ความรู้ทั่วไปด้านสัตว์
สาระน่ารู้จากสัตว์
แพ้นมวัวคืออะไร??
18 พฤศจิกายน 2551
12,897
แพ้นมวัว หรือ Milk Allergy สาเหตุมาจากกรรมพันธุ์หรือการให้นมวัวแก่ทารกเร็วเกินไป ขณะที่การย่อยและระบบภูมิคุ้มกันยังไม่พร้อม จึงเกิดการแพ้โปรตีนในนมวัว เป็นภาวะที่เกิดในช่วง 1 – 4 เดือนแรกของวัยทารก อุบัติการณ์ร้อยละ 2 -7 ในกลุ่มประชากรทั่วไป มีอาการตั้งแต่คัดจมูก ท้องเสีย อาเจียน ปวดท้อง มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง และหอบ โปรตีนในนมวัวที่กล่าวถึงนี้คือ เบตา – แลคโตโกลบูลิน ซึ่งไม่มีในนมแม่ ดังนั้นเด็กทารกจึงควรดื่มนมแม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้โปรตีนชนิดนี้ และยังได้รับภูมิต้านทานโรคจากสารที่มีในนมแม่ มักเกิดในช่วงขวบปีแรกๆ ของชีวิต จนในที่สุดสามารถดื่มนมวัวได้ตามปกติโดยไม่มีอาการแพ้
แพ้น้ำตาลแลคโตส หรือ Lactose Intolerance เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ ทำให้จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารนำน้ำตาลนี้ไปใช้ เกิดการสร้างกรดและแก๊ส มีการดึงน้ำเข้ามาในลำไส้และมีการเคลื่อนตัวของลำไส้เร็วขึ้น จึงเกิดอาการท้องเดิน ส่วนแก๊สที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการแน่นท้อง ปวดท้อง เสียดท้อง อาการเหล่านี้ทำให้บางคนโดยเฉพาะผู้ใหญ่ ปฏิเสธการดื่มนม

น้ำตาลแลคโตส เป็นน้ำตาลที่มีเฉพาะในนมสัตว์เท่านั้น อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “น้ำตาลนม” พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกือบทุกชนิด ยกเว้นสิงโตทะเล น้ำตาลแลคโตสถูกย่อยด้วยน้ำย่อยด้วยน้ำย่อยแลคเตสได้เป็นน้ำตาล 2 ตัว คือ กลูโคส กับ กาแลคโตส น้ำย่อยนี้มีมากในทารก และค่อยๆ ลดลงไปเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ คนเอเชียรวมทั้งคนไทยและคนอาฟริกาโดยพันธุกรรมจขาดน้ำย่อยชนิดนี้ในเด็กโตและผู้ใหญ่ ทำให้มีปัญหาเกิดอาการ “แพ้น้ำตาลแลคโตส” ได้


การแพ้น้ำตาลแลคโตส จะพบในเด็กโตและผู้ใหญ่ สาเหตุมาจากย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้ ไม่ใช่แพ้โปรตีน การแพ้น้ำตาแลคโตสจึงไม่ใช่เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ จะไม่พบอาการทางผิวหนัง หอบ หรือ รุนแรงขนาดช็อก ผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตสจึงไม่ต้องหยุดดื่มนม อาการไม่สบายท้องที่เกิดขึ้นจะลดความรุนแรงลงถ้ามีการดื่มนมต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะร่างกายปรับตัวได้ แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างน้ำย่อยแลคเตสขึ้นมาใหม่ได้

ในอดีตกว่า 30 ปี ที่ผ่านมา มีการศึกษาเกี่ยวกับการย่อยน้ำตาลแลคโตสในคนไทย พบว่าน้ำย่อยแลคเตสไม่สามารถสร้างเพิ่มขึ้นได้แม้จะให้ดื่มนมต่อเนื่อง อุบัติการณ์การย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้ในคนไทย ในขณะ

นั้นพบว่ามีมากกว่าร้อยละ 96 ทั้งนี้การศึกษาเรื่องนี้ ในอดีตจะให้อาสาสมัครดื่มสารละลายน้ำตาลแลคโตส 2 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม แต่ไม่เกิน 50 กรัม ส่วนใหญ่ในผู้ใหญ่จะให้กินแลคโตส 50 กรัม เท่ากับปริมาณแลคโตสที่มีในนม 1 ลิตร ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะดื่มนมครั้งละ 1 ลิตร ต่อมาจึงได้พัฒนาวิธีการวัดภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตส โดยการวัดแก๊สไฮโดรเจนในลมหายใจ โดยให้ดื่มนม 1 แก้ว ซึ่งมีแลคโตสประมาณ 12 กรัมเท่านั้น การศึกษาในเด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่ไทย พบว่าเมื่อให้ดื่มนม 1 แก้ว มีผู้ที่ไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ 40 – 88 % และมีผู้ที่มีอาการไม่สบายท้อง หรือเรียกว่า “แพ้น้ำตาลแลคโตส” 30 – 66 % ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ สำหรับเด็กเล็กไม่พบอาการดังกล่าว


ถ้าคนเราดื่มนมแล้วมีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตสรุนแรงขนาดท้องเดิน ก็คงเป็นผลเสียต่อสุขภาพ เพราะนอกจากจะไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่แล้ว ยังสูญเสียอาหารและน้ำ ถ้ามีแค่อาการแน่นท้อง มีแก๊สบ้าง ก็จะทำให้เกิดความรำคาญ แต่ไม่มีการสูญเสียอาหารใด ๆ ไป ร่างกายยังสามารถดูดซึมโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ จากนมได้ อย่างไรก็ตามนักวิชาการก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเล็งเห็นประโยชน์ของการดื่มนมต่อสุขภาพ จึงได้พยายามหาวิธีการแก้ปัญหานี้ ผลจากการวิจัยในคนทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทยพบว่า ถ้าลดประมาณการบริโภคนมแต่ละครั้งลง คือดื่มนมทีละน้อยในแต่ละครั้งแล้วค่อยเพิ่มประมาณมากขึ้น หรือดื่มนมหลังอาหาร หรือรับประทานผลิตภัณฑ์นมที่มีการหมักโดยจุลินทรีย์ที่ใช้น้ำตาลแลคโตส คือผลิตภัณฑ์โยเกิร์ต สามารถลดหรือแก้ปัญหาอาการไม่สบายท้องหรือปัญหาการย่อยน้ำตาลแลคโตสได้มากกว่าร้อยละ 50 จึงได้มีข้อเสนอแนะสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มนม ดังนี้

-ดื่มนมครั้งละน้อยๆ ค่อยๆ เพิ่มปริมาณมากขึ้น
-ดื่มนมขณะท้องว่าง
-บริโภคผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านกระบวนการหมัก เช่น โยเกิร์ต
-การปฏิบัติตามข้อแนะนำ ต้องใช้เวลาสักหน่อย แล้วแต่ความสามารถของคน ๆ นั้นที่จะปรับตัว อาจใช้เวลา 3 – 7 วัน ก็สามารถดื่มนมได้โดยไม่มีอาการไม่สบายท้อง

ในต่างประเทศมีการใช้ผลิตภัณฑ์นมที่ลดน้ำตาลแลคโตสลงโดยการเติมเอ็นไซม์แลคเตส หรือดึงน้ำตาลแลคโตสออก ในกระบวนการผลิตนมในประเทศไทยเราเริ่มมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่บ้าง ราคานมเหล่านี้จะแพงกว่าปกติ แต่ช่วยแก้ปัญหาอาการแพ้น้ำตาลแลคโตสได้ จากการวิจัยข้างต้นจะเห็นได้ว่าถ้าใช้ความอดทนเล็กน้อยดื่มนมอย่างต่อเนื่อง แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ในที่สุดก็จะสามารถดื่มนมปกติได้ครั้งละ 1 แก้ว โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง

ที่มา ...กองบำรุงพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์

   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
18-26°C
เชียงใหม่
16-23°C
นครราชสีมา
13-23°C
ชลบุรี
17-25°C
นครศรีธรรมราช
24-27°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×