ข้าว
ประวัติข้าว
กลุ่มเกษตรกรทำนา นาโส่(ชมรมรักษ์ธรรมชาติ)
18 ธันวาคม 2555
6,914
กลุ่มเกษตรทำนานาโส่เกิดขึ้นเนื่องด้วยเกษตรกรในพื้นที่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแบบแผนการผลิตทางการเกษตรให้เป็นเกษตรกรรมยั่งยืนที่มีการผลิตหลากหลายและไม่ใช้สารเคมี สร้างกระบวนการกลุ่มเพื่อการเรียนรู้สู่การแก้ไขปัญหาของชุมชน เป็นการพึ่งพาตัวเองในขั้นต้นรวมถึงเป็นการช่วยเหลือกันของเกษตรกรในพื้นที่จากการรวมตัวกันตั้งแต่ในอตีดจนถึงปัจจุบัน กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ มีอายุในการก่อตั้ง 36 ปี ตั้งแต่ปี 2519 - 2555
ตั้งอยู่เลขที่.57 หมู่ที่.2 บ้าน.โสกขุมปูน ตำบล.นาโส่ อำเภอ.กุดชุม
จังหวัด.ยโสธร รหัสไปรษณีย์.35140
ประวัติความเป็นมา
กลุ่มเกษตรกรทำนา นาโส่ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อ ๑๕ มีนาคม ๒๕๑๙ ทะเบียนเลขที่ ยส.๓/๒๕๑๙ ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๔๑ ประกาศ ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๑๕ ได้ดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ นำสินค้าปัจจัยด้านการผลิตทางการเกษตร(ปุ๋ยเคมี)มาบริการให้กับสมาชิก แต่ประสบปัญหาขาดทุน ไม่มีการดำเนินกิจกรรมต่อจนกระทั่งกลุ่มผู้นำไม่เป็นทางการ(ที่ประกอบด้วยคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรทำนา นาโส่ ส่วนหนึ่ง) โสเหล่กันเพื่อระดมความคิดเห็นและรวมกลุ่มกันแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและการผลิต
ปี ๒๕๒๓ ผู้นำกลุ่มเห็นว่าการตั้งกองทุนร้านค้าจะช่วยให้ชาวบ้านเรียนรู้การช่วยเหลือกัน จึงได้ระดมทุนก่อตั้งเป็น "กองทุนร้านค้าหมู่บ้าน" เพื่อรวมกันซื้อรวมกันสินค้า บริหารจัดการในรูปกลุ่มชาวบ้าน ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็น "กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน" และดำเนินกิจกรรมการบริหารในรูปกลุ่มสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน
๒๕๒๖ ก่อตั้ง "ชมรมหมอยาพื้นบ้านและผู้สนใจสมุนไพรอำเภอกุดชุม" เป็นที่รวมของหมอยาพื้นบ้าน พระสงฆ์ ครู พยาบาลและนักพัฒนาเอกชนร่วมกันทำงานมาโดยตลอด จนกระทั่งปี ๒๕๓๓ ได้จัดตั้งเป็น "ศูนย์พัฒนาวัตถุดิบสมุนไพรวัดท่าลาด" ดำเนินการด้านการผลิตวัตถุดิบและยาสมุนไพร

๒๕๓๓ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ นักเกษตรกรรมธรรมชาติชาวญี่ปุ่นได้ มาเยือนกุดชุมและบรรยายเรื่องเกษตรกรรมธรรมชาติ ซึ่งสร้างแรง บันดาลใจให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เกิดการทำนาธรรมชาติขึ้น ในชุมชนบ้านโสกขุมปูนและขณะนั้นกระแสการบริโภคเพื่อสุขภาพ และการบริโภคที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในสังคมไทยได้ตื่นตัว โครงการ สมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเองจึงประสานเชื่อมโยงกลุ่มผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร และผู้ผลิตที่กุดชุมเข้าเป็นเครือข่าย "ชมรมเพื่อนธรรมชาติ" เพื่อส่งเสริมและจัดจำหน่ายข้าวปลอดสารพิษปลอดสารเคมีแก่ผู้บริโภค เมื่อมีช่องทางตลาดก้าวเข้าสู่ธุรกิจชุมชน โรงสีข้าวจึงเกิดขึ้นกลุ่มผู้นำ ตระเวนหาความรู้โดยการดูงานตามโรงสี ต่างๆ ระดมทุนจากชาวบ้านการขายข้าวสารล่วงหน้าจากมูลนิธิเด็กและ โครงการสมุนไพรเพื่อพึ่งพาตนเองเพื่อก่อสร้างโรงสี เมื่อสร้างสำเร็จ กลุ่มผู้นำและสมาชิกพร้อมใจกันตั้งชื่อว่า "ชมรมรักษ์ธรรมชาติ" ทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรทำนา นาโส่

ประเพณีสู่ขวัญข้าวของกลุ่มวัตถุประสงค์กลุ่มฯ
๑. เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรทำนาโดยไม่ใช้สารพิษและสารเคมี ที่คำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยทั้งผู้ผลิตผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
๒. เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนระบบการผลิตที่หลากหลายสามารถพึ่งตนเองได้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
๓. เพื่อเป็นกลไกในการรับซื้อข้าวเปลือกและแปรรูปข้าวเปลือกจากชาวนาด้วยความเป็นธรรม
๔. เพื่อเป็นกิจกรรมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ในการทำงาน การบริหารจัดการธุรกิจและการแก้ไขปัญหาในชุมชน
๖. เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มของชาวบ้าน อันเป็นปัจจัยที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้
๗. เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุกรรมพื้นบ้าน
พ่อมั่น สามสี (ประธานกลุ่มฯคนปัจจุบัน 2555)คณะกรรมการกลุ่มฯ
1. นายมั่น สามสี ประธาน
2. นายธวัช ทองน้อย รองประธาน
3. นายสมหวัง ศรีมันตะ กรรมการ
4. นายสมหมาย สามสี กรรมการ
5. นายดาวเรือง พืชผล กรรมการ
6. นายเลาะ ศรีมันตะ กรรมการ
7. นางชุธิมา ม่วงมั่น กรรมการ/ผู้จัดการ
....ปัจจุบัน กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ (ชมรมรักษ์ธรรมชาติ) มีสมาชิกผู้ถือหุ้น จำนวน 942 คน มีคณะกรรมการบริหาร 15 คน ที่ปรึกษา 6 คน มีคณะกรรมการดำเนินงาน ประกอบไปด้วย ฝ่ายส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ฝ่ายโรงสีข้าวชุมชน ธนาคารชุมชน และกองทุนสวัสดิการชุมชน
1.ฝ่ายส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน
-ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารพิษ
-ส่งเสริมการเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรกรรมยั่งยืน ความมั่นคงด้านอาหารและสุขภาพ
-ส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมพึ่งพาตนเองด้านปัจจัยการผลิต
-ส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ป่า
-สร้างเกษตรกรต้นแบบในชุมชน
-จัดตลาดนัดสีเขียวในชุมชนเมืองเพื่อให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความปลอดภัยและความมั่นคงด้านอาหาร
2.ฝ่ายโรงสีข้าวชุมชน
-รับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกและเกษตรกรในราคายุติธรรมและซื่อสัตย์ โปร่งใส เชื่อถือได้
-สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับสมาชิกและคณะศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ
-ฟื้นฟูและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น เช่น ประเพณีสู่ขวัญข้าว เป็นต้น
-สร้างนวัตกรรมใหม่ๆในการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร
-ประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ
3.ธนาคารชุมชน
-ธนาคารชุมชน เป็นวิธีการระดมทุนภายในชุมชนที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านโดยเปิดบริการออมทรัพย์ให้กับสมาชิกที่เป็นเกษตรกรและที่ไม่ใช่เกษตรกรโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ร้อยละ 1 และนำเงินออกมาใช้เป็นทุนหมุนเวียน
4.กองทุนสวัสดิการชุมชน
-ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2536 โดยการจัดสรรกำไรของกิจการโรงสีเป็นทุนสาธารณประโยชน์ และในปี พ.ศ. 2541 ได้จัดตั้งคณะกรรมการกองทุนและได้ขอทุนจากโครงการต่างๆมาใช้ในการจัดสวัสดิการให้การช่วยเหลือและให้บริการแก่สมาชิก
รายละเอียดของโรงสี(พอสังเขป)
พื้นที่ดำเนินการ 8 ไร่ 2 งาน ประกอบไปด้วย
1.โรงสีข้าวกล้องและข้าวขาวขาวขนาด 60 ตัน/วัน
2.ฉางเก็บข้าวเปลือกขนาด 500 ตันและ 1,500 ตัน
3.เครื่องชั่งขนาด 40 ตัน
4.อาคารสำนักงานและอาคารอเนกประสงค์
5.รถบรรทุก 4 ล้อ
6.รถบรรทุก 6 ล้อ
7.รถตัก
8.เครื่องบรรจุถุงระบบสายพาน
9.เครื่องบรรจุถุงสุญญากาศ
10.เครื่องยิงสี
11.ลานตาก 5,000 ตารางเมตร

ปริมาณข้าวเปลือกที่กลุ่มสามารถรวบรวมได้ใน1ฤดูกาลผลิต
1.หอมมะลิ105 2,000 ตัน/ปี
2.ข้าวหอมนิล 2 ตัน/ปี
3.ข้าวมะลิแดง 26 ตัน/ปี

ปริมาณข้าวสารที่กลุ่มสามารถผลิตได้ใน1ฤดูกาลผลิต
1.หอมมะลิ105 1,300 ตัน/ปี(ข้าวสาร)
2.ข้าวหอมนิล 1 ตัน/ปี(ข้าวสาร)
3.ข้าวมะลิแดง 16 ตัน/ปี(ข้าวสาร)
ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม(ชื่อแบรนด์สินค้า)
1. ข้าวหอมมะลิ ตรา ทุ่งรวงทอง
2. ข้าวกล้องหอมมะลิ ตรา ทุ่งรวงทอง
3. ข้าวกล้องมะลิแดง ตรา ทุ่งรวงทอง
4. ข้าวกล้องหอมนิล ตรา ทุ่งรวงทอง
5. ข้าวกล้องสามสี ตรา ทุ่งรวงทอง
6. น้ำมันรำข้าวหอมมะลิ
7. อื่นๆ อาทิ ข้าวกล้องงอก ข้าวฮาง นมถั่วเหลือง น้ำข้าวกล้องงอก เป็นต้น
ตัวอย่างหนังสือรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
-มาตรฐานสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.)
-มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล ภายใต้การรับรองระบบงาน IFOAM
-มาตรฐานแฟร์เทรด ของ Fairtrade Labelling Organization สำหรับโครงการข้าวแฟร์เทรดเกษตรอินทรีย์ จาก FLO-Cert เยอรมัน


แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ที่มา :
กลุ่มเกษตรกรทำนา นาโส่
ทีมงานรักบ้านเกิด.คอม
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
23-30°C
นครราชสีมา
23-29°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
23-31°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×