ความรู้ทั่วไปด้านสัตว์
อาหารสัตว์และพืชอาหารสัตว์
กระถินเป็นพืชอาหารสัตว์ยอดแย่หรือ
08 ธันวาคม 2551
9,358
เนื้อหาในเรื่องนี้ เกิดจากการที่ผู้เขียนได้อ่านบทความเรื่อง “พืชอาหารสัตว์ยอดนิยม” ในข่าวสารพืชอาหารสัตว์ ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน 2540 หน้า 23 –26 เมื่ออ่านจบแล้ว ตัวผู้เขียนเองรู้สึกว่า มีอะไรที่ผิดปกติบางอย่าง กล่าวคือ ในบทความนั้นสรุปว่า จากจำนวนนักวิชาการ 29 คน มีอยู่เพียง 3 คนเท่านั้น ที่รู้จักกระถิน ผู้เขียนเข้าใจเอาเองว่าทุกคนน่าจะรู้จักกระถิน
ระว่างเดือนเมษายน 2540 กองอาหารสัตว์ได้มีกิจกรรรมตามสมัยนิยม คือการจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิคช้อปเกี่ยวกับอาหารสัตว์ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 29 คน เป็นนักวิชาการล้วนๆ แบ่งเป็นกลุ่มวุฒิการศึกษา คือ ปวช.,ปวส., และปริญญาตรี ซึ่งมีประสบการณ์ด้านพืชอาหารสัตว์มาแล้วหลายปี เมื่อดำเนินการฝึกอบรมก็เห็นว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมนั้น มีอาการเนือยๆ หนังตาหย่อน จึงมอบกิจกรรมให้ช่วยกันทำเพื่อแก้ง่วง คือ “ให้ผู้เข้ารับการอบรมเขียนชื่อพืชอาหารสัตว์ที่รู้จักและจำได้ให้มากที่สุด”

เมื่อทำการประเมินผลปรากฎว่า มีจำนวนพืชที่รู้จักจำได้ 53 ชนิด และพืชอาหารสัตว์ที่จำได้ รู้จักมากที่สุดตามลำดับ คือ หญ้ารูซี่ กินนีสีม่วง และหญ้าอะตราตั้ม เป็นอันดับ 1,2 และ 3 ตามลำดับ โดยมีเปอร์เซ็นต์ของผู้รู้จักกระถินเพียง 3 คนครึ่งเท่านั้น ตกอันดับไปเลย

วิเคราะห์

ศัพท์ที่เป็นคำถามในที่นี้ คือ “ …………ให้เขียนชื่อพันธุ์พืชอาหารสัตว์ที่รู้จักและจำได้………”

คำว่าพืชอาหารสัตว์ โดยรวมหมายถึง พันธุ์พืชที่ขึ้นตามธรรมชาติ หรือปลูกขึ้นและสัตว์กินเป็นอาหารได้ไม่เป็นพิษเป็นภัย อาจเป็นพืชในกลุ่มล้มลุก วงศ์หญ้า หรือ ถั่ว หรือไม้ยืนต้น กระถินก็ถูกจัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (Mimosaceae) ประเภทไม้ยืนต้น และใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ มีการวิจัยทดสอบกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลีย

คำว่า “รู้จัก และจำได้” เกิดจากการได้รับประสบการณ์ในการรับฟัง, อ่าน เขียน เห็น สัมผัส หรือ ชิมรส หรือดมกลิ่น และเก็บไว้ในระบบความจำสมอง เมื่อถูกกระตุ้นถามก็จะแสดงออกโดยความจำ ผู้เขียนเข้าใจว่าคนไทยรู้จักกระถินกันดี อาจจะในแง่อาหารคน หรืออาหารสัตว์ก็ได้ ในระหว่างปี 2525 มีการรณรงค์ให้ชาวบ้านปลูกรั้วกินได้ พืชชนิดหนึ่งที่ใช้ส่งเสริมก็คือกระถิน

เกี่ยวกับเรื่องอาหารสัตว์นั้น ได้มีการส่งเสริมการใช้ใบกระถินเป็นอาหารไก่มาตั้งแต่ปี 2490 จนกระทั่งได้เกิดโรงงานใบกระถินป่นเป็นจำนวนมาก ในช่วงปี 2525 ถึง 2528 ผลิตใบกระถินป่นประมาณปีละ 60,000 ตัน ใบกระถินนอกจากให้สารอาหารประเภทโปรตีน และแร่ธาตุ ไวตามินแล้ว ยังให้สารแซนโตฟิล (Xanthophyll) ซึ่งช่วยปรุงแต่งสีของไข่ให้สดสวย

ในเรื่องการใช้เป็นอาหารได้นั้น ได้เริ่มส่งเสริมอย่างจริงจังในช่วงปี 2519 เป็นต้นมา โดยสำนักงานปศุสัตว์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมปศุสัตว์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก โครงการได้ผลิตต้นกล้ากระถิน นำไปแจกจ่ายแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคแทบทุกอำเภอ

กรมป่าไม้ก็สนใจส่งเสริมกระถินในแง่การปลูกป่า สรุปว่ากิจกรรมกระถินก็ดังไม่ใช่ย่อย สำหรับในต่างประเทศนั้น ประเทศที่สนใจกระถินอย่างจริงจัง คือ ประเทศออสเตรเลีย โดยกองวิจัยทุ่งหญ้าเขตร้อน ของ CSIRO (Commonwealth Scientific & Industrial Research Organization) โดยสังเกตเห็นว่า กระถินมีสารโปรทีนอยู่มาก ตลอดจนแร่ธาตุ และโคชอบกินมากใช้ประโยชน์ได้นาน แต่มีข้อเสียคือ เมื่อใดที่กินเข้าไปมากๆ เป็นเวลานาน จะเกิดพิษ โดยสารมิมโมซีน ซึ่งสลายได้ สาร DHP มีผลต่อสุขภาพของโค ต่อมไทรอยบวมโต สร้างโฮโมน ไธร้อคซีนไม่สมบูรณ์ ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม

ดร.Raymond Jones จากองค์การดังกล่าว สนใจค้นคว้าเรื่องพิษดังกล่าวเป็นอย่างมาก สังเกตว่าโคที่กินใบกระถินในรัฐฮาวาย แม้กินมากและติดต่อกันนาน ก็ไม่แสดงอาการแพ้พิษ จึงลงทุนเดินทางไปศึกษาที่ฮาวาย จนได้ความกระจ่างแจ้งว่าเหตุที่ไม่เกิดพิษ เป็นเพราะในกระเพาะโคในฮาวายมีจุรินทรีย์ ช่วยสลาย DHP ได้ทำให้ปลอดภัย

จากการวิจัยต่อมาพบว่า จุลินทรีย์ดังกล่าวเป็นพวกบัคทีเรียชนิดหนึ่งในสกุล Synergistes และได้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.โจนส์ ว่า Synergistes Jonesii ปัจจุบันได้มีการค้นคว้าพัฒนาผลิตเชื้อดังกล่าวสำหรับปลูกเชื้อทำนองเดียวกับการใช้เชื้อไรโซเบี้ยมของถั่ว โดยนำเชื้อที่เพาะได้ไปใส่ในกระเพาะโค เชื้อสามารถเจริญแพร่พันธุ์ และสลายสาร DHP ได้ ทำให้ใบกระถินมีประโยชน์ยิ่งขึ้น

ผลจากที่ได้นี้ ทำให้ฟาร์มโคเนื้อในรัฐควีนแลนด์สนใจเป็นอย่างมาก ข้อมูลจาก Leucnet news ฉบับที่ 3 ปี 1996 และ Leucaena ฉบับที่ 4 ปี 1989 มีการปลูกทุ่งหญ้าผสมกระถิน 312,000 ไร่ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3 ล้านไร่ ในระยะ 5 –10 ปีข้างหน้า

จากความโด่งดังของกระถิน ผู้เขียนจึงรู้สึกแปลกใจมาก ว่าทำไมนักวิชาการพืชอาหารสัตว์จึงรู้จักกระถินน้อยมาก




แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
กองอาหารสัตว์. กรมปศุสัตว์
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
20-28°C
เชียงใหม่
17-24°C
นครราชสีมา
17-25°C
ชลบุรี
20-27°C
นครศรีธรรมราช
23-27°C
ภูเก็ต
24-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×