สวนเงินไร่ทอง
แตงกวาพันธุ์ไฮโซ ทนร้อน ต้านทานโรค ปลูกได้ตลอดปี
ทีมรักบ้านเกิด 12 มิถุนายน 2556
แตงกวา(ขนาดผลเล็ก) จัดเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ที่ยังคงมีความต้องการอย่างมาก ทำให้เกษตรกรในหลายๆ พื้นที่ เริ่มมีการเพาะปลูกกันหนาตามากขึ้น เรียกว่าไปที่ไหนๆ ก็ต้องสังเกตเห็นร้านแตงกวา ตั้งแต่ปลูกเพื่อเป็นรายได้เสริมไปจนถึงปลูกเป็นอาชีพหลัก ทว่าการปลูกแตงกว่านั้นไม่สามารถให้ผลผลิตได้เต็มที่ตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูร้อนมักจะประสบปัญหาการระขาดของโรคและแมลงศัตรูพืชอย่างมาก ทำให้ปริมาณผลผลิตในช่วงนี้จึงมีน้อยและมีราคาสูง หากดเกษตรกรรายใดโคดีทำการเพาะปลูกได้ หรือมีแตงกวาพันธุ์ดี มีผลผลิตออกสู่ตลาดก็คงรวยเพราะแตงกวาเป็นแน่
แชร์
56,329
คุณณัฏฐนี เทพกาวงศ์ นักปรับปรุงพันธุ์พืช บริษัทเจียไต๋ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาพันธุ์แตงกวาจนกลายมาเป็นแตงกว่าไฮโซว่า โดยปกติธรรมชาติของแตงกวาในฤดูร้อนมักจะประสบกับปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวนมากกว่าฤดูอื่นๆ เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจะทำให้เกสรตัวเมียกลายเป็นเกสรตัวผู้หมด จึงไม่เกิดการผสมเกสรหรือไม่ติดลูกนั่นเอง ซึ่งหลักในการพัฒนาสายพันธุ์นั้น นอกจากจะต้องทำให้ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้แล้ว ยังต้องสามารถทนทานต่อโรคได้อีกด้วย โดยเฉพาะโรคไวรัส ที่มีแมลงศัตรูเป็นพาหะ อาทิ แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟ เพราะหากเกิด โรคไวรัสแล้วต้นแตงกวาจะเริ่มทะยอยตายในที่สุด ไม่สามารถรักษากลับคืนมาได้

"ปัจจุบันแตงกวาไฮโซ ถูกพัฒนาจนทำให้มีความแตกต่างจากสายพันธุ์อื่น ๆ ผ่านการทดสอบจากแปลงเกษตรกรทั่วประเทศครอบคลุม ทุกพื้นที่มานานกว่า 2 ปี และ จำหน่าย เมล็ดพันธุ์สู่เกษตรกรเพาะปลูกได้แล้ว โดยมีจุดเด่น คือ ทนสภาพอากาศร้อน ต้านทานโรคและแมลงศัตรูได้ดี ซึ่งแตงกวาไฮโวนี้ จะสามารถเก็บผลผลิตต่อรุ่นได้ประมาณ 6-7 ตัน/ไร่ ตลอดระยะเวลาการเก็บเกี่ยว 45 วัน หลังการเก็บเกี่ยวผลจะมีสีเขียวสดนาน ตรงตามความต้องการของแม่ค้า และ สามารถเพาะปลูกได้ตลอดปีด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนที่มีปริมาณผลผลิตออกมาน้อย และมีราคาแพง" คุณณัฏฐนี กล่าว

++ง เลือกแตงกวาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ++

ด้านลุงจากและป้าไข่ ศิริอ่อน สองสามีภรรยาเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ที่ยึดอาชีพปลูกแตงกวาควบคู่กับการทำสวนลำไยมานานกว่า 10 ปี โดยแบ่งพื้นที่ปลูกแตงกวาไว้ประมาณ 1 ไร่เศษๆ ปลูกสลับสร้างรายได้ตลอดปี ได้เล่าให้ฟังว่า การปลูกแตงกวาไฮโซนั้น สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี 3-4 รอบ ซึ่งการลงปลูกแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน นับจากหยอดเมล็ด-เก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน และเก็บเกี่ยวต่อเนื่องได้ทุกวันติดต่อกันไปได้ประมาณ 45 วัน ใน 1 รอบปลูก/พื้นที่จะใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 4 กระป๋องกว่าๆ (ราคา 340 บาท/กระป๋องขนาด 50 กรัม)

++ วิธีการปลูก ++

การปลูกต้องมีการขึ้นค้างตาข่ายให้ต้นแตงกวาเลื้อยขึ้นไป ขนาดค้างสูง 2 เมตจร จัดเป็นร่องห่างกัน 1 เมตร ติดระบบการให้น้ำแบบสปริงเกอร์ ด้านบน จัดระยะให้สามารถจ่ายน้ำได้ทั่วถึง ใช้พลาสติกดำคลุมหน้าดินแล้วเจาะรูปลูก ป็นการป้องกันวัชพืช จัดระยะปลูก 30*30 ซม. ปลูก 2 แถวต่อร่องกว้าง 1 เมตร สิ่งสำคัญสำหรับการปลูกแตงกวาจะต้องมีแหล่วน้ำเพียงพอ เนื่องจากแตงกวาจะเป็นพืชที่ต้องการความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา การให้น้ำ ให้เช้า-เย็น เปิดสปริงเกอร์ให้น้ำนาน 5-10 นาที การให้น้ำในตอนเช้า ที่เหมาะสมที่สุดคือ ประมาณ 6 โมงเช้า

การให้ปุ๋ย : ใช้ปุ๋ย 2 สูตร คือ สูตร 25-7-7และ สูตร 16-16-16 เมื่อต้นแตงกวามีอายุได้ 7-10 วันให้ใส่ปุ๋ย 25-7-7 อัตรา 3 กก. ละลายน้ำเปล่า 200 ลิตร ให้ไปพร้อมกับการให้น้ำ จากนั้นให้ทุก ๆ7-10 วัน รวมแล้วจะให้ปุ๋ยสูตร 25-7-7 ประมาณ 4 ครั้ง และหลังจากเริ่มทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วให้เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 ในอัตรา 3 กก./น้ำ 200 ลิตร ทุก 7-10 วัน

โรค-แมลง : การปลูกแตงกวาพันธุ์นี้พบว่ามีโรคและแมลงเข้าทำลายน้อยมาเมื่อเทียบกับพันธุ์อื่น ดังนั้นจึงใช้ยาฉีดพ่นป้องกันเพียง 1-2 ครั้ง /รอบการผลิตเท่านั้น โดยจะฉีดป้องกันช่วง 2 สัปดาห์แรก ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเท่านั้น

++ การตลาด ++

ลุงจากบอกว่าจากประสบการณ์ในการปลูกแตงกวามานาน กว่า 10 ปี พบว่าการเปลี่ยนมาปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซในระยะเวลาประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา นั้นพบว่ามีความแตกต่างการสายพันธุ์ที่เคยปลูกมาอยู่มาก โดยเฉพาะขนาดของทรงผล ที่สวยสม่ำเสมอและอวบใหญ่ มีสีเขียวสดน่าทานกว่าสายพันธุ์เก่าที่มีขนาดทรงผลไม่เท่ากัน ทำให้กลายเป็นที่ต้องการของตลาดและแม่ค้าที่เข้ามารับซื้อเป็นอย่างมาก จึงสามารถขายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี แม้แต่ในช่วงที่มีปริมาณผลผลิตน้อยๆ ก็ยังผลิตขายได้ราคาดี

แม้ช่วงนี้ราคาแตงกวาจะอยู่ในระดับกลางๆ อย่างที่ตลาดขายส่งศรีเมืองจังหวัดราชบุรี จะอยู่ที่ 18 บาท/กก. แบ่งขายได้ 2 ขนาด คือ เล็ก และ ใหญ่ ซึ่งขนาดใหญ่จะมีราคาแพวงกว่าเกือบๆ เท่าตัวของขนาดเล็ก ส่วนช่วงที่มีราคาแพงสุดจะเป็นช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ที่จะขายได้ในราคา22-25 บาท/กก. และ ช่วงเดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงที่แตงกวามีราคาถูกสุก โดยราคาจะอยู่ที่ 7-8 บาท/กก. แต่โดยทั่วไปแตงกวาจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 10กว่าบาท/กก. ซึ่งเป็นราคาที่ถือว่าได้กำไรอยู่แล้ว

"การปลูกแตงกวาจะลงทุนปลูกครั้งแรกประมาณ 30,000-40,000 บาท/ไร่ ส่วนการลงทุนครั้งต่อไปจะเหลือประมาณ 10,000 กว่าบาท/ไร่ ซึ่งเป็นต้นทุนค่าปุ๋ย-ยา และ อื่นๆ ต่อรอบราว 10,000 กว่าบาท ส่วนรายได้ที่จะได้รับต่อการปลูกต่อรอบจะอยู่ที่ประมาณ 1 แสนกว่าบาท เท่ากับว่ามีกำไรประมาณ 2-3 เท่า ต่อรอบการลงทุนเลย เรียกว่าจากที่เคยเป็นหนี้สินเกือบสามแสนบาทนั้น ใช้ระยะเวลาไม่ถึงปีก็ปลดหนี้ได้อย่างสบายๆ" ลุงจาก กล่าวด้วยรอยยิ้ม

สำหรับท่านใดที่สนใจหรือมีข้อสงสัยสามารติดต่อไปได้ที่ คุณลุงจาก ศิริอ่อน บ้านเลขที่ 109 หมู่ 2 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี 70140 โทร.086-170-9256

------------------------ ^ ^ -------------------------
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ที่มา :
"ไฮโซ แตงกวาสายพันธุ์ทนร้อน ต้านทานโรค ปลูกได้ตลอดปี".นิตยสารไม่ลองไม่รู้เกษตรมือโปร ประจำเดือนมิถุนายน 2556 .หน้า 14-15 .นาคาอินเตอร์มีเดีย .กรุงเทพฯ
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×