สมุนไพร
เจียวกู่หลาน
แปลงเรียนรู้เจียวกู่หลาน พืชสมุนไพรที่น่าสนใจ
03 มิถุนายน 2556
2,402
เจียวกู่หลาน หรือ ปัญจขันธ์ เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางยาโดยแพทย์แผนจีนได้ใช้ส่วนเหนือดินหรือใบเป็นยาแก้อักเสบ แก้ไอ ขับเสมหะ และแก้หลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง ทั้งยังมีการทำชาชงเจียวกู่หลานใช้บำรุงร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหารและเสริมภูมิคุ้มกัน ขณะที่ชาวเขาบางเผ่าใช้เจียวกู่หลานทั้งต้นพอกรักษาแผล รักษากระดูก และอาการปวดกระดูก ส่วนชาวไทยภูเขาเผ่าเมี่ยนและม้ง นิยมเก็บสมุนไพรเจียวกู่หลานจากป่าธรรมชาติมาต้มดื่ม โดยเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต ลดเบาหวาน ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้กระชุ่มกระชวยและนอนหลับสบายด้วย
นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมอบหมายให้ ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวัดพะเยา จัดทำแปลงเรียนรู้การปลูกเจียวกู่หลานในโรงเรือนมุงตาข่ายพรางแสง ที่ ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตเจียวกู่หลานแบบครบวงจรสำหรับเจ้าหน้าที่ เกษตรกรบนพื้นที่สูง และผู้สนใจทั่วไป สามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ตั้งแต่การขยายพันธุ์ การปลูก การจัดการดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและการตลาดด้วย

การขยายพันธุ์เจียวกู่หลานนั้น ใช้วิธีปักชำในถุงและควรขยายพันธุ์ในฤดูฝน โดยนำวัสดุดิน 1 ส่วน แกลบเผา 2 ส่วน แกลบดิน 1 ส่วน มาผสมให้เข้ากันเป็นวัสดุเพาะแล้วบรรจุในถุงดำขนาด 2x5 นิ้ว นำเจียวกู่หลานที่เจริญเติบโตเต็มที่มาตัดเป็นท่อนให้มีข้อ 3 ข้อ และริดใบที่ข้อล่างสุดออก แล้วนำไปปักชำในถุงวัสดุเพาะ ต้องรดน้ำให้ชุ่มในช่วง 1-15 วันแรก และควรให้น้ำทุกวัน เมื่อเจียวกู่หลานอายุ 35-45 วัน ก็สามารถย้ายลงปลูกในแปลงได้

เจียวกู่หลาน เป็นพืชที่ชอบร่มเงาและชอบอากาศชื้น พื้นที่ปลูกที่เหมาะสมควรสูงจากระดับน้ำทะเล 300 -3,200 เมตร อุณหภูมิอยู่ในช่วง 16-28 องศาเซลเซียส ดินที่เหมาะสม คือ ดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี และเป็นกรดอ่อน ๆ ค่า พีเอช 5.5-6.5 แต่เจียวกู่หลานเป็นพืชต้องการน้ำมากในการเจริญเติบโต ดังนั้น ควรเลือกพื้นที่ปลูกที่มีแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอด้วย

นางพรรณพิมล แนะนำว่า ก่อนปลูกเจียวกู่หลานควรขุดดินตากทิ้งไว้ ประมาณ 7-10 วัน แล้วเตรียมแปลงปลูกกว้าง 1 เมตร ยกแปลงสูง ประมาณ 30 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ประมาณ 50 กิโลกรัม/พื้นที่ 100 ตารางเมตร ซึ่งการปลูกเจียวกู่หลานควรปลูกในฤดูฝน โดยปลูก 2 แถวคู่ ใช้ระยะ 50x80 เซนติเมตร ถ้าปลูกในพื้นที่กลางแจ้งควรทำหลังคาโดยใช้ตาข่ายพรางแสง 70 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรอาจปลูกแบบขึ้นค้างหรือไม่ขึ้นค้างก็ได้ สำหรับการทำค้างสามารถใช้ไม้ไผ่ทำค้างเป็นสามเหลี่ยม แล้วใช้ตาข่ายขึงที่ค้างเพื่อให้เจียวกู่หลานขึ้นค้าง ควรให้น้ำทุกวันในช่วงเช้า และควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 50 กิโลกรัม/พื้นที่ 100 ตารางเมตร เดือนละ 1 ครั้ง

หลังปลูกเจียวกู่หลาน ประมาณ 3-4 เดือน ก็เก็บเกี่ยวได้โดยใช้กรรไกรตัดเถาเจียวกู่หลานให้สูงจากพื้นดิน 25-30 เซนติเมตร เพื่อให้เถาที่เหลือแตกกิ่งแขนงใหม่ ซึ่งเกษตรกรควรใส่ปุ๋ยคอกเพื่อบำรุงต้น อัตรา 50 กิโลกรัม/พื้นที่ 100 ตารางเมตร และเลี้ยงต่อไปจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อีก

เจียวกู่หลานสามารถแปรรูปเป็นชาเจียวกู่หลานได้ เบื้องต้นต้องล้างเจียวกู่หลานให้สะอาดแล้วผึ่งให้แห้ง จากนั้นสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แยกก้านและใบ นำไปคั่วแบบพื้นบ้านโดยคั่วด้วยเตาและกระทะแบบธรรมชาติ ใช้ถ่านหรือฟืนเป็นเชื้อเพลิง การคั่วต้องใช้ไฟอ่อนเพื่อให้ใบและก้านเจียวกู่หลานค่อย ๆ คายน้ำออกจนใบและก้านเจียวกู่หลานแห้ง ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาบรรจุถุงขายได้ ซึ่งราคาขายปลีกขนาด 50 กรัม อยู่ที่ถุงละ 35 บาท และขายส่งราคากิโลกรัมละ 500 บาท สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวไทยภูเขาได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังช่วยลดปัญหาการเก็บสมุนไพรเจียวกู่หลานจากป่าธรรมชาติได้

หากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับ "การปลูกเจียวกู่หลานในโรงเรือนมุงตาข่ายพรางแสง" สามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวัดพะเยา หรือ กองพัฒนาการเกษตรพื้นที่เฉพาะ กรมส่งเสริมการเกษตร โทร. 0-2579-3797.

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"เกษตรทั่วไทย-ข่าวเกษตร".เดลินิวส์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.dailynews.co.th/agriculture?page=2
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-32°C
เชียงใหม่
22-31°C
นครราชสีมา
23-33°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
24-30°C
ภูเก็ต
25-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×