ทุ่งรวงทอง
ข้าวขาวดอกมะลิ105 หรือ ข้าวหอมมะลิ105
ทีมรักบ้านเกิด 22 พฤศจิกายน 2555
ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ได้ขึ้นชื้อว่าเป็นข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากภูมิประเทศ,ภูมิอากาศและฤดูกาลในการเพาะปลูกที่สอดคล้องกัน การเพาะปลูกเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือน กรกฎาคม - สิงหาคม และ จะไปเก็บเกี่ยวช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

พื้นดินเป็นดินปนทรายและดินมีความเค็มเล็กน้อยบวกกับสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้งสลับชื้นลักษณะดังกล่าวทำให้ข้าวหอมมะลิ105 มีคุณภาพดี ยิ่งในฤดูกาลใดหากช่วงเก็บเกี่ยวพื้นนาแห้งสนิทไม่มีน้ำขังผสมกับอากาศที่หนาวเย็นจะทำให้ข้าวมีความหอมมากยิ่งขึ้น

เมื่อนำข้าวหอมมะลิมาทำการหุงจะมีความนุ่มพอดีมี กลิ่นหอม เมื่อข้าวเย็นตัวลงข้าวจะไม่แข็งตัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของข้าวขาวดอกมะลิ105
แชร์
28,532
ข้าวขาวดอกมะลิ105 หรือ ข้าวหอมมะลิ105 (Khao Dawk Mali 105)
ชนิด - ข้าวเจ้าหอม
ประวัติพันธุ์
ได้มาโดยนายสุนทร สีหะเนิน เจ้าพนักงานข้าว รวบรวมจากอำเภอบางคล้าจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อ พ.ศ.2493-2494 จำนวน 199 รวง แล้วนำไปคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ (pure line selection) และปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง แล้วปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ในท้องถิ่น ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้สายพันธุ์ขาวดอกมะลิ 4-2-105 ซึ่งเลข 4 หมายถึง สถานที่เก็บรวงข้าว คืออำเภอบางคล้า เลข 2 หมายถึงพันธุ์ทดสอบที่ 2 คือ ขาวดอกมะลิ และเลข 105 หมายถึง แถวหรือรวงที่ 105 จากจำนวน 199 รวง
การรับรองพันธุ์
- คณะกรรมการการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2502
ลักษณะประจำพันธุ์
- เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 140 เซนติเมตร
- ไวต่อช่วงแสง
- ลำต้นสีเขียวจาง ใบสีเขียวยาวค่อนข้างแคบ ฟางอ่อน ใบธงทำมุมกับคอรวง เมล็ดข้าวรูปร่างเรียวยาว
- ข้าวเปลือกสีฟาง
- อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ ประมาณปลายพฤศจิกายน ? ต้นเดือนธันวาคม
- เมล็ดข้าวเปลือก ยาว x กว้าง x หนา = 10.6 x 2.5 x 1.9 มิลลิเมตร
- เมล็ดข้าวกล้อง ยาว x กว้าง x หนา = 7.5 x 2.1 x 1..8 มิลลิเมตร
- ปริมาณอมิโลส 12-17 %
- คุณภาพข้าวสุก นุ่ม มีกลิ่นหอม
ผลผลิต
- ประมาณ 363 กิโลกรัมต่อไร่
ลักษณะเด่น
- ทนแล้งได้ดีพอสมควร
- เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี
- คุณภาพการหุงต้มดี อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม
- ทนต่อสภาพดินเปรี้ยว และดินเค็ม
ข้อควรระวัง
- ไม่ต้านทานโรคใบสีส้ม โรคขอบใบแห้ง โรคไหม้ และโรคใบหงิก
- ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว และหนอนกอ
พื้นที่แนะนำ
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบน
ลักษณะของพื้นที่ที่ทำให้ข้าวหอมมะลิ105 มีคุณภาพ(ห้าโหดทุ่งกุลา)
1.ดินทราย+ดินเค็ม
2.สภาพดินแห้งแล้ง เป็นแกล้งข้าวทำให้ข้าวมีความหอมที่มากขึ้น
3.น้ำท่วมน้ำหลากในช่วงต้นฤดูทำให้ข้าวเจริญเติบโตเต็มที่
4.อากาศหนาวเย็นในช่วงที่ข้าวตากรวงส่งผลต่อความหอม
5.มีหมอกทำให้อากาศมีความชื้นทำให้ต้นข้าวสามารถเก็บความชื้นไว้ใช้ในตอนกลางวันที่ร้อน
ตอนกลางวันแดดจะร้อนจ้าให้แสงอัลตราไวโอเลตเพิ่มความเร็วต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว พอตกบ่ายตะวันคล้อยอากาศจะเย็นลง ลมโปร่งพัดถ่ายเทหมุนเวียน ไม่อบอ้าว ซึ่งลักษณะเช่นนี้ชาวพื้นเมืองบอกว่าเป็นช่วง ตะวันอ้อมข้าว กลางคืนอากาศหนาวเย็นบวกกับมีหมอกลง ลมนิ่ง รับความชุ่มชื้นที่ถ่ายเทโดยธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลคุณูปการต่อความหอมและคุณภาพของข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้


แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ที่มา :
สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว
ทีมงานรักบ้านเกิด.คอม
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×