หลักการเกษตร
แหล่งเรียนรู้การเกษตร
ศูนย์การเรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสับปะรด จ.เชียงราย
19 มกราคม 2559
3,868
การเสาะแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ในท้องถิ่น พร้อมทั้งหาทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ให้เป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อนำรายได้มาสู่ชุมชนเป็นหนึ่งในภารกิจที่หลายๆชุมชนสามารถดำเนินการจนประสบผลสำเร็จมาแล้วนักต่อนักโดยรูปแบบของแหล่งท่องเที่ยว ส่วนใหญ่มักจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นต้น แต่สำหรับ "แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร" แม้จะมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ค่อยแพร่หลาย และเป็นที่นิยมมากนักเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวแบบอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรไทยมักจะเพาะปลูกพืชผลเพื่อยังชีพ หรือผลิตแล้วส่งขายให้พ่อค้าคนกลางเสียมากกว่า วันนี้เราจึงเล็งเห็นว่าพื้นที่ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือในรสชาติของ "สับปะรดนางแล" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ไม่มีใครเหมือน
ด้วยเหตุนี้ เราจึงพยายามที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในชุมชน ด้วยการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์จากสับปะรด แหล่งเรียนรู้คู่ชุมชน โดยคุณวิรัตน์ จันเลน ประธานศูนย์การเรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสับปะรด หมู่บ้านป่าซางวิวัฒน์ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ได้เชิญชวนแวะ ศูนย์การเรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสับปะรดซึ่งรับรองว่าท่านได้พบอะไรที่เป็นสับปะรดแน่นอน และท่านจะตะลึงแทบไม่น่าเชื่อว่าสับปะรดเพียงหนึ่งลูก มีสรรพคุณทางมากกว่าที่ตาเห็น อีกทั้งสามารถนำส่วนต่างๆมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่คุณคิด
คุณวิรัตน์ จันเลน ประธานศูนย์การเรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสับปะรด หมู่บ้านป่าซางวิวัฒน์ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย กล่าวว่าสับปะรดเป็นไม้ผลเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของ จ.เชียงราย เกษตรกรปลูกกันมากนับหมื่นไร่ พันธุ์ที่นิยมและเป็นที่รู้จักของนักบริโภคมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์นางแล รสชาติหอมหวาน เนื้อเหลืองฉ่ำ ผลโต ให้ผลผลิตในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี ส่วนพันธุ์ภูแลเป็นพันธุ์ภูเก็ตที่มีผู้นำมาปลูกในพื้นที่ ต.นางแล จนกลายพันธุ์ มีความกรอบเหมือนพันธุ์ภูเก็ต แต่หวานฉ่ำเหมือนพันธุ์นางแล ผลขนาดเล็กเหมาะที่จะบริโภคพออิ่ม ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี แหล่งปลูกอยู่ที่ ต.นางแล ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย
โดยมีตลาดส่งออกที่น่าสนใจ คือ ญี่ปุ่น และปัจจุบันหมู่บ้านสับปะรดของเรามีผู้เข้าชมไม่ขาดสาย เพราะเราเป็นศูนย์การเรียนรู้ เมื่อปี 2547 เรารับทัวร์ฝรั่งเป็นพันกลุ่ม หลังจากนั้นมาก็รับนักศึกษาที่อยากเข้ามาเรียนรู้จากหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเหนือ และจากหลายๆที่ที่มาศึกษาดูงานกับเรา อีกทั้งเรายังทำงานวิจัยร่วมกับสถาบันราชภัฏ ทำเรื่องของกระดาษใบสับปะรด ซึ่งเป็นงานที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้คนในชุมชน เราเปิดให้เรียนรู้วิธีการทำด้วยนะคะ นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องสำอางจากสับปะรด (ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย) อาจพูดได้ว่าสับปะรดหนึ่งผลสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่จะมาเรียนรู้เรื่องวิถีชุมชน และการทำเกษตรกรรม


การปลูกสับปะรดเริ่มจากการเตรียมดิน โดยการไถพรวนดินให้ลึกประมาณ 40-50 เซนติเมตร เป็นการเปิดหน้าดินเพื่อระบายน้ำและอากาศ หลังจากนั้นปรับระดับหน้าดินให้เท่ากันเพราะถ้าหน้าดินไม่เท่ากันจะเกิดน้ำ ขังได้ ภายหลังจากไถหน้าดินเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-30 วัน แล้วจึงนำเอาหน่อสับปะรดที่เตรียมไว้มาปลูก ซึ่งการปลูกสับปะรดต่อไร่ใช้หน่อ ประมาณ 3,000-3,500 ต้น หลังจากปลูกเรียบร้อยแล้วสับปะรดจะให้ผลผลิตเมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 โดยแต่ละต้นให้ผลผลิตเพียง 1 ลูก ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรกแล้วจะทำการบำรุงดูแลต้นเพื่อให้ลำต้น แตกหน่อออกผลผลิตในรุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 ซึ่งอายุของสับปะรดที่ปลูกแต่ละครั้งมีอายุประมาณ 4-5 ปี หลังจากที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ครบอายุแล้ว จะรื้อสับปะรดในแปลงออกแล้วไถพรวนดินตากไว้ประมาณ 10-30 วัน เพื่อให้เชื้อโรคที่อยู่ในแปลงที่ปลูกสับปะรดมาก่อนนั้นตาย จึงจะทำการปลูกสับปะรดต้นใหม่
การดูแลรักษาต้นสับปะรด : แทบไม่ต้องใส่ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า เพราะสับปะรดแทบไม่มีศัตรูพืช หากฉีดพ่นยาฆ่าแมลงก็จะทำให้รสชาติเสียไป การลงทุนน้อยเพียงแต่ตัดหญ้า พรวนดินและบำรุงด้วยปุ๋ยคอกตลอดทั้งปี ก็จะทำให้ผลผลิตออกผลได้เป็นอย่างดี ถือได้ว่าสับปะรดเป็นพืชที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อออกผลเล็กๆ ใช้ใบห่อผลไว้เพื่อให้ต้นและใบหล่อเลี้ยงผลอย่างเต็มที่ ไม่แตกยอดใบเพิ่ม กระทั่งผลสุกจึงแกะใบออกเก็บผลผลิต ผลที่สุกมากจัดให้อยู่ในระดับเกรดเอหรือน้ำหนึ่ง โดยใช้นิ้วดีดจะมีเสียงแน่นและลดหลั่นเสียงกันลงไปซึ่งเกษตรกรจะทราบเทคนิค นี้กันดี ด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษทำให้ทราบว่าถ้าจะให้ผลผลิตเลิศรส ต้องเก็บเฉพาะช่วง 4-5 เดือน (เมษายนถึงสิงหาคม) เท่านั้น ทำให้ช่วงเดือนเมษายนผลผลิตจะผลิตไม่พอกับตลาด
ผลผลิต : ที่ได้แต่ละครั้งจะมีพ่อค้ามารับซื้อที่แปลงและนำไปส่งให้กับผู้จำหน่ายตามสองข้างทาง เชียงราย-แม่จัน ส่วนของราคาโดยประมาณของสับปะรดพันธุ์นางแล กิโลกรัมละ 5-15 บาท เฉพาะเกรดเอหรือที่เรียกว่าน้ำหนึ่งได้ราคากิโลกรัมละ 15 บาท และราคาของสับปะรดพันธุ์ภูแล กิโลกรัม 8-20 บาท น้ำหนึ่งได้ราคากิโลกรัมละ 20 บาท



การแปรรูปสับปะรด : หลังจากตัดผลแล้ว ใบก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยนำมาทำกระดาษที่มีความเหนียว ลักษณะคล้ายกระดาษสา ทำสีสันลวดลายได้ตามต้องการ และมานำทำผลิตภัณฑ์ทั้งของใช้ เครื่องประดับที่แข็งแรง สวยงามและทนทานได้หลายชนิด เช่น สมุดบันทึก กรอบรูป ถุงกระดาษ อีกทั้งยังพบว่าประโยชน์ทางยาที่ได้ใบสับปะรด เหง้าทั้งสดและแห้ง มีรสและสรรพคุณทางยาไทย รสหวานเย็น ขับปัสสาวะดี วิธีใช้ ใช้เหง้าสดหรือแห้ง แก้อาการขับเบา ช่วยขับปัสสาวะ โดยใช้เหง้าวันละ 1 กอบมือ (สดหนัก 200 - 250 กรัม แห้งใช้ 90 ? 100 กรัม ต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารครั้งละ 1 ถ้วยชา) ประมาณ 75 มิลลิลิตร
คุณค่าทางอาหาร : สับปะรดรับประทานเป็นผลไม้ได้ดี มีคุณค่าทางโภชนาการมากมายเพราะมีเกลือแร่ วิตามินต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราไม่น้อย น้ำสับปะรดเอาไปแช่เนื้อทำให้เนื้อนุ่มได้ด้วย ไม่ทำให้เปื่อยยุ่ยทำให้นุ่นกำลังดี ช่วยย่อยอาหารได้ สับปะรด เป็นพืชที่รสชาติดี ใช้กินเป็นผลไม้ หรือปรุงเป็นอาหาร ส่วนมากนิยมนำไปแปรรูปทำเป็นสับปะรดกระป๋อง และสับปะรดกวน ส่วนใบมีเส้นใยยาวเหนียว สามารถนำไปทำเป็นเชือก หรือ ทำเป็นกระดาษ สับปะรดมีรสหวานฝาดเล็กน้อย สารอาหารที่อยู่ในสับปะรดมีประโยชน์จำนวนมาก และมีคุณค่าทางยาสูง มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารจำพวกเนื้อ เสริมการดูดซึมอาหาร ดับร้อนแก้กระหาย สับปะรดยังมีสารจำพวก น้ำตาล กรด วิตามิน อยู่หลายชนิดการรับประทานสับปะรดเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรค ไตอักเสบ ความดันโลหิตสูง หลอดลมอักเสบ สับปะรดที่เริ่มนิ่ม มีน้ำเหนียว ๆ ไหลออกมา แสดงว่าสุกมากเกินไปและเริ่มเน่า ไม่ควรรับประทาน การรับประทานที่ถูกวิธี คือ ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมด จากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียง เป็นแถว ๆ เอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้น แล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อน ๆ ประมาณ 2-3 นาที จึงเหมาะแก่การรับประทาน

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวผู้ที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับสับปะรดท่านสามารถดูขั้นตอนตั้งแต่การปลูกจนถึงการแปรรูป : ได้ที่ ศุนย์เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดบ้านป่าซางวิวัฒน์ กลุ่มแปรรูปอาหารจากสับปะรด ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารแล้วยังมีสรรพคุณทางยา ลดความเสี่ยงจากระบบทางเดินปัสสาวะและอื่นๆ ทุกส่วนของสับปะรดนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ชิมอาหารจากสับปะรดจากแม่บ้านเกษตรกร เช่น ต้มส้ม แกงฮังเล แกงเผ็ดสับปะรด น้ำพริกอ่อง การทำข้าวเกรียบ ไวน์ แยม และทอฟฟี่จากสับปะรด
ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสับปะรดได้ฟรี! นอกจากนี้ท่านยังสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตและภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมสินค้าและผลิตภัณฑ์จากสับปะรดมากมายเหมาะแก่การเลือกหาเป็นของที่ระลึกและของฝากเป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญมีทั้งการเรียนรู้ประโยชน์ต่างๆจากสับปะรดทั้งผลและใบ,การทำปุ๋ยหมัก,และตลอดจนถึงการเลี้ยงไก่ไข่,ไก่ชน,ไก่งวง เป็นต้น ท่านสามารถใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีจาก ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย มุ่งหน้าตรงไปทาง อ.แม่สาย ประมาณ 8 กิโลเมตร ฝั่งซ้ายมือจะพบหมู่บ้านสับปะรด บ้านป่าซางวิวัฒน์ ต.นาง อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนถึงมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ติดต่อ คุณวิรัตน์ จันเลน ประธานศูนย์การเรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสับปะรด หมู่บ้านป่าซางวิวัฒน์ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย โทร. 085-6189915
เรียบเรียงโดย : พูนศักดิ์ ศรีสุทธา เจ้าหน้าสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
วิรัตน์ จันเลน.สัมภาษณ์,30 มกราคม 2557
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-30°C
นครราชสีมา
24-32°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
23-32°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×