พืชผัก
พริกขี้หนู
เทคนิคการจัดการพริกขี้หนูเพิ่มผลผลิตในแบบฉบับ อ.ทอง ธรรมดา
24 พฤษภาคม 2555
9,513
นายวีรยุทธ ศรีเลอจันทร์ เจ้าของสวนเพชรพิมาย และเจ้าของรางวัลเกษตรกรสำนักรักบ้านเกิด ประจำปี 2553 จังหวัดนครราชสีมา ทำการเกษตรในพื้นที่ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สำหรับสมาชิกท่านนี้มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกพริกและเกษตรผสมผสาน อย่างมาก พร้อมเผยเทคนิคการปลูกพริกให้ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ ทนทานต่อการขนส่ง เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป ได้เป็นอย่างดี
เทคนิคการปลูกพริกให้ได้ผลิตดีมีคุณภาพ :

นายวีรยุทธ ศรีเลอจันทร์หรืออาจารย์ทอง (ธรรมดา) เจ้าของรางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ได้แนะนำถึงวิธีการปลูกพริกให้ได้ผลผลิตดีและได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด ไว้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรที่สนใจดังนี้ การปลูกพริกควรมีการวางแผนการปลูกที่ดี และควรจะลงมือปลูกในช่วงต้นฤดูฝน (ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม) ช่วงนี้พริกจะได้รับน้ำฝนทำให้เจริญเติบโตได้ดีไม่เหี่ยวเฉาตาย เพราะน้ำเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตโดยเฉพาะน้ำฝนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดทางธรรมชาติ

การเตรียมดิน :

ครั้งที่ 1 ไถปั่นเศษวัชพืช 1 ครั้ง

ครั้งที่ 2 ไถพรวณ ประมาณ 1-2 ครั้ง

โดยพื้นที่ ที่ปลูกต้องระบายน้ำทิ้งได้ดี เพื่อป้องกันน้ำที่จะท่วมขังในช่วงฤดูฝน เตรียมแปลงดินสำหรับเพาะปลูกให้พร้อมด้วยการใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 1.5-2 ตัน/ไร่ แล้วไถดะกลบให้ดินลึกประมาณ 10-12 นิ้ว และตากดินทิ้งไว้ 7-10 วัน หลังจากนั้นใส่ปุ๋ยรองพื้น สูตร 15-15-15 หรือ 25-7-7 อัตรา 30-50 กก. /ไร่ แล้วไถแปรขวางรอยเดิม

วิธีการปลูก :

1.ระยะห่างระหว่างแถว 75 เซนติเมตร

2.ระยะห่างระหว่างต้น 25-30 เซนติเมตร

3.ปลูกหลุมละ 2-3 ต้น จำนวนต้นต่อไร่ประมาณ 7,500-9,000 ต้นจะใช้เมล็ดประมาณ 1-1.5 กิโลกรัมต่อไร่

4.ให้ปลูกเป็นลักษณะแถวคู่

5.นำกล้าพันธุ์ลงปลูก กลบดิน หลังจากนั้นดูแลและให้ปุ๋ย

การดูแลหลังการปลูก :

เนื่องจากหญ้าและวัชพืชจะไปแย่งอาหารของพริก และจากการทดลองปลูกโดยวิธีดังกล่าวเกษตรกรจะใส่ปุ๋ยเพียงแค่ครั้งเดียวและทำรุ่น (กำจัดวัชพืช) เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ระยะที่พริกขาดน้ำไม่ได้ คือ ระยะ 7 วันแรกหลังการปลูกเป็นระยะที่พริกกำลังงอก ควรให้น้ำอย่างเพียงพอ แต่ไม่มากจนเกินไปถ้าพริกขาดน้ำช่วงนี้จะทำให้การงอกไม่ดีจำนวนต้นต่อพื้นที่ก็จะน้อยลงจะทำให้ผลผลิตลดลงไปด้วย ระยะที่พริกจะขาดน้ำไม่ได้อีกช่วงหนึ่ง คือ ระยะออกดอก-ติดผลการขาดน้ำในช่วงนี้จะมีผลทำให้การผสมเกสรไม่สมบูรณ์ การติดเมล็ดจะไม่ดี ติดเมล็ดไม่เต็มถึงปลายฝัก หรือ ติดเมล็ดเป็นบางส่วน ซึ่งฝักที่ได้จะขายได้ราคาต่ำ ส่วนการให้น้ำ เนื่องจากพริกชอบความชื้นแต่ไม่ชอบน้ำขัง จึงไม่ควรให้น้ำมากหรือปล่อยให้ดินแห้งผาก ควรคลุมดินบริเวณทรงพุ่มด้วยเศษฟางหรือเศษวัชพืชเสมอ เพื่อรักษาความชุ่มชื้น และปล่อยให้วัสดุเหล่านั้นย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยต่อไป โดยปกติถ้าเป็นพื้นที่ที่สามารถให้น้ำได้ควรให้น้ำทุก 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพของต้นพริกและสภาพอากาศ แต่ช่วงที่ควรให้น้ำถี่ขึ้นคือช่วงที่พริกกำลังงอก และช่วงออกดอกโดยปกติพริกจะเก็บเกี่ยวเมื่อมีอายุประมาณ 90-120 วัน หลังปลูก แต่ถ้าปลูกในช่วงอากาศหนาวเย็นอายุการเก็บเกี่ยวอาจจะยืดออกไปอีก หลังเก็บเกี่ยวแล้ว ควรรีบส่งโรงงานหรือจำหน่ายโดยเร็ว เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำหากขาดน้ำจะมีผลต่อเมล็ดและน้ำหนักได้หลังจากเก็บผลผลิตในฤดูกาลนั้นแล้ว ให้ตัดป่นต้นพริกย่อยลงในแปลง เพื่อเตรียมการปลูก ในครั้งต่อไป หมักไว้ 15-30 วัน จึงปลูกพริกรุ่นใหม่ หรือปลูกพืชอื่นๆหมุนเวียนต่อจากพริกอีกทีหนึ่ง

เรียบเรียงโดย : พรชัย พิมขุนทด เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด
จ.นครราชสีมา

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
วีรยุทธ ศรีเลอจันทร์. สัมภาษณ์, 3 พฤษภาคม 2555
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
23-30°C
เชียงใหม่
17-28°C
นครราชสีมา
22-31°C
ชลบุรี
23-31°C
นครศรีธรรมราช
23-30°C
ภูเก็ต
24-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×