สัตว์น้ำจืด
ปลาสร้อย
การต้มปลาร้าให้เก็บไว้ได้นานและมีรสชาติดีขึ้น
18 มีนาคม 2556
38,619
ปลาร้า เป็นอาหารท้องถิ่นของคนไทย นิยมรับประทานกันมากในท้องถิ่นอีสาน มักใช้เป็นเครื่องปรุงประกอบอาหารไทยทั่วไป ปัจจุบันความนิยมในการบริโภคมีมากขึ้น แม่บ้านส่วนใหญ่จะมีปลาร้าติดไว้ในห้องครัวเพื่อใช้สำหรับเมนูโปรดต่างๆ การเก็บปลาร้าให้ได้นานๆ และมีรสชาติดีเพื่อการบริโภค จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แม่บ้านจะนิยมนำปลาร้ามาต้มหรือเคี่ยวให้สุกเพื่อให้ปลาร้ามีกลิ่นหอม รสชาติดีขึ้น ช่วยให้มั่นใจในความสะอาด มักจะนำมาบรรจุภาชนะไว้ใช้ประกอบอาหารต่อไป

แต่อย่างไรก็ตามแม่บ้านมักจะพบว่า ปลาร้าที่เคี่ยวสุกแล้วน้ำไปบรรจุในภาชนะหากเก็บไว้ต่อไปอีกประมาณ1-2 เดือน จะพบว่า น้ำปลาร้ามีรสขม มีกลิ่นเหม็น มีไขมันสีคล้ำๆลอยตัวขึ้นมาติดกันเป็นก้อนๆ และไม่สามารถนำมาปรุงอาหารได้อีก ซึ่งปัญหาดังกล่าว ทีมงานร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดเชียงรายได้พบวิธีการแก้ไขโดยคุณจารี โสภา ปราชญ์ชาวบ้านด้านการทำอาหารพื้นบ้านล้านนา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้เล่าว่า การแก้ไขไม่ให้ปลาร้าเสีย หลังจากการต้มและยังเก็บไว้ได้นานกว่าเดิม มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่แม่บ้านทุกคนสามารถทำได้ ดังนี้
- หากใช้ปลาร้า 10 กิโลกรัม ให้ต้มปลาร้าด้วยไฟระดับปานกลาง ต้มเคี่ยวไปเรื่อยๆจนครบ 1 ชั่วโมงให้เศษก้างและเนื้อปลาเปื่อย จากนั้นค่อยๆเติมน้ำเปล่าสะอาดลงไป อีก 5 กิโลกรัม (หากไม่เติมน้ำเปล่าลงไปปลาร้าจะมีความเค็มมากเกินไป) และค่อยๆคนไปเรื่อยๆ จะพบว่ามีคราบไขมันจากปลาร้า ลอยเกาะอยู่บนผิวน้ำปลาร้าที่ต้มอยู่ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก "ให้แม่บ้านค่อยใช้ทัพพีตักคราบทั้งหมดที่ลอยอยู่ด้านหน้าออกให้หมด"

- จากนั้นต้มให้เดือดต่อไปอีก 20 นาที ระหว่างนั้นค่อยคนไปเรื่อยๆ หลังจากครบ 20 นาทีให้ยกออกจากเตารอให้เย็น แล้วนำมากรองเอาเศษก้างออกให้หมด ก็จะได้น้ำปลาร้าที่สามารถนำไปบรรจุในภาชนะเพื่อนำไปประกอบอาหารได้
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
23-31°C
เชียงใหม่
17-27°C
นครราชสีมา
20-28°C
ชลบุรี
23-31°C
นครศรีธรรมราช
23-30°C
ภูเก็ต
25-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×