เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เคล็ดวิธีปั้นแบรนด์ให้ปังและดังยิ่งกว่าพลุแตก!!
(ตอนแรก)
02 ตุลาคม 2560
305
แบรนด์คืออะไร ? ก่อนจะไปเรื่องการปั้นแบรนด์ให้ปังติดตลาด ก็จะขอนำพาทุกท่านมาปรับความรู้ความเข้าใจเรื่อง แบรนด์ก่อนว่าแบรนด์คืออะไร? ทำไมต้องมีแบรนด์? แค่มีชื่อและโลโก้อย่างเดียว ได้หรือไม่? ในยุคสมัยที่หาความยั่งยืนได้ยากในการทำตลาด จะต้องทำอย่างไรให้แบรนด์เราปังและดังราวพลุแตก ซึ่งแบรนด์นี่เองที่จะเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจอยู่ได้ แค่เพียงต้องสร้างแบรนด์ ให้สื่อถึงเอกลักษณ์ที่แสดงถึงตัวตนของแบรนด์ออกมา หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การสร้างแบรนด์ ก็เหมือนกับการสร้างตัวตนในความเป็นตัวเราที่ชัดเจน ชนิดที่แค่เอ่ยชื่อเราไปแล้วเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างร้องอ๋อว่าเราเป็นคนอย่างไร มีความสามารถโดดเด่นทางด้านใด หรือ มีอุปนิสัยบุคลิกท่าทางเป็นอย่างไร ดังนั้น การสร้างแบรนด์ ก็คือ การสร้างลักษณะพิเศษ ที่เป็นเอกลักษณ์ให้แก่สินค้าหรือบริการที่เรามีให้เป็นที่จดจำของลูกค้า และเขากลับมาซื้อสินค้าหรือเรียกใช้บริการของเราอีก แบรนด์จึงเป็นมากกว่าชื่อหรือโลโก้ แต่เป็นตัวตนของสินค้าและบริการนั้นๆ ที่แสดงออกมาให้คนอื่นเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อสื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย และนำมาสู่การเพิ่มมูลค่าในสินค้าและบริการที่เรามีต่อไป
ทิศทางของเศรษฐกิจที่มีผลต่อการสร้างแบรนด์ : ในยุคนี้(พ.ศ.2560 ) อยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่พุ่งและเริ่มซบเซา ผู้คนต่างพากันซื้อแต่สิ่งที่จำเป็นไม่สนองตอบต่ออย่างอื่น แต่ก็ยังมีสินค้าบางตัวหรือบริการบางกลุ่มที่ยังคงไปได้ เช่น สินค้า แนว Personal care ที่โอกาสทางธุรกิจช่วงนี้อยู่ในกลุ่ม Home Meal ซึ่งเป็นคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่มีพัฒนามามาจากการทำอาหารทานเองในบ้านมากขึ้น มีอัตราการเติบโตเล็กน้อยและมีหลายกลุ่มย่อยๆ ออกไป กลุ่มของคนพวกนี้จะเป็นแบบ high value produce ที่เรายังสามารถเจาะตลาดได้ แบบ Need Market แม้จะมีหลายคนบอกว่าเจาะคลาดยากแต่ก็เป็นการตลาดที่เหมาะต่อ SMEs มากกว่า Mass Market เพราะในการตั้งราคาสนองตลาดนั้น ตลาดมวลชนเป็นตลาดที่เอาใจยากกว่า คนหนึ่งว่าแพง คนหนึ่งว่าถูก บางคนบอกอร่อยบางคนบอกไม่อร่อย ทำให้ต้องมานั่งคำนึงกันมากเพราะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก แม้จะสร้างสีสันได้มากก็ตาม แต่การทำตลาดเราควรจะค่อยๆ ขยายตลาดเฉพาะส่วนก่อน หรือสร้าง Need Market ก่อน เพราะเราผลิตด้วย Idea ของเราเอง ถ้าตลาดโตขึ้นเมื่อไหร่ ค่อยเปลี่ยนเป็น Mass Market การมา mass มากไปก็ไม่ดี เช่น การทำ Farm Stay เลี้ยงผึ้ง ก็ทำ Platform เกี่ยวกับผึ้งออกมา เช่น พักอยู่กับผึ้ง กินแพนเค้กราดน้ำผึ้ง กล้วยราดน้ำผึ้ง ก็จะเป็น Idea เก๋ๆ ออกมา แล้วค่อยไป ร่วมมือ(Cooperation) กับไร่ข้างๆ ในการขยับขยายกิจการออกไป นี่จึงเป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่จะค่อยๆ เติบโตต่อไป ไม่ซ้ำรอย ?วิกฤติต้มยำกุ้ง ในปี พ.ศ.2540 ที่ผ่านมา

เรื่องการท่องเที่ยวในชุมชนก็กลายเป็นกระแสโลกไปแล้วในตอนนี้และมีอัตราการเติบโตมากขึ้นเรื่อย เป็นจุดที่ผู้คนรู้จักชุมชนมากกว่าเมืองหลวง เพราะมีนักท่องเที่ยวบางคนเอาไปบอกต่อในกระทู้หรือเว็บบอร์ด เช่น ฝรั่งจะรู้จักเชียงรายหรือน่านก่อน กรุงเทพฯ

Reaction ก็เป็น Trend การตลาดในตอนนี้ด้วยเช่นกัน หลายๆ สิ่งที่มีคนทำขึ้นมา กลายเป็นกระแสใน You tube การทำตลาดในยุคถัดไปจึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นการโชว์เอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถานที่หรือสินค้านั้นๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงชุมชน และรากฐานเกษตรคือ Trend โลก ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ เช่น เกษตรสร้างสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่ท่องเที่ยวสร้างการเกษตร โดยเฉพาะภาคการเกษตรนั้นมีอิทธิพลมาก เพราะเกษตรสามารถสร้าง Produce ได้ ทั้งแบบ High Value, Healthy และ Beauty ด้วย วันนี้มาดูว่าเราเหมาะกับอะไร ใครเป็นลูกค้าของเราแล้วทำแบรนด์ออกมาให้ชัดเจน ก่อนจะไปเจาะกลุ่มตลาดไม่ว่าจะเป็นตลาดแบบบนลงล่างหรือล่างขึ้นบนก็ตาม หากทำตลาดแบบบนลงล่าง ตลาดบนต้องยังคงอยู่ลงมาตลาดล่างก็ต้องดูความ Premium ด้วย การทำตลาดจากบนลงล่างจะสำเร็จได้มากกว่าการทำตลาดจากล่างขึ้นบน ซึ่งบางแบรนด์ เคยอยู่ตลาดล่างจะมาเจาะบน ก็สามารถทำได้ แต่ความสำเร็จมีน้อย หากจะทำตลาดแบบบนลงล่างก็จะง่ายกว่า

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
สัมมนารักบ้านเกิด."ปั้นแบรนด์สินค้าเกษตรไทย ก้าวไกลสู่สากล" โดย อาจารย์ นราธิป อ่ำเที่ยงตรง (www.narathip.com). 9 กันยายน 2560. SIMA ASEAN THAILAND 2017 ณ IMPACT เมืองทองธานี
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-32°C
เชียงใหม่
22-31°C
นครราชสีมา
23-33°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
24-30°C
ภูเก็ต
25-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×