พืชผัก
พริกขี้หนู
การปลูกพริกปุ้มปลอดสารพิษในดินทามเขตลุ่มน้ำชี
04 มกราคม 2556
2,192
พริกปุ้มจากชุมชนบ้านเทพารักษ์ซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดกับลำน้ำชีระยะทางกว่า 5 กม.มีเกษตรกรรวมกลุ่มขนาดใหญ่ผลิตพริกปลอดสารพิษเพื่อลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตรวม 500 ตัน/ปี และเป็นแหล่งปลูกพริกแหล่งใหญ่อีกแห่งของจังหวัดร้อยเอ็ด

นายสงค์ นนทดี เกษตรกรผู้ปลูกพริกบนพื้นที่ 2 ไร่ ซึ่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี
พื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกเป็นพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำชีซึ่งทางราชการได้ออกเอกสารสิทธิ์เป็น นส.3ก ให้กับเกษตรกรได้เข้าจับจองพื้นที่ทำการเพาะปลูกตามอัธยาศัย คุณสงค์มีที่ดิน 4ไร่ในการทำนาปลูกข้าวพันธุ์ กข.6 ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 600 กิโลกรัม จากบทบาทหมอดินอาสาประจำหมู่บ้านได้มีส่วนร่วมกับเกษตรกรภายในหมู่บ้านในการให้คำปรึกษาในเรื่องการแก้ปัญหาในดินเปรี้ยวและดินเค็มซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับลำน้ำชีทั้ง 2 ฝั่งตลอดระยะทาง 5 กิโลเมตรมีเกษตรกรหลายร้อยคนทำการเพาะปลูกพริกซึ่งในแต่ละปีผลผลิตรวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 500 ตัน จนกลายเป็นแหล่งปลูกพริกแหล่งใหญ่ของจังหวัดร้อยเอ็ดในขณะนี้
พื้นที่ติดกับแม่น้ำชีจะเป็นผืนป่าตามริมน้ำระยะทางประมาณ 5กิโลเมตรกินพื้นที่หลายร้อยไร่และเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยจนกระทั่งเริ่มมีเกษตรกรเข้ามาแผ้วถางและจับจองถือกรรมสิทธิ์จนเมื่อระยะเวลาหลายปีเข้าทางราชการเห็นว่าเกษตรกรได้ใช้พื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์จึงได้มีการออกเอกสารสิทธิ์เป็น นส.3ก ให้กับเกษตรกรที่เข้ามาจับจองเป็นเจ้าของและใช้เป็นที่ดินทำกินมาโดยตลอด ที่ดินแห่งนี้จะประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูน้ำหลากและสามารถใช้งานพื้นที่ได้ในช่วงที่น้ำลดในช่วงเดือนธันวาคม-เดือนมกราคม จึงเริ่มมีกิจกรรมในการเพาะปลูกพริกได้ แต่ดินที่จะใช้ในการเพาะปลูกจะเป็นลักษณะของดินทามซึ่งเป็นดินเหนียวจับก้อนแข็ง จากบทบาทของหมอดินอาสาคุณสงค์จึงได้ใช้เทคโนโลยีชีวภาพมาช่วยในการบำรุงเพื่อให้ได้ผลผลิตดี

++ ขั้นตอนและวิธีการปลูกพริก ++

- การปรับปรุงบำรุงดินเพื่อให้มีความเหมาะสมในการเพาะปลูกโดยการใช้ปูนขาวหว่านในอัตราไร่ละ 25 กิโลกรัมจากนั้นทำการไถกลบตากดินทิ้งไว้ 7-15 วันเพื่อฆ่าเชื้อในดินก่อนและทำการหว่านปุ๋ยคอกอีกครั้งในอัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่

- ทำการไถพรวน 2 ครั้งให้ดินละเอียดจากนั้นทำการตีแปลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปลูกพริก

- เลี้ยงสัตว์ เช่น โค กระบือ เพื่อขับถ่ายมูล เป็นการใช้ปุ๋ยคอกแบบประหยัดเพื่อใช้เป็นปุ๋ยคอกในการเกษตร

- การกล้าเมล็ดพันธุ์พริกโดยนำเมล็ดพันธุ์คลุกกับปุ๋ยคอกพอประมาณ นำลงเพาะโดยโรยลงแปลงเพาะที่ทำเป็นแปลงขนาดเล็กขนาดความกว้าง 1 เมตร ยาวประมาณ 2 เมตร ทำขอบแปลงให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำไหลออก รดน้ำเป็นประจำทุกวันใช้ระยะเวลาในช่วงของการเพาะต้นกล้าพริกราวๆ1-2 เดือนก็จะได้ต้นกล้าที่ลำต้นแข็งแรงความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร

- ขุดหลุมปลูกขนาดความกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร ลึกประมาณ 30 เซนติเมตรโดยขุดเป็นแถวคู่ระยะห่างระหว่างแถว 50 เซนติเมตรและเว้นช่องทางไว้สำหรับเดินกว้าง 1 เมตร

- การปลูกในชุมชนจะถือเคล็ดปลูกในวันพฤหัสบดีซึ่งโบราณเชื่อว่าถ้าปลูกวันนี้พริกจะให้ผลดกมากที่สุด เมื่อนำกล้าลงหลุมแล้วกลบดินพอหลวมๆเพื่อไม่ให้รากของพริกอัดแน่นจนเกินไปจากนั้นรดน้ำพอชุ่ม

- ทำการรดน้ำพริกทุกวันในตอนเช้าในปริมาณที่พอเปียกชุ่มแต่จะไม่รดน้ำให้แฉะเพราะว่าจะทำให้ดินแน่นจนเกินไปรากของพริกจะขยายได้ลำบาก

- เมื่อปลูกพริกได้ 1สัปดาห์ให้ปุ๋ยครั้งแรกเพื่อบำรุงรากโดยใช้ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 โรยบริเวณรอบๆปากหลุมในอัตราหลุมละ 50-100 กรัมแล้วโรยทับด้วยปุ๋ยคอกอีกประมาณ 200-300 กรัมจากนั้นรดน้ำเพื่อให้ปุ๋ยดูดซึมลงดิน

- ใส่ปุ๋ยอีกครั้งเมื่อปลูกพริกได้ 1เดือนในช่วงที่พริกเริ่มแตกตาและแตกแขนงโดยใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา
100 กรัม/ต้นโรยบริเวณรอบๆโคนต้นเช่นเดิมจากนั้นโรยทับด้วยปุ๋ยคอกอีกประมาณ 400 กรัม/ต้น

- ช่วงบำรุงใบและลำต้นคุณสงค์จะใช้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพราดบริเวณโคนลำต้นเพิ่มเติมอีกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

- เมื่อปลูกได้ 3 เดือนพริกจะเริ่มออกดอกประมาณช่วงเดือนเมษายนช่วงนี้จะใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อีกครั้งในอัตราต้นละ 200-300 กรัมโรยบริเวณรอบๆโคนต้นเช่นเดิมตามด้วยน้ำหมักชีวภาพสูตรเดิมฉีดพ่นเพื่อบำรุงดอกและช่วยให้ติดผลดก หลังจากออกดอกแล้ว

- ประมาณ 2 สัปดาห์พริกจะเริ่มออกผลจากนั้นใช้เวลาอีก 2 เดือนหรือในช่วงเดือนมิถุนายนเริ่มเก็บผลผลิตจำหน่ายได้


++สูตรปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพสำหรับบำรุงพริก++

1. เศษปลา จำนวน 30 กิโลกรัม

2. ผลไม้สุกจำพวกมะละกอ กล้วย สับปะรด จำนวน 30 กิโลกรัม

3. กากน้ำตาล จำนวน 10 กิโลกรัม

4. สารเร่ง พด.2 จำนวน 1 ซอง

ขั้นตอนและวิธีการทำ : นำส่วนผสมทั้งหมดหมักรวมกันในถังหมักโดยที่ไม่ต้องปิดฝาสนิทจากนั้นใช้ไม้คน 2-3วัน/ครั้งเมื่อมีกลิ่นเหม็นมากให้เติมกากน้ำตาลลงไปอีก หมักทิ้งไว้ 45วันก็สามารถนำมาใช้งานได้

การนำไปใช้งาน : โดยการใช้น้ำหมัก 5ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเปล่า 20ลิตร ใช้ฉีดพ่นหรือราดบริเวณโคนต้นพริกจะช่วยบำรุงใบและลำต้นเร่งการเจริญเติบโตของพริก

- ** ช่วงระยะการเจริญเติบโตจะเป็นช่วงบำรุงใบและลำต้นคุณสงค์จะใช้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพราดบริเวณโคนลำต้นเพิ่มเติมอีกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ฉีดพ่นหรือราดบริเวณโคนต้นพริกจะช่วยบำรุงใบและลำต้นเร่งการเจริญเติบโตของพริก

- หลังจากพริกออกดอกแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ พริกจะเริ่มออกผลจากนั้นใช้เวลาอีก 2 เดือนหรือในช่วงเดือนมิถุนายนเริ่มเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ คุณสงค์จะทำการเก็บพริกจำหน่าย 2 สัปดาห์/1 ครั้ง ถ้าเก็บเองจะได้ครั้งละประมาณ 100 กิโลกรัมแต่ถ้าจ้างแรงงานเก็บก็จะได้เพิ่มขึ้นเป็น 200 กิโลกรัมแต่มีค่าจ้างเก็บกิโลกรัมละ 5 บาท ผลผลิตสามารถเก็บไปได้จนถึงเดือนสิงหาคม ในพื้นที่ 2 ไร่ของคุณสงค์สามารถเก็บผลผลิตได้ถึง 6 ตันโดยจะมีพ่อค้าจากจังหวัดต่างๆมารับซื้อถึงสวนจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 50-100 บาท ในแต่ละปีคุณสงค์มีรายได้จากการปลูกพริกปุ้มประมาณปีละ 300,000-600,000 บาท

---------------------------------- ^ ^ -----------------------------


แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
แหล่งอ้างอิง :
คุณสงค์ นนทดี อายุ : 48 ปี
ที่อยู่ : 135 หมู่ที่ 9 ตำบลพนมไพร อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-30°C
เชียงใหม่
20-28°C
นครราชสีมา
22-28°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
26-32°C
ภูเก็ต
25-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×