สวนเงินไร่ทอง
การปลูกตำลึงเชิงการค้า
ทีมรักบ้านเกิด 04 มีนาคม 2557
นายบุญลือ นัยเนตร อายุ 60 ปี อประกอบอาชีพปลูกผักตำลึงตัดยอดจำหน่าย บนพื้นที่จำนวน 1 ไร่ 2 งาน ลุงบุญลือเล่าให้ฟังว่าเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วก่อนที่จะมาปลูกตำลึง ได้ทำการเกษตรด้านอื่นมาแล้วหลายอย่าง เช่น ปลูกข้าวโพดหวาน เลี้ยงปลาแรดในกระชัง และปลูกมะเขือ แต่ว่าทุกอย่างที่ทำนั้นต้นทุนสูงไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ยา หรือสารเคมีตัวอื่นๆ โดยเมื่อก่อนนั้นก็ปลูกตำลึงด้วยเช่นเดียวกันแต่ลักษณะการปลูกจะเป็นการปลูกแซมเอาไว้ แต่รายรับที่ได้จากการปลูกตำลึงแซมแถว กลับกลายมาเป็นต้นทุนในการซื้อปุ๋ยบำรุงพืชตัวอื่นได้อย่างดี จึงเริ่มคิดได้ว่า แท้ที่จริงแล้ว เราก็สามารถปลูกตำลึงไว้เป็นพืชหลัก สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างดี จึงเริ่มปลูกตำลึงจำหน่ายเชิงการค้าอย่างจริงจังมาจนถึงปัจจุบัน
ดังมีวิธีการจัดการและดูแลรักษา ดังนี้
แชร์
63,017
++ วิธีการปลูกตำลึงเชิงการค้า ++

- ยกร่องไม่ต้องกว้างมากระยะห่างประมาณ 1.5 เมตร

- ทำค้าง ด้วยไม้ไผ่ขัด ความสูงที่เหมาะสมสำหรับการเก็บตำลึงอยู่ที่ 1.20 เมตร

- ใช้มูลสัตว์ผสมกับดินในแนวร่อง เพื่อเป็นการเตรียมดิน

- รดน้ำดินให้ชุ่ม แล้วจึงนำกิ่งพันธุ์ตำลึงที่ไปตัดมาจากตามป่า ฝังเป็นแนวยาวตามร่อง ใช้ดินกลบหัวท้าย ตรงกลางนั้นให้อยู่เหนือดิน หรืออีกหนึ่งวิธีคือ ปักกิ่งพันธุ์ลงไปตามร่อง

- การให้น้ำ ถ้าไม่ใช่ฤดูฝน จะต้องให้น้ำ 2-3 วันครั้ง โดยปล่อยน้ำลงตามร่องให้เต็มแล้วซึมลงไปในดิน

- การเก็บตำลึง จะต้องทำการเก็บแต่เช้า เวลาประมาณ ตี5 เก็บถึง 3 โมงเช้า ความยาวประมาณ 50 เซ็นติเมตร แล้วกำด้วยกาบกล้วย1 กำจะมีน้ำหนัก 4 ขีด ขายส่งราคากำละ 3 - 5 บาทต่อกำ ( ถ้าเก็บตอนสาย เถาหนวดตำลึงจะดำไม่น่ารับประทาน)

- โรคและแมลง จะใช้น้ำส้มควันไม้ และปุ๋ยน้ำชีวภาพในการฉีดพ่น 2 อาทิตย์ 1 ครั้ง

- ปุ๋ย จะใช้ปุ๋ยยูเรีย พรมบางๆ เดือนละ 2 ครั้ง ส่วนเรื่องยาฆ่าหญ้านั้น จะไม่ใช้เพราะ ตำลึงเป็นพืชที่อ่อนแอต่อสารเคมีเกือบทุกประเภท ถ้าใช้จะตาย หรือใบกรอบเก็บไปจำหน่ายไม่ได้
- อุปสรรคปัญหา ในเรื่องของการเก็บยอดตำลึง เก็บได้ไม่หมดเพราะเจริญเติบโตเร็ว
ซึ่งในหนึ่งวันลุงบุญลือสามารถเก็บได้ประมาณ 100 กำต่อวันเพราะใช้แรงงานในครอบครัวเป็นหลัก
คุญบุญลือ นัยเนตร เกษตรกร จ.อุทัยธานี ปลูกตำลึงบนพื้นที่ 1.5 ไร่ ด้วยแรงงานคนในครอบครัว สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 ร้อยบาทต่อวัน

ลักษณะแปลงปลูกตำลึงและการขึ้นค้าง โดยคุญบุญลือใช้ความสูงที่ 1.20 เมตร ซึ่งเป็นความสูงที่เหมาะสมต่อการจัดการในด้านต่างๆ โดยมุ่งเน้นเรื่องของการเก็บเกี่ยวเป็นหลัก**ในการเก็บเกี่ยวตำลึงควรจะเก็บแต่เช้าตรู่ เนื่องจากจะทำให้ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว หนวด/เถายังไม่เลื้อยพันกัน
ลักษณะการปลูกกิ่งพันธุ์แนวตั้ง จะทำให้ประหยัดกิ่งพันธุ์ได้มากกว่าการปักชำกิ่งตามแนวนอน
ลักษณะการวางแถว/แนวแปลงปลูก
ลักษณะยอดตำลึงที่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นลักษณะที่เหมาะสมต่อการเก็บเกี่ยวในวันรุ่งขึ้น โดยการเก็บเกี่ยวยอดตำลึงเพื่อมัดกำขาย จะต้องเด็ดยอดที่ความยาวประมาณ 50 ซม. ถึงจะเข้ากำได้สวยงาม
ลักษณะของต้นตำลึงตัวผู้ ใบจะมีลักษณะเหง้าลงลึกกว่าใบตัวเมีย ซึ่งไม่ควรเก็บเกี่ยวไปจำหน่สายหรือรับประทาน เพาะจะมีผลทำให้ท้องเสียได้ ส่วนใบที่มีลักษณะกลมมากกว่านั้นจะเป็นใบตัวเมีย และเป็นที่ต้องการของตลาด
อุปกรณ์ในการเข้ากำตำลึง ได้แก่ ตอก,หยวกกล้วยที่ตัดแต่งให้มีความกว้างประมาณ 4 ซม. ยาว 50 ซม. เป็นวัสดุในการเข้ากำ ในการเข้ากำจะใช้น้ำหนัก 4 ขีด/กำ ราคาข่ายส่งจากสวน 3-5 บาทต่อกำ

----------------------- ^ ^ -----------------------
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
แหล่งอ้างอิง :
นายบุญลือ นัยเนตร อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 44/1 ม.4 ต.หาดทะนง อ.เมือง จ.อุทัยธานี
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×