เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
คนกล้าคืนถิ่น สมจิตร ดิษฐ์คล้าย หวังสืบสานภูมิปัญญาไทย
คืนไผ่ให้ชุมชน ช่วยคนให้มีกิน ด้วยถ่านไผ่นวัตกรรมใหม่
19 กันยายน 2560
363
หากจะกล่าวโทษรูปแบบการศึกษา หรือรูปแบบการสร้างคนในชาติบ้านเราว่า มุ่งเน้นผลิตคนเข้าสู่ระบบลูกจ้างแรงงานมากกว่าการสร้างคนให้กล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนตนเอง เปลี่ยนสังคม พัฒนาบ้านเกิด หรือถากถางทางให้ตัวเองเดินก็คงไม่ผิดเกินจริงไปนัก เพราะผลผลิตบัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยของไทยเกือบ 100% มักไหลเข้าสู่ตลาดลูกจ้างแรงงานเป็นหลัก น้อยรายนักที่จะพลิกผันตัวเองไปสู่การเป็นเจ้าคนนายคนได้ตั้งแต่ต้นๆ ชีวิต หรือนี่อาจเป็นค่านิยมของคนในชาติ ที่หากสืบสาวกันมาตั้งแต่รุ่นผู้เฒ่าผู้แก่คนเก่าก่อนมักจะชอบพร่ำพูดกับลูกหลานว่า "ตั้งใจเรียนหนังสือนะลูกนะ เมื่อเรียนจบสูงๆ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน" ซึ่งในที่นี้อาจตีความหมายถึงการเป็นเจ้าคนนายคนในรูปแบบของการรับข้าราชการที่ดูดีมีความสะดวกสบายกว่าอาชีพชาวนา หรือตาสีตาสาที่ต้องมาตากแดดตัวดำ ทำสวนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยขบจนหลังขดหลังแข็งก็เป็นได้ เพราะค่านิยมทางความคิดของคนรุ่นเก่าก่อนจะมองว่าอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่เหนื่อยยาก คือทั้งเหนื่อยและยากจน ทำเท่าไหร่ก็ไม่รวยเสียที มีแต่หนี้ท่วมตัว แต่ยังพอเอาหัวรอดอยู่ได้ จึงไม่ใคร่มีใครส่งเสริมลูกหลานให้ร่ำเรียนสูงๆ มาเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกร ยิ่งนานวันไปยิ่งจะหาคนสืบทอดมรดกแห่งผืนดินทำกินด้วยการเกษตรยากขึ้นทุกที
สมจิตร ดิษฐ์คล้าย จังหวัดนครศรีธรรมราช
"จะขอสู้เพื่อตัวเองและคนในบ้านเกิด ผู้คนในถิ่นกำเนิดจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น "



จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไม ตามหัวเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ สงขลา พังงา ภูเก็ต ฯ มักจะมีผู้คนและรถราจ๊อกแจ๊กจอแจ รถติดสะสมในชั่วโมงเร่งด่วน ตามเวลาชีวิตของมนุษย์เงินเดือน นั่นเพราะทางเลือกของคนมีความรู้มักอยู่ตามบริษัทน้อยใหญ่ในมุมเมืองเหล่านั้น หลายชีวิตจำต้องดิ้นรนให้มีอยู่มีกินในเมืองใหญ่ โดยเลือกที่จะทิ้งบ้านเกิด ลูก ภรรยา สามี พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย และ ญาติพี่น้องไว้ในถิ่นเกิด จนลืมเหลียวหลัง และตัดสินใจลงหลักปักฐานในเมืองที่ตนปักหลักทำงาน โดยไม่คิดจะกลับไปใช้ชีวิตในชุมชนบ้านเกิด ที่อาจจะแร้นแค้น แต่อบอุ่น และสุขใจ อย่างยากจะหาที่ใดให้ได้

ซึ่งสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่สมจิตร ดิษฐ์คล้าย สาวแดนใต้ความคิดแหลมคม วัย 49 ปี จากตัวเมืองนครศรีธรรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช จะเลือกเดิน ด้วยมีปณิธานอันแน่วแน่แล้วว่า " จะขอสู้เพื่อตัวเองและคนในบ้านเกิด ผู้คนในถิ่นกำเนิดจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น"

ย้อนไปเมื่อ 31 ปีก่อน สมจิตร วัย 18 ปี เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่เดินตามกระแสสังคม นั่นคือมุ่งมั่นตั้งใจเรียน จบประถม เข้ามัธยมต้น ต่อมัธยมปลาย สุดท้ายก็สอบ Entrant เพื่อเข้าเรียนต่อในระบบของมหาวิทยาลัย ซึ่งสมจิตร ในวัยนั้น Ent ไม่ติดในคณะของมหาวิทยาลัยที่คาดหวัง จึงเบนทิศเข้าสู่อ้อมอกพ่อขุนรามคำแหง ในคณะที่เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกที่จะเรียนกันนั่นคือ คณะบัญชี ที่มีแต่ตัวเลขและมีความเครียดสะสมรออยู่ในสายการทำงาน ชนิดที่ว่าหากมีใครเก็บสถิติอาชีพของผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งจากการทำงาน ก็คงมีคนทำงานแผนกบัญชี ติด 1 ใน 10 ของโพลสำรวจ แบบไล่เลี่ยมากับฝ่ายบุคคล การเงิน ก็เป็นได้ เพราะต้องหมกมุ่นครุ่นเครียด กับบัญชีบริษัทที่หาความใสสะอาดได้ยากจนเหน็ดเหนื่อยใจไปตามๆ กัน แม้ว่าจะเป็นสายอาชีพที่ยากจะว่างงานได้นาน มีแต่บริษัทน้อยใหญ่ต้องการตัว และรับจ๊อบเสริม จนถึงทำเงินแบบ Go Inter ได้สบายๆ ก็ตาม แต่กลับเป็นอาชีพที่ค่อยๆ กัดกร่อนลดทอนความสุขออกไปจากใจคนทำงานได้อย่างมากมาย

"หลบหนีมาจากงานบัญชีที่มีแต่ความเครียด มาสู่การทำเกษตร แล้วจึงได้ค้นพบว่ายิ่งทำเกษตรยิ่ง Happy เพราะได้ผ่อนคลาย ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ ทั้งยังได้นำไผ่คืนถิ่นกำเนิด และได้แนวทางสร้างอาชีพใหม่ให้ผู้คนให้ระแวกบ้านเกิด ด้วยผลิตผลจากไผ่ที่เตรียมจะแปรรูปขายไกลถึงต่างแดน"

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
- สมจิตร ดิษฐ์คล้าย บริษัท เมืองทองการบัญชีและภาษีอากร จำกัด เลขที่ 668/54-55 ถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โทร.08-6971-2665
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-32°C
เชียงใหม่
22-31°C
นครราชสีมา
23-33°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
24-30°C
ภูเก็ต
25-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×