ดิน-น้ำ
การจัดการดิน
การปรับปรุงดินเปรี้ยวสำหรับปลูกไม้ผล/ไม้ยืนต้น
15 มกราคม 2559
7,977
เนื่องจากดินในกลุ่มนี้มีขีดจำกัด คือพื้นที่มีความเป็นที่ราบลุ่มต่ำและดินเป็นกรดจัด ประสบกับภาวะน้ำท่วมขังในฤดูฝนเป็นเวลานาน ฉะนั้นหากจะใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อการปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น จำเป็นต้องมีการจัดการที่ถูกต้องและเหมาะสม ดังนี้
1. คัดเลือกพันธุ์ที่มีความทนทานต่อสภาพดินเปรี้ยวจัด เช่น ส้ม มะพร้าว มะม่วง ฝรั่ง ปาล์มน้ำมัน ละมุด มะกอกฝรั่ง สับปะรด เป็นต้น

2. เป็นทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งนี้และสามารถนำมาใช้ได้ตลอดปี

3. สร้างคันดินกั้นน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบแปลง เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในฤดูฝน

4. ขุดยกร่องสวนโดยปาดเอาหน้าดินมาพูนเป็นสันร่องไว้ตรงกลาง ดินที่อยู่ลึกลงไปนำไปพอกไว้ข้างร่อง โดยทำการขุดยกร่องแบบเดียวกันนี้จนทั่วทั้งแปลง เพื่อเพิ่มความลึกของหน้าดิน ดังภาพ

5. ท้องร่องที่ขุดเอาหน้าดินออกไปแล้วกลายเป็นร่องน้ำ น้ำในส่วนนี้จะเป็นน้ำเปรี้ยว จำเป็นต้องระบายออกเมื่อเริ่มเปรี้ยวจัด แล้วจึงระบายน้ำจืดเข้ามาแทนใหม่

6. ใส่หินปูนฝุ่นหรือปูนมาร์ลหว่านทั้งร่องที่ปลูก อัตรา 3 ตันต่อไร่ โดยทั่วไปการใส่ปูนหนึ่งครั้งจะมีอายุการใช้งานของปูนประมาณ 5 ปี

7. กำหนดระยะปลูกตามความเหมาะสมของแต่ละพืช

8. ขุดหลุมปลูกขนาดกว้าง ยาว และลึก 50 ซ.ม. แยกดินชั้นบนและดินชั้นล่างไว้ต่างหาก ตากทิ้งไว้ 1-2 เดือนเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วเอาส่วนที่เป็นหน้าดินผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักและบางส่วนของดินล่าง ผสมปูนมาร์ลหรือหินฝุ่นในอัตรา 2.5 ก.ก.ต่อหลุม แล้วกลบลงไปในหลุมให้เต็ม

9. ควรปลูกพืชตอนต้นฤดูฝนเนื่องจากอากาศชุ่มชื้น พืชตั้งตัวได้เร็ว พร้อมใส่ปุ๋ยเคมีตามความต้องการของพืชชนิดนั้นๆ

ตัวอย่าง : การปรับปรุงดินและการใส่ปุ๋ยไม้ผล/ไม้ยืนต้น

1. กล้วยหอมทอง

ลักษณะดินและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม - ดินที่เหมาะสมกับการปลูกกล้วย คือ ดินน้ำไหลทรายมูล (deep friable loam) ซึ่งเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ดี การระบายน้ำดี และหมุนเวียนอากาศดี ไม่มีน้ำขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 5.5-6.0

การเตรียมดิน - ควรยกร่องสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยการขุดร่องกว้างประมาณ 4-6 เมตร ร่องน้ำกว้างประมาณ 1.5-2.0 เมตร ลึกประมาณ 1.0 เมตร

การปรับปรุงดิน - ปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดที่มีความรุนแรงของกรดสูง (pH< 4.0) ใช้ปูนมาร์ลอัตรา 1 ตัน/ไร่

การใช้ปุ๋ยเคมี - ใช้ปุ๋ยเคมี อัตรา (12-16-30 กก.N-P2O5-K2O/ไร่) คิดเป็นปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) จำนวน 26 กก./ไร่ ปุ๋ยทริปเปิ้ลซุปเปอร์ฟอสเฟต (0-46-0) 35 กก./ไร่ และปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์(0-0-60) จำนวน 50 กก./ไร่

ผลผลิตที่ได้รับ - 3,580 กก./ไร่

ผลตอบแทนที่ได้รับ - 8,638 บาท/ไร่
อื่นๆ การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวให้ผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 3,738-6,160 บาท/ไร่

2.มะพร้าวน้ำหอม

ระยะปลูก - ใช้ระยะปลูก 8x9 เมตร โดยใช้หน่อพันธุ์อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี

การใช้ปุ๋ยเคมี -

อายุ 1 ปี ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 1.0 กก./ต้น

อายุ 2 ปี ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา2.0 กก./ต้น

อายุ 3-4 ปี ใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตตรา 2.0 กก./ต้น

อายุ 5 ปี ใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตตรา2.5 กก./ต้น

อายุ 6 ปี ขึ้นไป ใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตตรา 3.0 กก./ต้น


3. มะม่วง

การเตรียมดิน - ควรยกร่องสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยการขุดร่องกว้างประมาณ 5 เมตร ร่องน้ำกว้างประมาณ 1.5-2.0 เมตรลึกประมาณ 1.0 เมตร

การปรับปรุงดิน - ปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดที่มีความรุนแรงของกรดปานกลาง (pH 4.0 - 4.5) ด้วยการใช้ปูนมาร์ล หินฝุ่น และเปลือกหอยเผา อัตรา 1 ตัน/ไร่ ทุกชนิดปูน

การใช้ปุ๋ยเคมี - ใช้ปุ๋ยเกรด 15-15-15 แบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง ช่วงต้นและปลายฤดูฝน
อายุ 1 ปริมาณปุ๋ย 0.5 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 2 ปริมาณปุ๋ย 1.5 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 3 ปริมาณปุ๋ย 1.5 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 4 ปริมาณปุ๋ย 2.0 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 5 ปริมาณปุ๋ย 2.5 กิโลกรัมต่อต้น

ระยะปลูก - ใช้ระยะปลูก 2.5x2.5 ม.

ผลที่ได้รับ - การใส่ปูนอัตรา 1 ตัน/ไร่ จะทำให้การเจริญเติบโตของมะม่วงหลังปลูก 2-3 ปีดีกว่าไม่ใส่ปูน เพราะปูนช่วยปรับสภาพความเป็นกรดให้ลดลง พืชสามารถเจริญเติบโตได้

4. ส้มเขียวหวาน

ลักษณะดินและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม - สามารถปลูกได้ดีในดินที่มีการระบายน้ำดี เช่น ดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินเหนียวที่ปรับสภาพให้เหมาะสม เช่น มีการยกร่องและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อให้ดินมีการระบายน้ำดี และมีความอุดมสมบูรณ์สูง ดินควรมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย ประมาณ 5.5-6.0

คำแนะนำในการใส่ปูน - ส้มต้องการแคลเซียมและแมกนีเซียมค่อนข้างสูง การใส่ปุ๋ยควรพิจารณาปรับ pH ของดินให้อยู่ที่ประมาณ 5.5 โดยแนะนำให้ใส่ปูนมาร์ล อัตรา 7-10 กก./หลุม การใส่ควรใส่ช่วงฤดูแล้ง ซึ่งติดกับช่วงต้นฤดูฝน หรือหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยโรยวัสดุปูนรอบๆทรงพุ่ม รัศมีด้านในห่างจากโคนต้นอย่างน้อย 50 ซม. ให้หว่านลักษณะกระจายรอบต้น แล้วสับดินเล็กน้อย ไม่ให้ลึกจนถูกรากส้ม ควรทิ้งให้ปูนทำปฏิกิริยากับกรดในดินก่อนซัก 10-15 วัน จึงใส่ปุ๋ยเคมีแล้วกลบด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก

pH ปูนขาว (กก./ต้น) ปูนโดโลไมท์(กก./ต้น) ปูนมาร์ล(กก./ต้น)

pH 4.5-5.0 ใช้ปูนขาว 3 กก./ต้น,ปูนโดโลไมท์ 3.5 กก./ต้น, ปูนมาร์ล 5 กก./ต้น
pH 5.0-5.5 ใช้ปูนขาว 2 กก./ต้น,ปูนโดโลไมท์2.5 กก./ต้น,ปูนมาร์ล 3 กก./ต้น
pH 5.5 ขึ้นไป ใช้ปูนขาว 1 กก./ต้น ปูนโดโลไมท์ 1.2 กก./ต้น,ปูนมาร์ล 1.5 กก./ต้น

**ยกเว้นถ้าดินมี pH เกิน 5.5 ขึ้นไป และมีแคลเซียมน้อยกว่า 1000 ppm และมีแมกนีเซียมน้อยกว่า 80 ppm ให้ใช้ปูนด้วยความระมัดระวัง และถ้า pH เกิน 6.0 ควรใส่ยิปซั่มต้นละ 1-2 กิโลกรัม

การปลูกและดูแลรักษา - ระยะปลูก 3 x 9 เมตร

การใส่ปุ๋ย - ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 แบ่งใส่ 2 ครั้งต่อปี

อายุ 1-2 ปี ปริมาณปุ๋ย 1 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 3 ปี ปริมาณปุ๋ย 1.5 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 4 ปี ปริมาณปุ๋ย 2 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 5 ปี ปริมาณปุ๋ย 2.5 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 6 ปี ขึ้นไป ปริมาณปุ๋ย 3 กิโลกรัมต่อต้น

5. ส้มโอ

ระยะปลูก - ใช้ระยะปลูก 8x9 เมตร

การใช้ปุ๋ยเคมี - การใส่ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ใส่ 2 ครั้งต่อปี

อายุ 1 ปี ปริมาณปุ๋ย 1 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 2 ปี ปริมาณปุ๋ย 2 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 3 ปี ปริมาณปุ๋ย 3 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 4 ปี ปริมาณปุ๋ย 4 กิโลกรัมต่อต้น
อายุ 5 ปี ขึ้นไป ปริมาณปุ๋ย 5 กิโลกรัมต่อต้น










แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-32°C
เชียงใหม่
23-28°C
นครราชสีมา
24-32°C
ชลบุรี
26-31°C
นครศรีธรรมราช
25-33°C
ภูเก็ต
26-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×