เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
รวม 12 สูตรเด็ด กับเคล็ดวิธีการใช้ฮอร์โมนไข่
ให้ประสบความสำเร็จ
25 สิงหาคม 2560
1,841
ถ้าเอ่ยถึงคำว่า "ฮอร์โมนไข่" ในวันนี้ไม่มีผู้คนในแวดวงการเกษตรคนใดไม่รู้จักสูตรที่ใช้ในการผลิตตลอดจนวิธีการนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ซึ่งวันนี้รักบ้านเกิดจะเจาะลึกเรื่องไข่ๆ และฮอร์โมนไข่ให้ได้ทราบกันว่ามีดีอย่างไร ทำไมเอาไปบำรุงพืชอะไรก็งอกงาม ให้สัตว์กินก็แข็งแรง ซึ่งเหมารวมไปถึงการนำมาใช้บำรุงสุขภาพในคนเราได้อีกด้วยเพราะในไข่นั้นมีคุณประโยชน์ที่ไม่ธรรมดา
ประโยชน์ของไข่ : ภายใต้เปลือกอันบอบบางของไข่ไก่ 1 ฟองนั้นอุดมไปด้วย สิ่งที่มีประโยชน์มากหลาย โดยเฉพาะโปรตีนสมบูรณ์(Complete Protein) อุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำพวกซัลเฟอร์ ที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เล็บ ผิวหนัง ผม และยังมีวิตามิน เอ, ดี,อี,เค,กำมะถัน,โซเดียม,โพแทสเซียม,แคลเซียม,แมกนีเซียม และ เหล็ก ล้วนดีต่อการเจริญของเซลล์พืชและสัตว์ ซึ่งโปรตีนที่มีอยู่ในไข่นั้นมีคุณภาพดีเทียบเคียงกับโปรตีนในเนื้อสัตว์เลยล่ะ

ฮอร์โมนไข่มีดีอย่างไร : เมื่อเรานำไข่ไก่หรือไข่เป็ดมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร หรือแม้แต่เพื่อประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายคนและสัตว์ จำต้องผ่านกระบวนการหมักเพื่อให้เกิดการปลดปล่อยหรือย่อยสลายโปรตีนให้เป็นกรดโปรตีนอันเป็นหน่วยเล็กที่สุด ให้ร่างกายคนสัตว์หรือพืชดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ทันที โดยสารที่ได้จากการทำ "ฮอร์โมนไข่" นั้นคือ "กรดฟุลวิก" มีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารของคนและสัตว์ สามารถสร้างความสมดุลย์แข็งแรงให้แก่ร่างกายในระดับเซลล์ ช่วยชูกำลัง ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย ขจัดอนุมูลอิสระ ต้านออกซิเดชั่น คงความหนุ่มสาว ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง แก้ข้ออักเสบ เพิ่มการเผาผลาญโปรตีนสู่การสังเคราะห์ DNA และ RNA และเพิ่มการย่อยอาหารได้ด้วย ด้านประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับพืชก็คล้ายกันกับสัตว์ คือ ทำให้เซลล์พืชแข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี เพิ่มขนาดผลผลิตตลอดจนสามารถทำให้พืชมีผลผลิตได้เต็มที่ การนำฮอร์โมนไข่ไปใช้กับพืช จึงมีจุดมุ่งหวังเพื่อให้พืชมีผลผลิตดีเป็นหลัก ส่วนการนำไปใช้กับคนหรือสัตว์ ก็เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นต้น

ฮอร์โมนไข่เพื่อบำรุงร่างกาย : หลักๆ จะใช้สูตรเดียวกันกับการปรุงแต่งเพื่อใช้กับพืช เพียงแต่ปรับเปลี่ยนการใช้กากน้ำตาลในการหมักมาเป็นน้ำผึ้งแทน ไม่ใช้เปลือกไข่และไม่ใช้น้ำ ตามสูตรดังนี้

1. ไข่ไก่สะอาดทั้งเปลือก 1 กิโลกรัม

2. น้ำผึ้ง 750 ซีซี

3. ยาคูลท์ หรือ นมเปรี้ยวยี่ห้อใดก็ได้ที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส 1 ขวดเล็ก

4. แป้งข้าวหมากครึ่งลูก หรือ ข้าวหมากครึ่งห่อ

วิธีทำ : ล้างไข่ให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้งเองตามธรรมชาติห้ามเช็ด แล้วตอกไข่ใส่โหลแก้วหรือโหลพลาสติกที่สะอาด จากนั้นเทน้ำผึ้งตามลงไป ต่อด้วยยาคูลท์ ข้าวหมากหรือแป้งข้าวหมาก คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ปิดปากโหลด้วยผ้าขาวบาง ปิดฝาให้แน่น หมัก 30 วันในที่ร่ม ระหว่างการหมักให้เปิดฝาคนทุกวัน จนกว่าจะครบกำหนด จากนั้นกรองเอากากออก นำน้ำหมักที่ได้ใส่ในขวดปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา จะเก็บรักษาไว้ได้นานนับเดือน

หมายเหตุ : หากครบกำหนด 30 วันแล้วน้ำหมักยังมีกลิ่นคาวอยู่ให้หมักต่อไปจนกว่าจะหมดกลิ่นคาว ระหว่างนี้ให้เปิดฝาคนทุกวัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
- รักบ้านเกิด.คอม
- http://prayod.com
- อ.อธิศพัฒน์ วรรณสุทธิ์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย ในงานสัมมนา Start Up Rakbankerd เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2559
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×