอื่น ๆ ที่ต้องการ

3. ผ้าพลาสติกความยาว ม้วนละ 70 เมตร

4. ไม้ไผ่ สำหรับขึงผ้าพลาสติก

5. พื้นที่ ที่ใช้เพาะเห็ด (จะใช้พื้นที่ในสวนยางพารา)


ขั้นตอนในการเพาะเห็ดฟาง :

1. นำทะลายปาล์มมากองรวม ล้อมกันเป็นวงกลม โดยจะฉีดน้ำ 2 วันต่อหนึ่งครั้ง คลุมด้วยผ้าพลาสติก รอประมาณ 3-7 วัน (เพื่อให้ทะลายปาล์มชุ่มน้ำ) นำเอามาใช้ได้

2. เตรียมพื้นที่โดยการถางหญ้ารอบ ๆ สวนยางออก จะใช้พื้นที่ระหว่างต้นยางในการเพาะเห็ด ซึ่งการเพาะเห็ดจะต้องใช้พื้นที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้สะดวก หากปลูกในพื้นที่โล่งมาก แดดส่องจ้า ต้องมีการกรองแสงด้วย

3. นำทะลายปาล์มมาวางเป็นร่องตามช่องว่างของต้นยาง ความยาวประมาณ 5 เมตร ฉีดน้ำลงบนทะลายปาล์ม เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก

4. โรยเชื้อเห็ด ลงบนร่องที่เตรียมไว้ โดย 1 ร่อง ใช้เชื้อ 3 ก้อน โรยเชื้อก้อนละ 1 เมตร

5. รอประมาณ 3 วัน ขึ้นโคลงไม้ไผ่ เป็นแนวไว้สำหรับขึงผ้าพลาสติก ประมาณ 4-5 โคลง โค้งเป็นแนวยาว

6. คลุมผ้าพลาสติกตามแนวโคลงไม้ไผ่ 1 ร่อง ใช้ผ้าพลาสติกประมาณ 7 เมตร

7. รอประมาณ 7 – 9 วัน เห็ดก็จะงอก สามารถเก็บไปขายได้


การดูแลรักษา :

การระบายความร้อน หลังจากเพาะเห็ดแล้ว 4-5 วัน ให้เปิดชายผ้าพลาสติกออกบ้างเพื่อระบายความร้อนออกจากกองเห็ดบ้าง เพราะถ้าอากาศร้อนเกินไปเส้นใยเห็ดจะไม่รวมตัวเป็นดอก นอกจากช่วยระบายความร้อนแล้วยังเป็นการเพิ่มอากาศให้กับเห็ดอีกด้วย

การให้น้ำ :

พยายามให้ความชื้นแก่กองเห็ดอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง พยายามพ่นน้ำให้เป็นฝอยลงบนกองเห็ดพอชุ่มชื้น

การเก็บเกี่ยว :

เมื่อดอกเห็ดโตพอได้ขนาดที่ตลาดต้องการจึงเริ่มเก็บ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้ดอกบานเพราะจะทำให้ราคาเสียได้ การเก็บดอกเห็ด จะเก็บได้หลังจากเพาะเห็ดแล้ว 7 วัน ขึ้นอยู่กับความร้อนและฤดูกาล ในฤดูร้อนและฤดูฝนจะเก็บเห็ดได้เร็ว แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวจะเก็บได้ช้า เห็ดจะออกดีในช่วงเดือนมีนาคม-กรกฎาคม และควรเลือกเก็บเฉพาะดอกเห็ดที่ตูม จะทำให้ได้เห็ดที่มีคุณภาพดี

วิธีการเก็บดอกเห็ด :

ให้ใช้นิ้วชี้กดดอกเห็ดแล้วหมุนเล็กน้อยยกขึ้นเบาๆ ดอกเห็ดก็จะหลุดออกมาโดยง่าย ถ้าดอกเห็ดออกเป็นกลุ่มให้สังเกตดูว่าในกลุ่มนั้นมีดอกโตพอประมาณที่จะเก็บได้มากกว่าดอกขนาดเล็กก็ควรเก็บได้เลยทั้งกลุ่ม และขณะเก็บดอกเห็ดไม่ควรกระทบกระเทือนดอกที่ยังเก็บไม่ได้เพราะอาจทำให้ดอกเห็ดอื่นช้ำและฝ่อได้ เมื่อเก็บเห็ดออกมาแล้ว ต้องตัดแต่งเอาเศษวัสดุที่ติดมาออก เพื่อความสวยงาม แล้วจึงใส่ภาชนะนำส่งขายต่อไปเพื่อให้ได้ราคาดี

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
บุญน้อย อินทร์นิมิตร ม.4 ต.ท้ายสำเภา อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-28°C
เชียงใหม่
23-28°C
นครราชสีมา
23-29°C
ชลบุรี
25-28°C
นครศรีธรรมราช
25-29°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×