เห็ด
เห็ดตับเต่า
การเพาะเห็ดตับเต่าแบบอิงอาศัยธรรมชาติ
24 กรกฏาคม 2558
45,219
เห็ดตับเต่า สามารสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เนื่องจากเป็นเห็ดป่าที่ไม่สามารถเพาะเลี้ยงในโรงเรือนแบบเห็ดเศรษฐกิจทั่วไปได้ แต่สามารถเพาะเลี้ยงแบบเลียนแบบธรรมชาติให้สามารถเก็บกินหรือจำหน่ายได้ตลอดอายุขัยพืชอิงอาศัยของเห็ด เกษตรกรที่มีพื้นที่เหมาะสม เช่น เกษตรกรในเขตปทุมธานี และ อยุธยา หลายรายจึงยึดอาชีพเพาะเห็ดตับเต่าจำหน่ายเสริมรายได้ให้ครอบครัว ซึ่งปรากฏว่านอกจากในฤดูกาลปกติเห็ดตับเต่าจะมีรายได้ดี อยู่ที่ กก.ละ 70 - 80 บาทแล้ว เกษตรกรยังสามารถเพาะเห็ดตับเต่านอกฤดูขายได้ราคาดียิ่งขึ้นไปอีก ในปัจจุบัน โดยจะขายได้ใน กก.ละ 100 - 120 บาท

ซึ่งผู้ที่ชื่นชอบเห็ดชนิดนี้หรือผู้ที่สนใจจะเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมนั้นสามารถเพาะเลี่้ยงเห็ดตับเต่าได้ตามวิธีดังต่อไปนี้



วิธีที่ 1 : เพาะเชื้อด้วยเห็ดตับเต่าโดยตรง โดยการนำดอกเห็ด (ยิ่งแก่ยิ่งดี เนื่องจากมีสปอร์มาก) นำมาสับแล้วนำไปฝังบริเวณใกล้ๆ รากของพืชอาศัย หรือ อาจจะสับดอกเห็ดให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับน้ำ นำไปราดบริเวณรากของพืชอาศัย เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด มีขั้นตอนและวิธีการ ดังนี้



1. นำดอกเห็ดตับเต่าที่แก่จัดมาบดหรือปั่นให้ละเอียด

2. นำดอกเห็ดที่บดละเอียดแล้วมาผสมกับน้ำสะอาด 1 เท่าตัว (น้ำสะอาดต้องไม่มีกลิ่นคลอรีน) ตั้งหมักทิ้งไว้ 1 คืน

3.นำน้ำหมักดอกเห็ดที่ได้จากการเตรียมในข้อ2 ไปผสมกับน้ำสะอาดอัตรา 2-3 เท่าตัว เช่น ถ้ากรองน้ำจากข้อ
2 ได้ครึ่งลิตร ก็นำมาขยายเชื้อด้วยการผสมกับน้ำสะอาดในขั้นตอนนี้ อีก 1 ? 1.5 ลิตร (2-3 เท่าตัว) เพื่อเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น

4. ขุดหลุมบริเวณร่มเงาชายพุ่มพืชอิงอาศัยที่ต้องการใช้เป็นที่เพาะเห็ด ให้มีขนาด ลึกประมาณ 1 ฝ่ามือ ห่างกันหลุมละ 1 ศอก รอบๆ ทรงพุ่มของต้นพืช

5. ใส่เชื้อเห็ดลงในหลุม อัตรา 1 แก้วเล็กต่อหลุม

6. กลบทับด้วยดินเหมือนเดิม รอเวลาประมาณ1-3 ปี จึงจะเกิดดอกเห็ดตับเต่าขึ้นตามธรรมชาติ

หมายเหตุ : บริเวณที่เพาะเห็ด ให้งดการใช้สารเคมีทุกชนิด เช่น ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า เป็นต้น ปละให้รักษาสภาพแวดล้อมให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ




วิธีที่ 2 : การเพาะเชื้อเห็ดที่เจริญบนอาหารวุ้น PDA ศูนย์วิจัยพืชสวน เชียงรายได้ทำการทดลองเพาะเห็ดตับเต่า โดยนำดอกเห็ดมาแยกเชื้อบริสุทธิ์ บนอาหารวุ้น PDA ซึ่งมีส่วนประกอบของมันฝรั่ง น้ำตาลเดร็กโตส และผงวุ้น เชื้อเห็ดที่เจริญบนอาหารวุ้น PDA นี้ จะมีเส้นใยคล้ำเช่นเดียวกับสีของดอกเห็ด เมือ่เชื้อเห็ดเจริญจนเต็มอาหารวุ้น ให้นำเชื้อเห็ดออกจากขวด แล้วปั่นหรือขยำให้ละเอียดกับน้ำ ก่อนนำไปราดบริเวณรากพืชอาศัย




วิธีที่ 3 : เพาะเชื้อด้วยเห็ดที่เจริญบนเมล็ดข้าวฟ่าง นำเชื้อบริสุทธิ์ ของเชื้อเห็ดตับเต่าที่เจริบบนอาหารวุ้น มาเพาะขยายในเมล็ดข้าวฟ่างที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว เมื่อเส้นใยให้เจริญเต็มที่ จึงนำไปถ่ายเชื้อลงบนพืชอาศัย โดยนำเมล็ดข้าวฟ่าง ที่มีเชื้อเห็ดเจริญอยู่ มาขยำกับน้ำ กรองเอาแต่น้ำ นำไปราดบริเวณรากต้นพืชอาศัย (ไม่นำเชื้อบนเมล็ดข้าวฟ่าง ไปฝังบริเวณรากพืชอาศัย ซึ่งภายใน 1-2 ปี อาจจะยังไม่มีดอกเห็ดเกิดขึ้น เนื่องจากเชื้อเห็ดต้องการเวลาในการเจริญเติบโตของเส้นใย เพื่อเพิ่มปริมาณบริเวณรากให้มากพอที่จะพัฒนาไปเป็นดอกเห็ดต่อไป




การเข้าอยู่อาศัยของเส้นใยเห็ด จะเจริญดีมากที่บริเวณปลายรากอ่อน แต่ให้ใส่เชื้อที่โคนรากเพื่อให้เชื้ออาศัยอยู่บริเวณโคนราก แล้วเชื้อจะค่อยๆ แพร่ลามไปทั่วปลายราก โดยเชื้อเห็ดจะใช้เวลาพัฒนาเส้นใย 1-3 ปี สำหรับต้นไม้ที่ผ่านช่วงแล้งมา เมื่อได้ความชื้น จะแตกใบอ่อน รากอ่อน เส้นใยเห็ดก็จะรวมตัวกันเกิดเป็นดอกเห็ด หลังจากนั้น คตราบใดที่ต้นไม้ยังไม่ตาย ก็จะเกิดดอกเห็ดบริเวณเดิมทุกปี ต้นยางนาอายุยืนมาก จึงสามารถเก็บดกเห็ดตับเต่ากินได้ชั่วลูกชั่วหลานน ดังนั้น การเพาะจึงควรจะพิจารณาพืชอาศัยด้วย หากพืชอายุยืน ก็สามารถเก็บเห็กไปได้นานตามอายุพืช ปกติแล้ว การเกิดดอกเห็ดมีมากในฤดูฝนที่มีความชุ่มชื้นจากฝน แต่ในความจริงแล้วเห็ดตับเต่าสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดปี ถ้าความชื้นเหมาะสม ซึ่งเรียกว่า เห็ดนอกฤดู



การกระตุ้นดอกเห็ดตับเต่า : กรณีที่ต้นไม้บริเวณบ้านหรือในสวน มีเชื้อเห็ดตับเต่าเจริญร่วมกับรากพืชแล้วโดยธรรมชาติ มักจะพบมากในฤดูฝน เพราะต้องอาศัยความชื้นในการกระตุ้นการเกิดดอกเห็ด เราสามารถกระตุ้นการเกิดดอกเห็ดตับเต่านอกฤดูได้ โดยการให้น้ำแก่ต้นพืชอาศัย ด้วยระบบสปริงเกอร์ โดยให้วันละ 2 ชม. ติดต่อกัน 3 วัน เว้น 5 วัน หลังจากนั้น ให้น้ำอีกสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ซึ่งพบว่าหลังจากให้น้ำไปประมาณ 2 สัปดาห์ จะพบดอกเห็ดตับเต่า เกิดขึ้นยบริเวณใต้ทรงพุ่มของต้นพืชอาศัย เช่น ต้นหว้า มะขาม มะกอกน้ำ หรือ อาจจะขึ้นติดกับโคนต้นพืชอาศัย และหลังจากนั้นให้น้ำเรื่อยๆ ดอกเห็ดตับเต่าก็ยังขึ้นอยู่จนกว่าจะถึงฤดูฝน ซึ่งไม่ต้องให้น้ำ ดอกเห็ดก็จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ




4. การเพาะเห็ดตับเต่าแบบชาวบ้าน

เกษตรกรท้องที่ตำบลสามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา สังเกตพบว่า เห็ดตับเตาชอบขึ้นอยู่ตามที่ลุ่มปะปนกับต้นโสน จึงได้ทำการเพาะเลี้ยงร่วมกับการปลูกโสน ด้วยวิธีการเริ่มจาก เมื่อมีฝนตกลงมาพอสมควร ชาวบ้านจะเริ่มเผาวัชพืชตามพื้นที่ลุ่มริมคลองก่อน จากนั้นจะติดตั้งสปริงเกอร์ ให้น้ำเพื่อให้เมล็ดโสนที่จมฝังอยู่ตามพื้นดินโดยธรรมชาติ งอกเจริญเติบโตเป็นป่าโสน ทำให้ต้นโสนเติบโตก่อนที่ฝนจะมา เมื่อต้นโสนมีอายุได้ 1 เดือนเศษ จะมีความสูงท่วมหัว เป็นช่วงจังหวะที่ชาวบ้านต้องเข้าไปทำความสะอาดกำจัดวัชพืชใต้ต้นโสนอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้วิธีถอนหรือถาง ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งวงนี้จะพบว่าเกิดเห็ดตับเต่าขึ้นก่อนฤดูกาลในป่าโสนธรรมชาติ ทำให้ราคาที่ชาวบ้านขายได้อยู่ที่ กิโลกรัมละ 100-120 บาท จากราคาเดิมที่จะขายได้กิโลกรัมละ 70-80 บาท



ปัจจุบันมีชาวบ้านท้องที่ตำบลสามเรือน เพาะเห็ดตับเต่าขายไม่ต่ำกว่า 200 ราย เพราะมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม จึงเพาะเห็ดได้มาก ดังนั้น เห็ดตับเต่าจึงกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชนที่สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี



เกษตรท้องที่ ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี สามารถผลิตเห็ดตับเต่าขายได้ตลอดปี โดยใช้พืชอาศัยเป็นต้นมะกออกน้ำ ที่ปลูกบนคันนาแบบยกร่อง ด้วยเทคนิคการเพาะแบบโกยใบมะกอกน้ำที่ย่อยสลายจมอยู่ในท้องร่อง ขึ้นมาสาดให้โคนเศษใบนั้นกระจายไปให้ทั่วคันนา แล้วหว่านปุ๋ยหมัก และ ปุ๋ยคอกแก้งให้กระจายบางๆ ทับลงไป บนใบมะกอกน้ำที่โดยขึ้นมา ตามด้วยการรดน้ำดินบริเวณนั้นให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ เมื่อรดน้ำต่อเนื่องได้ 10-15 วัน ดอกเห็ดจะเริ่มแทงออกมาจากดิร การออกดอกเห็ดจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความชื้นในดินด้วย ถ้าดินแห้งจะไม่เกิดดอกเห็ดเลย



การเข้าอยู่อาศัยของเส้นใยเห็ด : จะเจริญดีมากที่รากอ่อนหรือปลายราก แต่ถ้าเราใส่เชื้อที่โคนราก เชื้อจะเริ่มอาศัยที่โคนราก แล้วค่อยๆ ลามไปทั่วปลายราก การเพาะเชื้อตามธรรมชาติ เชื้อเห็ดจะใช้เวลาพัฒนา 1-3 ปี เมื่อต้นไม้ผ่านแล้งมามากพอและได้ความชื้นที่พอเหมาะ จะแตกใบอ่อน รากอ่อน เส้นใยเห็ดตับเต่าที่เพาะไว้ก็จะรวมตัวเกิดเป็นดอกเห็ด หลังจากนั้นตราบใดที่ต้นไม้ยังไม่ตายก็จะเกิดเห็ดได้ทุกปี



** การเพาะเห็ดตับเต่าร่วมกับต้นยางนาที่มีอายุยืนมาก จะทำให้เพาะเห็ดเพียงครั้งเดียวก็สามารถเก็บเห็ดกินได้ชั่วลูกชั่วหลาน



คุณอินผ่องกล่าวว่า การอยู่ร่วมกันระหว่างเห็ดและรากของต้นไม้นั้นจะอยู่แบบได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน เห็ดได้รับของเหลวที่ขับออกมาจากรากพืช และพืชได้ประโยชน์จากน้ำย่อยเห็ดที่จะไปช่วยละลายแร่ธาตุในดินออกมาเป็นปุ๋ย การที่มีเส้นใยเห็ดห่อหุ้มรากพืชไว้ก็เป็นประโยชน์ต่อพืชในแง่ที่ทำให้รากนั้นใหญ่ขึ้น ซึมซับไอน้ำในดินได้ดีขึ้นช่วยให้ต้นไม้ทนแล้งได้ด้วย



โดยวิธีนี้เห็ดจะได้แหล่งอาหารอยู่ 2 ทาง คือ จากรากของต้นไม้และจากการย่อยอินทรียวัตถุต่างๆ เช่น เศษพืช ใบไม้ หญ้าแห้งและปุ๋ยอินทรีย์ที่เราใส่เพิ่มเติมให้ เมื่อเห็ดได้ความชื้นมากพอจะแตกยอดออกมาเป็นดอกเห็ดมนุษย์ก็ไปเก็บมากินได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรให้เกิดไฟไหม้ หรือใช้สารเคมียาฆ่าหญ้า - โรค-แมลง ในบริเวณนั้น เพราะจะทำให้ดินขาดความชื้น ทำลายระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และ เส้นใยเห็ดได้



พืชอาศัยของเห็ดตับเต่า

แก้ไขล่าสุด : 24 กรกฎาคม 2558

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
- อินผ่อง แก้วดำ. 184 หมู่ที่4 ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
-"การเพาะเห็ดตับเต่าอย่างยั่งยืน". กลุ่มสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-30°C
เชียงใหม่
22-29°C
นครราชสีมา
23-31°C
ชลบุรี
24-30°C
นครศรีธรรมราช
23-30°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×