เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เรื่องกล้วยใครว่าจะกล้วยๆ : ว่าด้วยเรื่องโรค-แมลงศัตรูกล้วยที่ต้องเฝ้าระวัง!
13 มีนาคม 2560
3,083
ตั้งแต่จำความได้(อีกแล้ว)ก็ไม่อาจจะสาวถึงต้นตอของคนที่นำคำว่า "กล้วย" มาใช้นิยามแทนคำว่า "ง่าย" ได้เสียที แต่ที่เห็นชัดเลยก็คือ คนไทยนิยมใช้คำว่ากล้วยในสำนวนที่สื่อถึงความง่ายดาย เช่น "ง่ายดังปอกกล้วยเข้าปาก" หรือ "เรื่องกล้วยๆ" กันมานานหลายชั่วอายุคน จนผู้เขียนเองก็เผลอเชื่อไปได้อย่างสนิทใจว่า อะไรที่เกี่ยวกับกล้วยนั้นคือความง่ายดาย และดันคิดไปเองเสียอีกไกลว่า กล้วยนั้นปลูกไม่ยาก และ โรค-แมลงก็ไม่น่าจะมีมากด้วย แต่ทว่า ไม่ใช่เลย เพราะพออากาศอยู่ในช่วงครึ่มฟ้าครึ้มฝนหรือช่วงปลายฝนต่อร้อน-แล้ง ก็จะพบว่ากล้วยที่ปลูกไว้นั้นมีอาการของโรค ใบจุดประปราย นานๆ ไปก็จะมี โรคซิกาโทกา(ใบจุดอีกชนิดหนึ่ง) เข้ามาเยี่ยมเยือนบ้าง และมีหนอนม้วนใบมาพักอาศัยอยู่ชั่วครู่ชั่วยาม แต่ที่จะพบบ่อยที่สุดก็คือโรคตายพรายหรือโรคเหี่ยว(ใบไหม้จากขอบ และต้นหรือก้านใบหักพับกลางลำ) ที่ล้วนแล้วแต่ทำให้กล้วยที่ปลูกไว้ไม่โต และไม่สวยอย่างที่ใจแอบมโนไปไกล
การรับมือกับเชื้อราสาเหตุโรคพืชเบื้องต้น : สิ่งที่ผู้เขียนจะนำมาใช้ปฏิบัติการกับสวนกล้วยรอบบ้านที่ปลูกไว้ก็คือ การนำวิธีกลมาจัดการก่อนเป็นอันดับแรก เพราะสามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องลงทุนอะไร แค่ใช้แรงงานตัดแต่งกิ่งก้านที่เป็นโรค ใบจุด ใบไหม้ หรือ ส่วนของพืชที่เป็นโรคไปเผาทำลายทิ้งให้ไกลๆ พื้นที่ของตัวเอง และเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ เช่น มีดที่ใช้ตัดแต่งกิ่งใบ จอบ พลั่ว ฯลฯ ที่จะกลายเป็นพาหะของโรค ที่นำโรคจากต้นที่เป็นโรคไปสู่กล้วยต้นอื่นๆ จากนั้นผู้เขียนจึงนำความรู้พื้นๆ เข้ามาจัดการเป็นลำดับถัดไป เอาแบบเลี่ยงการใช้สารเคมีให้มากที่สุด โดยใช้ปูนแดงหรือปูนที่กินกับหมาก อัตราส่วนตามใจชอบ (ประมาณ 1 กำมือ ) ผสมกับน้ำสะอาด 15-20 ลิตร แล้วนำมีดที่ใช้ตัดแต่งกล้วยจากต้นหนึ่งเสร็จแล้ว จุ่มแช่ลงในกระป๋องน้ำละลายปูนกินหมากไว้ประมาณ 1 นาที (หรือนับแค่ 1-100 ในใจเร็วๆ) ก่อนจะนำมีดขึ้นมาใช้ตัดแต่งกิ่งก้านต้นกล้วยที่เป็นโรคต้นถัดไปทิ้ง และทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ โดยเปลี่ยนน้ำปูนแดง เพียง 2 -3 ครั้งเท่านั้น(กล้วยไม่เยอะมากค่ะ) ส่วนน้ำที่ต้องเททิ้งก็นำไปราดรดลงดินบริเวณต้นที่มีอาการตายพรายที่ผู้เขียนขุดแบบถอนรากถอนโคนออกไปเผาทิ้งให้ชุ่ม ซึ่งก็เป็นการป้องกันกำจัดเชื้อราในดินในเบื้องต้นที่ได้ผลเช่นกัน

ซึ่งขณะนั้นผู้เขียนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องใช้ปูนแดง ที่คนไทยสมัยก่อนนิยมนำมาทานกับหมาก แต่เมื่อสมัยเรียนจบใหม่ๆ ได้มีโอกาสไปดูแลแปลงกล้วยไม้ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แล้วมีโอกาสได้อ่านตำราของ ศ.ดร.ระพี สาคริก เกี่ยวกับวิธีการจัดการโรคกล้วยไม้ โดยใช้ปูนแดงมาร่วมกำจัด จึงลองนำมาทำกับสวนกล้วยตัวเองดู ซึ่งก็ได้ผลดีตรงที่ไม่มีการระบาดต่อในวงกว้าง สามารถหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่จะติดไปกับอุปกรณ์ได้ โดยเฉพาะโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เนื่องจากปูนแดงนั้นทำมาจากหินปูน/เปลือกหอยแครง(สมัยก่อนและมีน้อยในปัจจุบัน) เมื่อนำมาละลายน้ำแล้วจะได้น้ำที่มีค่าความเป็นด่าง จึงใช้ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคพืชได้ดี ด้วยความที่เชื้อราจะเจริญได้ดีในสภาพที่เป็นกรด เมื่อเอาความเป็นด่างเข้าไปแทนที่ความเป็นกรดก็จะเจือจางลง จึงทำให้กิจกรรมในกระบวนการต่างๆ ของเชื้อราไม่สามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม สุดท้ายเชื้อราก็จะตายแบบอยู่ไม่ได้ไปเอง

วันนี้ผู้เขียนเห็นกระแสผู้คนหลั่งไหลมาปลูกกล้วยกันเยอะมากในปัจจุบัน หลังจากกล้วยตายไปมากเพราะภัยแล้งปี 2558 และ เกิดโรคระบาด ดังจะเห็นได้จากที่มีเกษตรกรหลายรายโทรเข้ามาสอบถามกันมาก เรื่องกล้วย ผ่านสายด่วน *1599 ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร(Farmer Info) ที่เป็นบริการความร่วมมือระหว่าง Rakbankerd.com กับ dtac ในการให้บริการข้อมูลข่าวสารทางการเกษตร แบบสายด่วนออนไลน์ (โทรฟรี สำหรับลูกค้า dtac ) นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 เป็นต้นมาผู้เขียนจึงขอใช้โอกาสนี้หันมาทบทวนพร้อมเรียนรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่ผู้เขียนยังไม่ได้เรียนรู้อย่างจริงจังเกี่ยวกับกล้วยกันอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องของ "โรค-แมลงศัตรูกล้วย" เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดจากการไม่รู้จักสิ่งที่ทำดีพอ ด้วยกล้วยเป็นพืชที่มีโรคและแมลงรุม เช่นเดียวกับพืชชนิดอื่น หากเจ้าของไม่ใส่ใจ ก็จะเกิดปรากฎการณ์ ด้วงงวงเข้าทำลาย หรือ เกิดโรคระบาดอย่างโรคตายพรายที่ทำกล้วยตายยกสวนกันมาแล้ว ในช่วงปลายปี พ.ศ.2558 ถึงต้นปี 2559 ดังนั้น ผู้เขียนจึงอาจหาญกล้ากล่าวได้ว่า การปลูกกล้วยนั้นไม่กล้วยเหมือนคำฮิตติดปากที่คนไทยเราใช้สื่อถึงคำว่า "ง่าย" แน่ๆ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
- http://www.agriqua.doae.go.th/plantclinic/Clinic/Hilight-Kaset/banana/panama.html
- http://www.bansuanporpeang.com/node/4523
- http://teerachonkaewpreecha.blogspot.com/p/blog-page_20.html
- http://www.ctahr.hawaii.edu/oc/freepubs/pdf/pd-54.pdf
- http://www.dpi.nsw.gov.au/__data/assets/pdf_file/0005/477365/Exotic-Pest-Alert-banana-freckle.pdf
- https://en.wikipedia.org/wiki/Banana_freckle
- http://www.freshfromflorida.com/content/download/10685/140401/ent293.pdf
- https://en.wikipedia.org/wiki/Erionota_thrax
- http://www.ku.ac.th/e-magazine/april44/agri/banana3.html
- อังคณา ว่องประสบสุข กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมวิชาการเกษตร,สิงหาคม 2559
- บทสัมภาษณ์,อธิศพัฒน์ วรรณสุทธิ์ งานสัมมนา Start Up รักบ้านเกิด,10-9-59
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-29°C
เชียงใหม่
23-26°C
นครราชสีมา
24-31°C
ชลบุรี
24-29°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
23-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×